การเมืองอเมริกันกับการพนัน
ผมติดตามข่าวการเฟ้นหาผู้แทนพรรคเพื่อลงชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะมีขึ้นเดือนพฤศจิกายน 2008 จุดที่คนให้ความสนใจมากที่สุดคือพรรคเดโมแครต
เพราะเชื่อกันว่าตอนนี้คนเบื่อหน่ายจอร์จ บุช ซึ่งเป็นประธานาธิบดีมา
2 สมัยถึงเวลาจะต้องให้พรรคอื่นขึ้นมาบริหารประเทศบ้าง
ดังนั้นสปอตไลต์จึงจับมายังพรรคเดโมแครต โดยเฉพาะผู้สมัครเป็นผู้แทนของพรรคและเป็นตัวเก็ง ถึงเวลานี้ก็มีอยู่ 2 คนคือฮิลลารี ร้อดแฮม
คลินตัน วุฒิสมาชิกนิวยอร์กสมัยที่สอง
กับ บาร๊าค โอบามา วุฒิสมาชิกรุกกี้จากรัฐอิลลินอยส์
ห้วงเวลานี้ทั้งคู่กำลังหาเสียงเพื่อรอการลงคะแนนเสียงที่เรียกว่าPresidential
Primary Election
ในวันแรกที่ไอโอวา บาร๊าคเข้าป้ายที่หนึ่ง ทิ้งฮิลลารี่ห่างมาก ทำให้สถานการณ์ต่างๆพลิกฟื้นมายังโอมาบ่า ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องการพนัน
เว็บไซท์ Intrade ซึ่งอยู่เมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ได้ออกแต้มต่อ 100 ต่อ 1 ว่าฮิลลารีจะชนะเลือกตั้งที่นิว
แฮมเชอร์ หมายความว่าแทง 1 ดอลลาร์ได้ 100 ดอลลาร์
ทราบว่ามีคนวางเงินไป 100 ดอลลาร์รับทรัพย์ 10,000 ดอลลาร์อย่างสบายๆ
ในขณะที่โอบามาเป็นต่อ 99 % หมายความว่าแทง 99 ดอลลาร์หากชนะได้
1 ดอลลาร์ และหากเสียก็ถูกริบไปหมด 99 ดอลลาร์ ผมไม่ทราบว่ามีคนเจ๊งที่แทงโอบามาไปเท่าไร
หลังการเลือกตั้งที่นิวแฮมเชอร์สถานการณ์การพนันเปลี่ยนไปอีกครับ ก่อนหน้านั้นแต้มต่อออกมาว่าฮิลลารีมีโอกาสที่จะได้เป็นผู้แทนพรรคดโมแครตลงชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดี
27 % แต่ผลจากรัฐนิว
แฮมเชอร์คะแนนของเธอพุ่งเป็น 59 %
ส่วนโอมาบ่าที่เคยวางไว้ 71 % ลดลงมาเหลือ 39 %
ตอนนี้แต้มต่อออกมาใหม่แล้วนะครับจาก Intrade วางตัวฮิลลารีมีโอกาสเป็นผู้แทนพรรคเดโมแครตไว้ที่
8-15 หมายความว่าแทง 15 ยูโร หากฮิลลารีได้รับเสนอชื่อเป็นผู้แทนพรรคผู้เล่นจะได้
8 ยูโร และวางโอบามาไว้ที่ 11- 8 หมายความว่าแทง
8 ยูโร ถ้าโอบามาได้เป็นผู้แทนพรรคคนเล่นโอบามาก็จะได้ 11 ยูโร
การพนันจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ สามารถออกแต้มต่อได้ทุกรูปแบบเหมือนการชกมวย
เขาเรียกวิธีการนี้ว่าต่อเงิน ส่วนซูเปอร์โบว์ลหรือเมริกันฟุตบอลสามารถออกแต้มต่อได้ทั้งแบบต่อแต้มและแบบต่อเงิน
กล่าวสำหรับขั้นตอนหยั่งเสียงวันที่ 19 มกราคมนี้จะมีขึ้นที่รัฐเนวาด้า
วันที่ 29 มกราคมมีที่รัฐฟลอริด้า
ตรงนี้น่าสนใจเช่นกันเพราะเป็นรัฐที่ภาวะอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำมากเป็นอันดับต้นๆของประเทศ
เท่าที่ผมติดตามการหาเสียงของ 2 คนตอนนี้กำลังมุ่งไปที่เศรษฐกิจกล่าวคือฮิลลารีประกาศว่าจะใช้เงิน
70 พันล้านดอลลาร์อัดฉีดในลงภาคเศรษฐกิจ โดยแยกออกเป็นการแก้ปัญหาวิกฤติอสังหาริมทรัพย์และปัญหาพลังงานหรือน้ำมันที่เรากำลังซื้อแพงๆอยู่ขณะนี้
ฮิลลารีเสนอให้ตรึงอัตราดอกเบี้ยประเภท Subprime mortgage ไว้ 5 ปีและยืดระยะเวลาบ้านที่จะถูกยึดออกไป 90 วัน นอกจากนี้จะใช้เงิน 30 พันล้านดอลลาร์ช่วยเมืองและรัฐที่เกิดวิกฤติอสังหาริมทรัพย์
ทางด้านโอบาม่าบอกว่าจะใช้เงิน
75 พันล้านอัดฉีดลงไปในเศรษฐกิจโดยแยกให้เห็นดังนี้ คนอเมริกันจะได้รับการลดภาษีทันที
250 ดอลลาร์ จากนั้นอีก 250 ดอลลาร์จะมอบให้เป็นเงินพิเศษแก่ผู้สูงอายุที่ยังชีพด้วยเงินปลดเกษียณ(Social Security payment) อีก 10 พันล้านดอลลาร์จะนำไปช่วยเหลือคนที่กำลังจะถูกยึดบ้าน 10 พันล้านดอลลาร์จะช่วยรัฐที่มีหนี้และต้องตัดการบริการต่างๆของรัฐทิ้งไป อีก 10 พันล้านดอลลาร์จะช่วยเหลือคนว่างงาน
เมื่อสรุปนโยบายการใช้เงินด้านเศรษฐกิจแล้วฮิลลารีต้องการให้เงินกระจายเข้าสู่ทั้งระบบพร้อมๆกัน ในขณะที่โอบามาใช้วิธีการแจกถึงตัวคนหรือ
Quick
money
เรื่องการหยั่งเสียงยังไม่จบแค่นี้นะครับ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่เรียกกันว่า
Super Tuesday นั้นมีการลงคะแนนเสียงจาก
22 รัฐรวมทั้งรัฐใหญ่ๆอย่างแคลิฟอร์เนียและนิวยอร์กด้วย ใครกวาดคะแนนจาก 22 รัฐได้มากที่สุดโอกาสที่จะเป็นผู้แทนของพรรคจึงมีอยู่สูงยิ่ง
ขณะนี้สังคมอเมริกันจึงจดจ่ออยู่ที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีเพราะตำแหน่งนี้จะชี้ให้เห็นถึง
นโยบายหรืออนาคตของสังคมอเมริกันว่า เราจะไปทางไหนกัน เพราะอเมริกันเป็นประเทศที่มีขอบเขตเศรษฐกิจใหญ่โตที่สุดของโลก
เมื่ออเมริกันเป๋ประเทศอื่นๆก็พลอยเป๋ไปด้วย
ตัวอย่างเช่นเมื่อเกิดปัญหา Subprime mortgage คนถูกยึดบ้านกลายเป็นคนจรจัด ปัญหาสังคมจะตามมา ในส่วนของสถาบันการเงินเมื่อยึดบ้านไปแล้วต้องพยายามขายบ้านออกไป เมื่อประชาชนไม่มีเงินจะเอาที่ไหนซื้อบ้าน
ดังนั้นสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ประเภทซับไพรมก็ซวนเซเช่น Citigroup
Inc. มีรายงานข่าวออกมาแล้วว่าจะต้องตัดหนี้เน่าทิ้ง
24 พันล้านดอลาร์และลอยแพพนักงาน 20,000 ราย
บริษัทCountrywide ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่เมืองคาลาบาซัส
รัฐแคลิฟอร์เนียเคยมีข่าวลือว่าจะยื่นฟ้องล้มละลายนั้นธนาคารแห่งอเมริกาประกาศเข้าไปซื้อหุ้น
4.1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเข้าไปร่วมบริหารบัญชีที่ปล่อยกู้ซื้อบ้าน
9 ล้านบัญชี แน่นอนพนักงานที่มีอยู่
15,000 คน จะถูกปลดกี่คนก็ยังไม่ทราบ
นี่เรายังไม่พูดถึงปัญหาราคาน้ำมันแพงขึ้น แต่รายได้ประชาชนไม่ขยับตาม เมื่อราคาน้ำมันแพงสินค้าอื่นๆที่ต้องพึ่งการขนส่งก็แพงตามไปด้วย
ท่านลองไปตลาดไหนก็ได้ ตอนนี้ไข่โหลละ 2 ดอลลาร์เศษๆ แต่ก่อน 89-99 เซนต์ก็ซื้อได้ หรือต้นหอมแต่ก่อน 4 กำ 99 เซนต์ ปัจจุบันกำละ
59-69 เซนต์
แม้กระทั่งข้าวเหนียวเขี้ยวงูและเขี้ยวเหนียวสันป่าตองที่นำเข้าจากประเทศไทย
ปกติ 50 ปอนด์ตก 22-23 ดอลลาร์ปัจจุบันปาเข้าไป 28-29 ดอลลาร์ อันนี้เพื่อนชาวลาวของผมโอดโอยมาว่าข้าวเหนียวจากเมืองไทยแพงขึ้นมาก
มองถึงเรื่องการนำเข้า เมื่อสังคมอเมริกันแม้จะร่ำรวยแต่เศรษฐกิจหดตัว การนำเข้าสินค้าจากประเทศอื่นๆอาจหดตัวลงไปด้วย
โดยเฉพาะสินค้าที่ถือว่าไม่จำเป็นต่อการครองชีพอันดับต้นเช่นของเล่นหรือสิ่งบันเทิงต่างๆ
ยกเว้นหมวดอาหารที่จะยังไปได้ดีเพราะทุกคนต้องกินวันละ 3 มื้อ
สรุปแล้วเศรษฐกิจมีผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปหมด
จึงขอให้ทุกท่านวางแผนของตัวเองให้ดี.....อ่านต่อ
|