----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่----------------------------------------
เขียนถวายอาจารย์พระพี่นางฯ(2)
ผมติดตามข่าวสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
เหมือนกับที่พสกนิกรชาวไทยได้ติดตามจากแถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่
31 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2550 ความว่าคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯรายงานว่า
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯทรงรู้พระองค์น้อยลงอีก มีพระอาการเหนื่อยมากขึ้น
ทรงหายพระทัยลำบากและเร็วขึ้น คณะแพทย์ฯได้ถวายการรักษาแบบประคับประคองทุกระบบอย่างใกล้ชิด
อ่านแถลงการณ์แล้วน่าใจหายนะครับในฐานะที่เป็นลูกศิษย์ที่รู้จักพระองค์
ฉบับที่ผ่านมา ผมเกริ่นไว้ว่าจะเล่าเรื่องเรียนวิชาภาษาฝรั่งเศสที่คณะศิลปศาสตร์และงานเลี้ยงน้ำชาตลอดจนอาหารค่ำที่วังสระปทุมให้ฟัง การเรียนวิชาภาษาฝรั่งเศสของผมเริ่มมาจากเรียนแผนกศิลปะที่โรงเรียนวัดสุทธิวรารามชั้นมศ.
4-5 พอมาเข้าธรรมศาสตร์เสียดายวิชานี้ จึงเลือกเป็นวิชาโท
ตอนเรียนปี 1 ต้องนั่งฟังบรรยายรวมโดยเฉพาะวิชาที่อาจาร์พระนี่นางฯท่านสอน
จากนั้นจึงจะแยกเป็นกลุ่มไปศึกษาโดยมีอาจารย์อื่นๆร่วมสอนด้วย บางวิชาจะต้องเรียนกับพระองค์ท่านโดยตรงในห้องเรียนที่มีนักศึกษาประมาณ
20-30 คน มาจากต่างคณะกันอาทิเช่นจากคณะนิติศาสตร์,รัฐศาสตร์,วารสารศาสตร์และนักศึกษาจากคณะศิลปศาสตร์ที่เลือกเรียนเอกฝรั่งเศสโดยตรง
หลายคนเรียนจบแล้วอาจไปเรียนต่อกฎหมายหรือรัฐศาสตร์ที่ฝรั่งเศส
บางคนจบไปเป็นครูบาอาจารย์สอนหนังสือ
ส่วนผมเรียนมากลายป็นประวัติศาสตร์ครับ คือได้เรียนรู้แต่ไม่ได้เอาไปใช้ที่ไหน
ภาษาฝรั่งเศสที่ชำนาญตอนนี้ก็คือ Le Vin
พันธุ์ต่างๆที่นิยมชมชอบกันอยู่ประกอบด้วย เลอ คาแบร์เนต์-โซวิยอง( le
cabernet-sauvignon)และเลอ แมร์โลต์( le merlot)เป็นต้น
บางครั้งก็เฝ้ารับเสด็จฯโดยไม่ได้ตั้งใจ
คือต้องเดินจากตึกวารสารฯไปตึกศิลปศาสตร์
ปกติแล้วจะต้องไปนั่งรอให้ห้องก่อนที่อาจารย์พระพี่นางจะเข้าสอน
บางวันเป็นจังหวะที่อาจารย์พระพี่นางเสด็จฯมาถึง พวกเราที่เดินไปเรียนเป็นกลุ่มๆไปพบขณะที่อาจารย์มาถึงก็เข้าไปทำความเคารพ
อาจารย์ลงจากรถมาทักทายยิ้มแย้มถามสุขทุกข์ของทุกคน รถที่อาจารย์นั่งมาประจำผมคิดว่าน่าจะเป็นรถอเมริกันสีฟ้าอ่อน
สเตชั่นแวกอน(ยี่ห้อเชฟโลเรต์หรือเปล่าจำได้ไม่ถนัด)จะมีคนขับรถแต่งชุดสีกากี บางครั้งก็สวมสูททำหน้าที่ถวายงานขับรถให้
เรียนอยู่ถึงปีสามก็จบหลักสูตรภาษาฝรั่งเศส ส่วนพวกเรียนเอกฝรั่งเศสก็คงหนักเอาการต่อไป จากนั้นอาจารย์ก็จะเชิญลูกศิษย์ปีเรียนสุดท้ายไปงานเลี้ยงที่วังสระปทุม
คือพระองค์ท่านจะเลี้ยงน้ำชาก่อน
แล้วค่อยดินเนอร์ นักศึกษาที่ไปประมาณ
50 คน(แต่ละรุ่น)เห็นจะได้ เพราะวิชานี้ไม่มีนักศึกษาเรียนกันมากนัก
วังสระปทุมอยู่ตรงสะพานหัวช้างเยื้องตรงข้ามโรงแรมเอเชีย
สมัยก่อนใช้รถเมล์สาย 15 บุญผ่องเป็นประจำ
จริงๆแล้วสมัยนั้นก็มีรถเมล์อยู่ไม่กี่สายเช่นรสพ.(หลายสาย)รถเมล์ขาวและก็รถเมล์บุญผ่องสีน้ำเงินนี่แหละครับ
ที่คนกรุงเทพฯใช้กัน
ลงตรงสี่แยกปทุมวันก็เดินไปวังสระปทุม
สมัยนั้นบริเวณดังกล่าวยังโล่งมองเห็นโรงแรมสยามคอนติเนนตัลชัดเจนเพราะมีอยู่ตึกเดียวโดดๆ
ตรงข้ามโรงแรมก็เป็นสยามสแควร์
ส่วนตึกสยามเซ็นเตอร์ยังไม่สร้าง
ทางเดินสายนี้ผมชินครับเพราะตั้งแต่อยู่มศ.
3 ก็ใช้สายนี้ประจำลงรถเมล์สาย 15 เดินมาเรียนกวดวิชาเตรียมอุดมศึกษากับอาจารย์อุดม
วัชรสกุณี ท่านตั้งโรงเรียนอยู่ในซอยพญานาค หลังโรงแรมเอเชีย มากวดวิชาก็เพื่อเตรียมเข้าสอบต่อโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพญาไท
(ได้สอบครับ แต่สอบไม่ติด)
ไปถึงตอนแรกก็ตื่นๆนะครับ เพราะผมไม่เคยเข้าวังเพียงแต่เดินผ่านวังเท่านั้น
วังสระปทุมเป็นที่ประทับของสมเด็จย่าหรือสมเด็จพระบรมราชชนนีฯ มหาดเล็กที่รักษาความปลอดภัยก็เชื้อเชิญอย่างดี
ไม่ต้องถามอะไรปล่อยให้เข้าไปเพราะรู้ว่าวันนั้นเป็นวันที่ทรงจัดงานเลี้ยง
พระองค์ท่านเป็นกันเองมากครับ ระหว่างน้ำชาพระองค์จะเดินทักทายโต๊ะโน้นโต๊ะนี้ ผมเห็นพระองค์ทรงพระโอสถมวนเป็นมวนเล็กๆยาวๆ
ก็ทราบได้ทันทีว่า นั่นเป็นบุหรี่นอกยี่ห้ออะไรผมไม่ทราบ เพราะผมเองก็สูบยี่ห้อกรุงทอง 85 แต่ไม่กล้าควักมาสูบแข่ง
เรียกว่าต้องรู้มารยาททางสังคม
จากน้ำชาก็ถึงเวลาดินเนอร์ แต่ละคนจะมีรายชื่อติดไว้เพราะการดินเนอร์ต้องแจ้งชื่อและจำนวนนักศึกษาที่ไป เป็นมารยาททางสังคมอย่างหนึ่งคือเมื่อไปดินเนอร์เป็นทางการหรือกึ่งทางการจะต้องได้รับเชิญเพราะเจ้าภาพเขาจะจัดไว้อย่างถูกต้อง
ประเภทไปแบบไม่ได้แจ้งนั้น โดยปกติแล้วจะไม่มีที่นังให้นะครับ
ผมก็ได้เรียนรู้ทางสังคมเรื่องการไปงานเลี้ยงตั้งแต่นั้นมา
เป็นการสอนแบบไม่ใช่ในห้องเรียน
งานเลี้ยงหลายงานอาจเชิญเฉพาะตัวไม่ได้เชิญคู่ก็มี ดังนั้นทุกอย่างจึงต้องมี
RSVP คำนี้ย่อมา
จากภาษาฝรั่งเศส RSVP หมายถึง โปรดตอบรับหรือเรสปองเดซ์ ซิล วูส์ เพลต์(Respondez S'il Vous Plait) ส่วนในภาษาอังกฤษมีความหมายเดียวกันคือโปรดตอบรับ(Reply Please!)
ก่อนจะเข้าดินเนอร์พระองค์จะฉายรูปร่วมกับลูกศิษย์ โดยจัดแยกเป็นกรุ้ปแต่ละคณะหรือแต่ละห้องเรียนโดยไม่ปะปนกัน
เมื่อเรียนจบแล้วพระองค์ก็จะมอบรูปถ่ายให้กับลูกศิษย์ทุกคน
วันนั้นผมจำได้ว่าคุณหนึ่งหรือคุณทัศนีย์ เทียนรัตน์ (ปัจจุบันคือ
ดร.ทัศนีย์ บุนนาค เป็นอาจารย์สอนอยู่วารสารศาสตร์ฯ)มาเรียกผมไปรับรูปถ่าย ผมก็บอกไปตรงๆว่าคุณไปรับมาให้ผมหน่อยสิ คุณหนึ่งตอบว่าไม่ได้
อาจารย์ต้องการพบเพราะท่านจะต้องมีปัจฉิมโอวาทคุณหนึ่งตีสำนวน ทำให้ผมต้องขึ้นไปรับกับพระองค์ที่ห้องพักอาจารย์ตึกศิลปศาสตร์
ท่านก็ให้ศีลให้พรแก่ลูกศิษย์ทุกคน จากนั้นพระองค์เซ็นชื่อของพระองค์คือกัลยาณิวัฒนาที่มุมขวาด้านล่างของรูป ผมนำรูปนี้ไปใส่กรอบไว้อย่างดีและถือโอกาสนำรูปประวัติศาสตร์นี้มาให้ผู้อ่านได้รับชมด้วยครับ
เป็นความทรงจำอันดีของผมที่มีโอกาสได้เป็นลูกศิษย์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา (ฉบับหน้าผมอยากจะคัดลอก เหตุผลที่พระองค์ทรงสอนวิชาภาษาฝรั่งเศสที่คณะศิลปศาสตร์
มธ. ถือเป็นข้อเขียนทางประวัติศาสตร์โดยพระองค์เอง โปรดติดตาม).....อ่านต่อ
|