ออกพรรษาพระลาสึก-ลาสิกขา
ถึงหนังสืออนุสรณ์เพ็ญศรี-รพีพร
วันที่ 26 ตุลาคม 2007 เป็นวันออกพรรษา หลังจากเข้าพรรษามาได้
3 เดือน เหตุที่ต้องเข้าพรรษาเป็นเพราะในอดีตห้วงนั้นเป็นหน้าฝน พระพุทธองค์ไม่อยากให้พระออกไปเหยียบย่ำพืชต้นกล้าตามไร่นาชาวบ้าน เมื่อหมดฤดูแล้วก็ให้ออกพรรษาคือเดินทางไปไหนมาไหนได้ ต่อมาห้วงก่อนเข้าพรรษาจะมีพระบวชใหม่บวชกันมากเรียกว่าพระนวกะ
บวชเพื่อเรียนรู้เมื่อออกพรรษาก็ลาสึก
ผมเห็นหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่เมืองไทยเขียนกันว่าลาสิกขาบทถือว่าเป็นการเขียนข่าวที่ผิดพลาดทีเดียว
นักข่าวไม่ได้ศึกษา ที่ถูก-ต้องเขียนว่าลาสึก หรือลาสิกขาเท่านั้นไม่มีคำว่าบทต่อท้าย การลาสึกหรือลาสิกขา ความหมายง่ายๆก็คือลาจากเพศพระมาเป็นเพศฆราวาส
ส่วนคำว่าสิกขาบทหมายถึงข้อศีล,ข้อวินัยที่ได้ตราไว้สำหรับการประพฤติปฏิบัติ
คือกฎเกณฑ์ในการครองเพศบรรพชิต
คำว่าสิกขาก็เช่นกันคือข้อที่จะต้องศึกษา,ข้อที่ต้องปฏิบัติได้แก่ศีล,สมาธิ,ปัญญา
รวมเรียกว่าไตรสิกขา
ทั้งหมดที่กล่าวมาพระสงฆ์ท่านรู้และทราบดี ส่วนฆราวาสที่ไม่ได้ศึกษาอาจไม่เข้าใจเลยใช้ปนเปกันรวมทั้งนักข่าวจะต้องศึกษาให้ดีเพราะเมื่อข่าวถูกตีพิมพ์ออกไป
คนไม่รู้ก็จะจำและนำไปใช้แบบผิดๆ ขอให้ช่วยกันแก้ไขด้วยครับ
ความจริงแล้วผมจะเขียนถึงหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพเพ็ญศรี-รพีพรสองศิลปินแห่งชาติ 19 กันยายน 2550 ที่คุณพงษ์ศักดิ์
บุญชื่น ที่ปรึกษา APN จากเมืองไทยฝากคุณสายธาร
เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา มาให้ผม เป็นหนังสือหนา 512 หน้า ปกหน้า-ปกหลังออกแบบโดยชัย
ราชวัตร นักเขียนการ์ตูนเจ้าของรางวัลศรีบูรพา
ธัญญา ชุนชฎาธาร หรืออ๋า อดีตศิษย์เก่าโรงเรียนวัดสุทธิวราราม,ศิษย์เก่ารัฐศาสตร์
มธ.,สมาชิกกลุ่มสภาหน้าโดม,กลุ่มวรรณกรรมเพื่อชีวิตและอดีตผู้ถูกจับ
1 ใน 13 คดีกบฎรัฐธรรมนูญวันที่ 14 ตุลาคม 2516 เป็นผู้ประสานงานจัดทำขึ้นมา
ผมทราบว่าอ๋าเป็นศิษย์ก้นกุฎิของพี่อู้ดหรือรพีพร และอ๋าก็จะนำเพื่อนๆไปรู้จักพี่อู้ด
จึงทำให้หน่อนักเขียนเจริญรอยตามพี่อู้ดกันมากหน้าหลายตา
ที่สำคัญเป็นนักเขียนฝ่ายก้าวหน้าทั้งสิ้น
หนังสือเล่มนี้เปิดฉากด้วยการนำงานเขียนของ ขจิต ศิกษมัต
เรื่องชีวิตและงานของสุวัฒน์ วรดิลกมาให้ผู้อ่านได้สัมผัสอย่างละเอียดและเข้าใจความเป็นมาของสุวัฒน์
วรดิลก ซึ่งท่านเป็นนักเขียนที่ดังมากๆของเมืองไทยในนามปากกาหลายนามเช่นสุวัฒน์
วรดิลก,รพีพร,ไพร วิษณุ,สันติ ชูธรรม ฯลฯและเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์
สุวัฒน์ นามสกุลเดิมพรหมบุตรท่านเกิดเมื่อวันที่
14 กรกฎาคม 2466 ที่บ้านริมคลองวัดมกุฎกษัตริยาราม กรุงเทพฯเป็นบุตรคนที่
2 ในจำนวนพี่น้อง 9 คนร่วมบิดามารดาเดียวกัน พ่อคืออำมาตาย์โทพระทวีปธุระประศาสน์(วร
พรหมบุตร)กับนางทวีปธุระประศาสน์(จำรัส ชีวกานนท์)
เหตุที่ต้องเปลี่ยนนามสกุลเป็นเพราะคุณลุงของท่านคือพระสมรรถบริหาร(พ่วง
พรหมบุตร)ปลัดจังหวัดนครราชสีมาถูกจับในข้อหากบฎบวรเดช ทำให้พ่อของท่านที่มีนามสกุลพรหมบุตรถูกกระทรวงมหาดไทยปลดออกจากราชการด้วย จากที่ท่านเป็นลูกเจ้าเมือง(ผู้ว่าราชการจังหวัด)กลายมาเป็นลูกกบฎจึงสร้างความลำบากให้มากเรื่องการใช้นามสกุลพรหมบุตร ช่วงหลังคุณพ่อของท่านจึงขอพระราชทานนามสกุลใหม่ได้รับพระราชทานมาว่าวรดิลก
น้องสาวและน้องชายของท่านเมื่อตั้งนามปากกาจึงใช้ชื่อพ่อมาต่อท้ายประกอบด้วยพี่แดงถวัลย์ วรดิลก ใช้นามปากกาว่าถวัลย์วร และทวีป วรดิลก ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์อีกท่านใช้นามปากกว่าว่าทวีปวร (ทั้งพี่อู้ด,พี่แดงและคุณทวีป ถึงแก่กรรมไปหมดแล้ว)
สุวัฒน์แต่งงานกับเพ็ญศรี พุ่มชูศรี ศิลปินแห่งชาติประจำปี
พ.ศ.2534 สาขาศิลปะการแสดง(เพลงไทยสากล-ขับร้อง) เพ็ญศรีหรือที่คนเรียกติดปากว่าป้าโจ๊ว หรือแม่โจ๊วเกิดเมื่อวันที่
17 มิถุนายน พ.ศ.2472 ที่พิษณุโลก ทั้งคู่พบรักและแต่งงานกันเมื่อปี
พ.ศ.2494 และอยู่ครองคู่กันมาตราบชีวิตหาไม่
ผมยังไม่ได้อ่านทุกตัวอักษรของหนังสือเล่มนี้ แต่กล่าวได้ว่าคนระดับอดีตนายกรัฐมนตรีหลายคนต้องเขียนคำไว้อาลัยตั้งแต่ท่านอานันท์
ปันยารชุน ที่เขียนเปรียบเปรยไว้ว่ารพีพรนั้นอยู่อย่างยิ่งใหญ่
ตายอย่างมีเกียรติ ,ท่านชวน หลีกภัย,ท่านบรรหาร
ศิลปอาชา,ศาตราจารย์มารุต บุนนาค,พลตรีจำลอง ศรีเมือง,รศ.นรนิติ เศรษฐบุตร
อดีตอธิการบดีมธ.,ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมธ.,
ทางด้านนักเขียนและศิลปินแห่งชาติชื่อดังๆอีกมากมายมาร่วมกันบรรเลงไม่ว่าจะเป็น
ท่านศักดิ์ชัย บำรุงพงศ์ (นามปากกาเสนีย์ เสาวพงศ์ นักเขียนร่วมสมัยกับรพีพร),อ.แมนรัตน์
ศรีกรานนท์,ชาลี อินทรวิจิตร,สวลี ผกาพันธ์,เรืออากาศตรีสุเทพ วงศ์กำแหง,ชรินทร์
นันทนาคร,อาจินต์ ปัญจพรรค์,กฤษณา อโศกสิน,เจตนา นาควัชระ,ชาญวิทย์
เกษตรศิริ,สุชาติ สวัสดิ์ศรี,วิทยากร เชียงกูล,ชินกรณ์ ไกรลาศ,วินัย
พันธุรักษ์,วิสา คัญทัพ,ประเดิม ดำรงเจริญ ฯลฯ
ด้านนักหนังสือพิมพ์ก็มี ขรรค์ชัย บุนปาน,มานิจ สุขสมจิตร,ซูม
ไทยรัฐ,เปลว สีเงิน แม้กระทั่งคนที่เขียนไว้อาลัยและเสียชีวิตไปแล้วก็คือคือ
คุณแหยงหรือกำแหง ภริตานนท์ แห่งเดลินิวส์
คนแอล.เอ.ก็มีอาทิเช่นชัชวาลย์ ศรีพาณิชย์,กมล กมลตระกูล,วรวิทย์
จิตจาตุรันต์,วีระ จัดแจงและพราวตา ดาราเรือง เป็นต้น
ภาคสุดท้ายเป็นงานเขียนของบรรดาญาติมิตร ลูกหลาน
งานเขียนของแต่ละคนเท่าที่ผมศึกษาดูไม่เพียงแต่เป็นคำไว้อาลัยเท่านั้น
ยังสอดแทรกประสบการณ์ที่แต่ละคนมีกับพี่อู้ดและป้าโจ๊ว เข้าไว้ บางท่านถนัดด้านกาพย์กลอนก็รจนาเป็นร้อยกรอง แต่ส่วนใหญ่แล้วเขียนเป็นร้อยแก้ว ไม่ว่าจะเป็นงานประเภทไหน อ่านแล้วก็ให้ความรู้หรือการรับรู้ทั้งสิ้น
ผมถือว่ามีความโชคดีอยู่ 3 ประการคือ1.ได้ไปรู้จักเป็นส่วนตัวในช่วงที่ท่านกำลังจะละสังขาร 2.ได้ไปร่วมงานสวดพระภิธรรมศพช่วงกลับกรุงเทพฯเดือนเมษายน
2007 และ3.ได้รับหนังสืออนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพเล่มนี้มาครอบครอง
ก่อนจบผมขอนำปกด้านหลังของหนังสืออนุสรณ์เขียนเป็นโคลงสี่สุภาพโดยเนาวรัตน์
พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์มาลงไว้ว่า
เพ็ญศรี-สุวัฒน์ สร้าง
ศักดิ์นุสรณ์
คือสุริยะจันทร์ขจร
คู่ฟ้า
เพ็ญศรีคู่รพีพร
คู่ภพ
สองพี่อยู่คู่หล้า
หล่อเลี้ยงยุคสมัยฯ
.....อ่านต่อ
|