----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่----------------------------------------
เขียนถวายอาจารย์พระพี่นางฯ(1)
คงเป็นที่ทราบกันว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช
นครินทร์ทรงประชวร ตามที่แถลงการณ์สำนักพระราชวังตั้งแต่วันที่
25 ตุลาคมสรุปพระอาการของพระองค์ดังนี้
1. เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน
2550 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ
ทรงมีพระอาการผิดปกติเกี่ยวกับพระนาภี(ท้อง)คณะแพทย์ได้ถวายตรวจพระวรกายและเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
พบมะเร็ง จึงได้กราบทูลเชิญให้ประทับรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลศิริราช
โดยถวายการรักษาด้วยพระโอสถ พระอาการโดยรวมดีขึ้นบางระยะ ทรงและทรุดลงบางช่วงเวลา
2. คณะแพทย์ได้ถวายตรวจพระสมองด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
พบว่ามีเนื้อสมองด้านซ้ายตายเป็นวงกว้าง จากเส้นเลือดสมองอุดตัน จึงได้ถวายพระโอสถรักษา
และเฝ้าติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิด
3. คณะแพทย์รายงานเพิ่มเติมว่า
มะเร็งที่ตรวจพบในช่องพระนาภี เป็นชนิดเดียวกับมะเร็งพระถัน(เต้านม) ที่ทรงเคยได้รับการถวายตรวจรักษาเมื่อ
10 ปีก่อน ระหว่างช่วงเวลาหลังถวายการรักษาดังกล่าว
ทรงมีพระสุขภาพดี ในการถวายตรวจติดตามพระสุขภาพ ได้ตรวจพบมะเร็งเกิดขึ้นใหม่เมื่อ
2 ปีก่อน ซึ่งคณะแพทย์ได้ถวายตรวจรักษาอย่างต่อเนื่องตลอดมา
สรุปแล้วมะเร็งที่พระองค์ท่านเคยเป็นเมื่อ 10 ปีก่อนกำเริบและลุกลามขึ้นมาอีก
ผมเคยทราบมาก่อนหน้านี้เมื่อสมเด็จพระพี่นางฯ (ต่อไปผมจะเขียนว่าสมเด็จพระพี่นางฯหรืออาจารย์พระพี่นางฯฟังง่ายดี
เพราะผมเคยติดปาก)เสด็จฯสหรัฐเป็นการส่วนพระองค์ คำว่าส่วนพระองค์คือมาส่วนตัวจึงไม่มีพิธีรีตองมาก
เพื่อตรวจพระวรกาย โดยแวะผ่านแอล.เอ.
จากนั้นกงสุลใหญ่อิสินธร
สอนไว (ขณะนั้น)และน.พ.ทัศนะ นิวัฒน์ภูมินทร์ ไปรับเสด็จฯคณะมาพักที่ทำเนียบกงสุลใหญ่ก่อนที่จะต่อเครื่องไปยังฮิวสตันเพื่อตรวจรักษาโรคมะเร็ง
คุณหมอทัศนะเป็นแพทย์ด้านโรคหัวใจที่ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาก่อน และเมื่อทรงประชวรเช่นคราวที่ทรงเข้ารับผ่าตัดไขสันหลัง
คุณหมอทัศนะก็จะกลับเมืองไทยไปถวายการดูแลรวมกับแพทย์คนอื่นๆ ล่าสุดในหลวงทรงพระประชวรคุณหมอทัศนะก็กลับไปถวายการดูแลรักษาด้วย
ผมเห็นรูปคุณหมอตามเสด็จฯ ดังนั้นเมื่อสมเด็จพระพี่นางเสด็จฯสหรัฐ ข่าววงในบอกว่า
ในหลวงรับสั่งทางโทรศัพท์โดยตรงมายังหมอทัศนะว่า ช่วยดูแลพี่สาวให้หน่อยนะ
หลังจากตรวจพระวรกายเสร็จก็เสด็จฯกลับเมืองไทย
ทราบว่าสมเด็จพระพี่นางฯทรงเข้ารับการบำบัด(คีโม)ที่โรงพยาบาลศิริราช โดยเสด็จฯทุกวันศุกร์ ผมติดตามข่าวอยู่ตลอดมา
เหตุที่ยังไม่ได้เขียนถวายท่านเพราะในหลวงทรงพระประชวร ขณะนี้ในหลวงมีพระพลานามัยแข็งแรงขึ้น
ผมก็ถือโอกาสเขียนถวายสมเด็จพระพี่นาง
ผมเคยอ่านข่าวที่อาจารย์วนิดา เจริญสุข นำคณะศิษย์เก่าศิลปศาสตร์
รุ่น7 มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ไปลงนามถวายพระพร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯที่โรงพยาบาลศิริราช พร้อมทูลเกล้าฯ
ถวายแจกันดอกไม้และรูปที่ระลึกในงานเลี้ยงปีใหม่ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ
พระราชทานเลี้ยงแก่ลูกศิษย์ในวิชาภาษาฝรั่งเศส ซึ่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ
ทรงเคยเป็นพระอาจารย์ เมื่อ 37 ปีที่แล้ว
ทำให้ผมคิดถึงความหลังเหมือนกันในฐานะที่พระองค์ท่านเป็นพระอาจารย์สอนวิชาฝรั่งเศสแก่ผมละลูกศิษย์คนอื่นๆ
อาจารย์วนิดาให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกปลื้มปีติที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงเป็นพระอาจารย์สอนวิชาภาษาฝรั่งเศส
ที่คณะศิลปศาสตร์ มธ. พระองค์ทรงเป็นพระอาจารย์ที่ไม่เหมือนใคร
สามารถจดจำลูกศิษย์ได้ทุกคน ขณะที่ทรงสอนก็จะบันทึกว่าใครทำผิดอะไรบ้าง
วันต่อมาจะบอกว่าทำผิดอีกไม่ได้ เพราะผิดอีกก็จะติดลบ ทรงเป็นพระอาจารย์ที่ทำงานจริงจังมาก
ครั้งหนึ่งนางสนองพระโอษฐ์ได้เล่าให้ฟังว่า พระองค์ทรงสละเวลามาตรวจการบ้านอย่างละเอียด
และที่ฉันใช้ภาษาฝรั่งเศสได้คล่อง
เพราะพระองค์ทรงประสิทธิประสาทวิชาให้ แม้ขณะนี้จะเป็นครูสอนภาษาฝรั่งเศสก็ยังไม่ได้เศษเสี้ยวของพระองค์ท่าน
และเมื่อถึงช่วงปีใหม่พระองค์ก็ทรงพระราชทานเลี้ยงและได้เข้าเฝ้าฯ
หลายครั้ง ได้มีโอกาสนั่งร่วมโต๊ะพระเสวย และมีพระปฏิสันถารอย่างเป็นกันเอง
เมื่อครั้งที่จบการศึกษา พระองค์ก็ยังเสด็จมาในงานรับปริญญาด้วย พระองค์ท่านรักลูกศิษย์มากอาจารย์วนิดากล่าว
นั่นเป็นความรู้สึกของอาจารย์วนิดาที่แสดงแทนนักศึกษาวิชาภาษาฝรั่งเศสแทบทุกคนก็ว่าได้
อาจารย์วนิดาใช้ภาษาฝรั่งเศสได้คล่องตามที่เรียนมารวมทั้งยังถ่ายทอดสอนคนรุ่งต่อไป
ส่วนผมก็เรียบร้อยครับ ถวายภาษาฝรั่งเศสคืนแก่อาจารย์พระพี่นางฯไปนานแล้วล่ะครับ
ผมเรียนวิชาเอกวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
วิชาโทภาษาฝรั่งเศส ส่วนวิชาตรีเรียนมั่วครับไปทุกคณะทั้งรัฐศาสตร์,เศรษฐศาสตร์,นิติศาสตร์
ไม่ได้เรียนอยู่คณะเดียวคือบัญชี
แต่มีเพื่อนเรียนอยู่บัญชีมาก
ผมจึงมีเพื่อนมากมายหลายคณะ
เหตุที่ต้องเรียนมากเพราะคณะอื่นๆกำหนดให้จบปริญญาตรีระหว่าง
143-145 หน่วยกิต แต่วารสารกำหนดไว้
152 หน่วยกิตเพราะมีภาคปฏิบัติมากกว่าคณะอื่น ตัวผมเองได้มาตั้ง 157 หน่วยกิตสาเหตุเพราะอาจารย์เกษม
ศิริสัมพันธ์ (ปูชนียบุคคลของชาววารสารฯผู้ล่วงลับ)ให้ความคิดไว้ว่า
คุณจะทำหนังสือพิมพ์ต้องรู้เหมือนเป็ดคือรู้ทุกสิ่งในเรื่องบางอย่าง
และรู้ทุกอย่างในเรื่องบางสิ่ง
ฉบับหน้าผมจะเล่าเรื่องการเรียนวิชาภาษาฝรั่งเศสและงานเลี้ยงน้ำชาที่วังสระปทุมซึ่งอาจารย์พระพี่นางพระราชทานเลี้ยงแก่ลูกศิษย์ การเลี้ยงจัดพร้อมกันแก่นักศึกษาปีสุดท้ายที่จะจบหลักสูตรวิชาภาษาฝรั่งเศสจากคณะศิลปศาสตร์-โปรดติดตาม.....อ่านต่อ
|