
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ / สมัคร สุนทรเวช / ประชัย เลี่ยวไพรัตน์
การเลือกตั้ง 23 ธันวาคม
ตรวจสอบโฉมหน้าพรรคการเมือง
ช่วงนี้ผมไปไหนก็เริ่มได้ยินเสียงพูดคุยกันเรื่องการเมืองและการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นวันที่
23 ธันวาคม 2550 ถือเป็นการล้างไพ่ใหม่ ใช้รัฐธรรมนูญใหม่ ผมมองว่าพรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบไปแล้วแตกกระจายกันออกไปเป็นหลายพรรค เหตุของการแตกกระจายมองได้หลายทาง
ประการแรก พรรคการเมืองเหล่านั้นไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขทรท.แท้จริงหรือจงรักภักดีต่อพ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร อย่างสุดจิตสุดใจ บางพรรคถูกดูดเข้ามาเช่นพรรคชาติพัฒนาที่มีสุวัจน์
ลิปตพัลลภ เป็นหัวหน้ายอมจำใจเข้ามาสวามิภักดิ์ เหตุผล 1.อาจถูกดำเนินคดีทุจริตคลองด่าน
2.บริษัทรับเหมาแถวโคราชอาจถูกเบียดออกไปจากวงจรธุรกิจ
ประการที่สอง พรรคการเมืองเหล่านั้นต้องการลบภาพที่สังกัดกลุ่มอำนาจเก่าเพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับเลือกตั้งหากถูกโจมตีหนักๆ โดยเฉพาะจากกลุ่มที่กุมอำนาจรัฐในปัจจุบันคือคมช.และกลุ่มที่อยู่ตรงข้ามกับทักษิณ
ประการที่สาม การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ เมื่อทักษิณหมดอำนาจ(แต่ยังไม่หมดเงิน)
แต่นักการเมืองคนอื่นๆยังต้องการอำนาจ นั่นคือการได้รับเลือกตั้งเข้าไปเป็นส.ส.และเป็นฝ่ายบริหารประเทศ นี่คือเบื้องลึกของนักการเมือง ที่จะจงรักภักดีกันแบบชั่วฟ้าดินสลายนั้นเป็นไปไม่ได้
การแตกตัวของพรรคการเมืองแยกให้เห็นได้ดังนี้
พรรคพลังประชาชน มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นหัวหน้าพรรค สมาชิกส่วนใหญ่มาจากทรท.รวมทั้งผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นอดีตส.ส.ทรท.ทั้งสิ้น
อาจจะมีคนใหม่ที่สมัครเพิ่มเติมเข้ามา
นายสมัครเปิดเผยว่าพรรคพปช.ทำโพลออกมาน่าจะได้ 250 เสียงเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้พรรคเดียว
(ส.ส.มีทั้งหมด 480 ที่นั่ง จากส.ส.เขต 400 เขตและส.ส.ระบบสัดส่วน
80 ที่นั่ง)ดังนั้นการได้รับเลือกส.ส.250 ที่นั่งจึงสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ฉลุย
พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พล.อ.เชษฐา
ฐานะจาโร(บิ๊กเหวียง)อดีตผบ.ทบ.เป็นหัวหน้าพรรค กลุ่มนี้มีขุนพลเศรษฐกิจอยู่ด้านหลังคือ
ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานสภายุทธศาสตร์พรรค อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ
นอกจากนี้ยังมีสุวัจน์ ลิปตพัลลพ ร่วมอยู่ด้วย แต่ไม่ออกหน้าเพราะเจอเว้นวรรคการเมือง
5 ปี พรรคนี้ดึงเอา จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี อดีตสว. (เบียร์สิงห์เบอร์
2) มาร่วมด้วยเพื่อชูจุดขายของพรรค
พรรคเพื่อแผ่นดิน นายสุวิทย์
คุณกิตติ เป็นหัวหน้าพรรค โดยเลือดเนื้อเชื้อไขแล้วเขาเป็นคนของพรรคกิจสังคมมาแต่เริ่มแรก เป็นการรวมเอานักการเมืองประเภทเขี้ยวไว้ด้วยกันเยอะ อาทิเช่นเจ้าพ่อปากน้ำ วัฒนา
อัศวเหม,พินิจ จารุสมบัติ(อยู่ด้านหลัง) พรรคนี้ประกาศเปิดตัว 21 ด็อกเตอร์ร่วมพรรคแถมยังมีคนดังๆอาทิเช่นพล.ต.อ.ประชา
พรหมนอก,จารึก ปริญญาพล อดีตผู้ว่าฯอุดรธานี และ อรุณี ชำนาญศิลป์
อดีตส.จ.อุดรธานี โดยมีนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค
เป็นที่ปรึกษาด้านการรณรงค์การเลือกตั้ง ทำหน้าที่เสมือนผู้อำนวยการการเลือกตั้ง
และนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย เป็นที่ปรึกษาพรรค
พรรคเพื่อแผ่นดินตั้งเป้าหมายไว้ว่าน่าจะได้ส.ส.ประมาณ 80 คน
เมื่อรวมกับพรรคประชาธิปัตย์ 120 คนและพรรคชาติไทยอีก 50 คนก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
พรรคมัชฌิมาธิปไตย นายประชัย
เลี่ยวไพรัตน์ เป็นหัวหน้าพรรค โดยหนีมาจากพรรคประชาราชของนายเสนาะ
เทียนทอง พรรคนี้ประกาศต่อสู้กับขั้วอำนาจเก่าอย่างสุดตัว ล่าสุดกกต.ประกาศยอมรับการเปลี่ยนชื่อจากพรรคมัฌชิมาเป็นพรรคมัฌชิมาประชาธิปไตย
แต่ยังไม่มีการประชุมใหญ่พรรค
การรับรองนายประชัยเป็นหัวหน้าพรรคจึงเป็นไปไม่ได้ คนที่จะลงสมัครส.ส.ต้องให้หัวหน้าพรรคคนเดิมหรือรองหัวหน่าพรรคคนที่
1 เซ็นรับรอง จากนั้นค่อยไปว่ากันใหม่ นายประชัยมั่นใจว่าจะมีส.ส.ในกลุ่มของสมศักดิ์
เทพสุทิน (คนนี้เลือดเนื้อเชื้อไขพรรคกิจสังคมเช่นกัน)มาช่วยอย่างน้อย
50 คน
พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค ถือว่าเป็นพรรคการเมืองเดียวที่เป็นสถาบันการเมือง
ไม่ได้มีนายทุนพรรคผูกขาดเหมือนเป็นบริษัทจำกัด ขุนพลของปชป.มีมากมายและยังมีคนรุ่นใหม่ๆสมัครเข้ามาร่วมกับพรรค
เทพเทือกหรือสุเทพ เทือกสุบรรณ ประเมินว่าพรรคน่าจะได้ประมาณ 170-180
เสียง
พรรคชาติไทย นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นหัวพรรคเป้าหมายคือการคุมพื้นที่ภาคกลางของประเทศ รวมทั้งกทม.บางเขต
ห้วงเวลานี้ก็มีพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ นำสมาชิกพรรคมหาชนเข้ามาร่วม
15 คน นายกร ทัพพะรังสี
นักการเมืองพเนจรมาร่วมอีก แต่พรรคชาติไทยก็เกิดการต่อสู้ภายในพรรคเพราะชูวิทย์
กมลวิศิษฐ์(เสี่ยงอ่าง)ไม่พอใจการบริหารพรรคแบบบริษัทจำกัด เปิดฉากโจมตีทั้งบรรหาร
ศิลปอาชาและกัญจนา ศิลปอาชา พรรคนี้ส.ส.น่าจะอยู่ระหว่าง 30-40 คน
อีก 2 พรรคยังไม่ทราบว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรประกอบด้วย พรรคประชาราช ของ เสนาะ
เทียนทอง ในฐานะผู้มีส่วนสำคัญหนุนจัดตั้งนายกรัฐมนตรีมา 3 คนทั้งบรรหาร
ศิลปอาชา,พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
พรรคความหวังใหม่ ที่มีนายชิงชัย มงคลธรรม เป็นหัวหน้าพรรค
ชิงชัยเป็นนักการเมืองคร่ำหวอดไม่ยอมทิ้งพรรคความหวังใหม่ทั้งๆที่บิ๊กจิ๋วยกพรรคนี้ไปรวมไว้กับทรท.แล้ว
เขาอาจจะมีส.ส.เข้ามานั่งในสภาบ้าง
การเลือกตั้งครั้งนี้อาจารย์สมบัติ
ธำรงธัญญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์(นิด้า)ในฐานะสนช.คาดว่าเงินจะสะพัดประมาณ
2 หมื่นล้านบาท เพราะคงจะทุ่มซื้อเสียงกันเป็นว่าเล่นและอดีตส.ส.ที่คุมพื้นที่อยู่ในแต่ละเขตมีโอกาสได้รับเลือกกลับเข้ามาสูงเพราะฐานเสียงที่ปูไว้เพียงชั่วข้ามปีหรือปูมากว่า
30 ปียังไม่จืดจาง ยกตัวอย่างอาจารย์สมคิด ศรีสังคม สมาชิกพรรคพลังประชา
ชนหากลงเลือกส.ส.อุดรธานี แล้วจะหนีไปไหน ข้อนี้เป็นคุณสมบัติส่วนบุคคล
ดังนั้นนักการเมืองหน้าใหม่ๆจะต้องใช้เวลาและความอดทน
สมมติว่าพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ก็จะดึงและดูดเอาพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคเพื่อแผ่นดินไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้
เพราะเงาของกลุ่มอำนาจเก่ายังไม่ได้จางหายไปจาก 3 พรรคนี้ แถมอาจมาดึงเอาพรรคชาติไทยของหลงจู๊ไปร่วมเสียบอีกพรรคเพื่อสร้างความแข็งแกร่งมากขึ้น เพราะคนอย่างบรรหารนั้นอดอยากปากแห้งมานาน
สมมติว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลการนำพรรคพันธมิตรฝ่ายค้านเดิมเข้ามาร่วมเป็นไปได้สูงทั้งพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตยอยู่ในข่าย
แต่หากต้องการเสถียรภาพมากขึ้นอาจจะมีบางพรรคเช่นพรรคเพื่อแผ่นดิน,พรรคความหวังใหม่,พรรคประชาราช
เข้าไปร่วม
ตอนนี้ก็ยังห่างๆอยู่ว่าพรรคใดจะไปพรรคใดจะมา
เพราะตัวผู้จะสมัครส.ส.ก็ยังไม่เห็นเลย แถมยังมีการทะเลาะกันเรื่องแย่งลงเขตพื้นที่
รวมทั้งเมื่อลงระบบสัดส่วนก็อยากอยู่เบอร์ต้นๆเพราะกลัวหลุดโผ จึงทำให้เกิดความแตกแยกภายในพรรค ทำไมเป็นเช่นนั้น? ผมจะเล่าให้ฟังฉบับต่อไป-โปรดติดตามครับ.....อ่านต่อ
|