----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่----------------------------------------
เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล
วันที่ 14 ตุลาคม 2550 เป็นวันครบรอบ
34 ปีสำหรับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมาก็ครบวาระ
31 ปี ของเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 คนที่อยู่ในทั้ง 2 เหตุการณ์คงร่วมความรู้สึกได้ดี
ผมไม่เขียนถึงรายละเอียดของเหตุการณ์เพราะมีบันทึกทางประวัติศาสตร์ไว้อยู่แล้ว
ทั้งสองเหตุการณ์สัมพันธ์และเกี่ยวเนื่องกัน
วันที่ 14 ตุลาคม 2516 ขบวนการนักศึกษาประชาชนโค่นล้มระบอบเผด็จการถนอม-ประภาส
ซึ่งระบอบเผด็จการในประเทศไทยฝังรากลึกมานาน นับตั้งแต่จอมพลสฤษดิ์
ธนะรัชต์ เข้ายึดอำนาจเบ็ดเสร็จเดือนธันวาคม 2501 และสืบทอดอำนาจตลอดมา
ในปี 2506 จอมพลสฤษดิ์ตายไป
แต่จอมพลถนอม กิตติขจร ,จอลพลประภาส จารุเสถียร และคณะทหารยังสืบทอดอำนาจต่อเนื่อง
บางช่วงก็ปล่อยให้มีการเลือกตั้งเช่นปี 2512 แล้วก็ยึดอำนาจกลับไปอีกเมื่อวันที่
17 พฤศจิกายน 2514
ขบวนการนักศึกษาประชาชนเริ่มเติบโตและเข้ามาท้าทายอำนาจรัฐ
โดยจัดกลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญขึ้นมาในช่วงปี 2516 นำโดยธีรยุทธ บุญมี เลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยจนกระทั่งถูกจับกุมและนำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดวันที่
14 ตุลาคม 2516 จากนั้นเราได้รัฐบาลพระราชทานชุดศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์
เป็นนายกรัฐมนตรี
ขบวนการนักศึกษาประชาชนเร่งระดมให้ความรู้ประชาชนเรื่องประชาธิปไตย
จนชกลุ่มที่กุมอำนาจรัฐอยู่หวาดผวาหวั่นเกรงว่าจะคุมไม่อยู่ จึงร่วมกันวางแผนยึดอำนาจคืนกลับ
โดยส่งสามเณรถนอม กิตติขจร กลับเข้ามาจากสิงคโปร์ การส่งทหารตำรวจกลุ่มนวพล,กลุ่มกระทิงแดงและกลุ่มลูกเสือชาวบ้านออกปฏิบัติการ
จนกลายเป็นการล้อมปราบนำไปสู่การนองเลือดอีกครั้งที่สนามฟุตบอลธรรมศาสตร์และสนามหลวง
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519
บุคคลเหล่านี้ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยถูกเรียกว่าวีรชนกลับกลายเป็นพวกผู้ก่อการร้ายหรือเป็นพวกญวนที่จะเข้ามาทำลายประเทศชาติ
นายสมัคร สุนทรเวช ถึงกับบอกว่าธรรมศาสตร์คือแหล่งส้องสุมอาวุธ
เป็นการเนรคุณสถาบันที่ตนเคยได้รับประสิทธิ์ประสาทวิชามา ถึงวันนี้คนเดือนตุลาคมทั้งเหตุการณ์ 14
ตุลาคมและ 6 ตุลาคมที่เข้าไปอยู่ภายใต้อุ้งตีนของนายสมัคร สุนทรเวช
ในนามพรรคพลังประชาชน(พปช.)ได้อย่างไร? ผมก็ไม่ทราบว่าพวกเขาเป็นโรคอัลไซเมอร์ไปแล้วหรือจึงลืมเหตุการณ์วันที่
6 ตุลาคม 2519
เหตุการณ์ครั้งนั้นนักศึกษา
ประชาชน ปัญญาชน นักหนังสือพิมม์ถูกกวาดล้างครั้งใหญ่ จนต้องหลบหนีเข้าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.)เพื่อจับอาวุธลุกขึ้นสู้ ดังนั้นสิ่งที่น่านำมาพิจารณาก็คือเหตุการณ์
6 ตุลาคม 2519 เปรียบเสมือนคำพูดที่ว่าเสร็จนาฆ่าโคถึก
เสร็จศึกฆ่าขุนพล เป็นการทำลายล้างขบวนการนักศึกษาประชาชนได้อย่างแยบยลที่สุด
หลังเหตุการณ์เราได้รัฐบาลหอยโดยมีนายธานินทร์
กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย
นายดุสิต ศิริวรรณ(สมัยเรียนอยู่มช.ได้รับฉายาว่าจืดข้าวบูด)เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ
ฯลฯ
รัฐบาลหอย(หอยคือชื่อเล่นของนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นลูกของนายแห
กรัยวิเชียร เจ้าของโรงรับจำนำแถวสี่แยกแม้นศรี)ประกาศว่าจะสร้างประชาธิปไตยตามขั้นตอน
12 ปี ทำให้คณะทหารทนไม่ได้ยึดอำนาจกลับคืนโดยมีพลเอกเกรียงศักด์ ชมะนันทน์
เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ก็ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มลูกป๋าจปร.
7 หนุนขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีพลตรีจำลอง ศรีเมือง ประธานรุ่นจปร.7
เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ผลจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม
2519 เป็นการส่งมันสมองของประเทศให้เข้าไปร่วมกับพคท.ย่อมไม่เกิดผลดีต่อประเทศชาติเป็นแน่
ระยะเวลาตั้งแต่ 6 ตุลาคม
2519 ถึงปี 2523 รัฐบาลคงเห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย พลเอกเปรม
ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นต้องเซ็นคำสั่งที่ 66/23 เพื่อดึงคนออกจากป่ามาร่วมพัฒนาประเทศไทย
คนที่จัดทำร่างคำสั่ง 66/23 ก็คือพลตรีชวลิต ยงใจยุทธ (ยศขณะนั้น)
ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ระบบเลือกตั้งอีกครั้งจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี
2535 คนที่มีบทบาทในครั้งนั้นก็คือพลตรีจำลอง ศรีเมือง (จปร.7)กับพลเอกสุจินดา
คราประยูร (จปร.5) โดยมีขบวนประชาชนโดยเฉพาะชนชั้นกลางเข้าไปร่วม ได้รับการขนานนามว่าม็อบมือถือเพราะโทรศัพท์มือถือเริ่มมีบทบาทในฐานะเครื่องมือสื่อสาร
พัฒนาการทางการการเมืองไทยของไทยเริ่มเปลี่ยนบทบาทจากทหารเข้ามาสู่ยุคของทุนเต็มตัวที่เห็นได้ชัดเจนก็คือพรรคไทยรักไทยนำโดยพ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร เข้ามาใช้นโยบายประชานิยมและได้รับความนิยมจากคนระดับรากหญ้ามาก
สร้างฐานการเมืองและขยายวงกว้างออกไป แต่ตัวพ.ต.ท.ทักษิณก็มีนโยบายแบบกินหัวกินหางกินกลางตลอดตัวกับประเทศชาติเพราะอำนาจเงิน
รวมทั้งกินแบบไม่แบ่งเช่นบีบพรรคการเมืองอื่นที่ทุนน้อยกว่าหรือมีชะนักติดหลังเรื่องคอร์รัปชั่นให้เข้ามาสวามิภักดิ์กับพรรคไทยรักไทย
หนักเข้าจึงกลายเป็นเผด็จการทางรัฐสภา องค์กรอิสระที่เข้าตรวจสอบรัฐบาลก็ถูกครอบงำ
ฯลฯ ทำให้เกิดกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยโดยมีแกนนำ 5 คนและยังมีหัวหน้ากลุ่มอื่นๆเข้ามาร่วม
จนเกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
สังเกตได้ว่าเริ่มจากขบวนการนักศึกษาประชาชนในเหตุการณ์
14 ตุลาคม 2516 ส่งผลต่อเนื่องมายังขบวนการชนชั้นกลาง ขยายออกมาสู่ภาคอื่นๆที่เข้าร่วมเช่นนักธุรกิจ
ข้าราชการ ทหาร ตำรวจที่มองเห็นภาพการเมืองชัดเจนขึ้น และล่าสุดขบวนการประชาชนขยายมายังนายสนธิ
ลิ้มทองกุล นักสื่อสารมวลชนที่จัดตั้งแถวต่อกรกับอำนาจรัฐ ปรากฎการณ์เช่นนี้ถือเป็นการพัฒนาการต่อสู้ของคนในสังคม
ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่งที่จะแบกรับภาระคนเดียว
วงจรนี้กลับมาอีกครั้งเกิดภาวะ
เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล กรณีโยกพลเอกสพรั่ง
กัลยาณมิตร ขึ้นไปเป็นเสมียนในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหมตัดเส้นทางการคุมกำลัง
เตะโด่งพลเรือเอกบรรณวิทย์ เก่งเรียน รองปลัดกลาโหมไปเป็นประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม
เพราะไม่ยอมเซ็นงานโครงการจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางของประเทศยูเครนที่ใช้งบจัดซื้อ
3.98 พันล้านบาท
ทั้งที่มูลค่าแท้จริงไม่ถึงพันล้าน เพราะเห็นว่าด้อยคุณภาพ และมีราคาแพงเกินความเป็นจริง
ทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)เคยทักท้วงไปแล้ว
เรื่องนี้คนไทยจะต้องร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงเพราะอยู่ดีๆจะมางาบเงิน
2 พันล้านบาทอันเป็นภาษีอากรของประชาชนไปได้อย่างไร ต้องกระชากหน้ากากเหลือบเหล่านี้ออก
สภาพของเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพลเกิดขึ้นเพราะกลุ่มที่กุมอำนาจรัฐอยู่ในปัจจุบันโดยเฉพาะคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)ที่เป็นเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารรุ่น
6 (ตท.6)ทั้งหมด ตลอดจนรัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์ เกรงว่าจะคุมคนเหล่านี้ไม่อยู่ หวั่นจะถูกตรวจสอบเหมือนที่ทักษิณ ชินวัตร
กำลังถูกตรวจสอบ
สังคมไทยช่วงนี้จึงเกิดระส่ำหนักมากขึ้นเพราะไม่มีการปรับโครงสร้างของสังคมเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่ แต่ละคนเล่นกันไปคนละเพลง อย่างพวกนักเลือกตั้ง(ผมไม่อยากเรียกว่านักการเมือง)ก็คอยแต่จะลงเลือกตั้งผสมโน่นผสมนี่ ไม่เคยเข้าร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เมื่อเปลี่ยนแปลงเสร็จก็จะรอลงเลือกตั้งอย่างเดียว
นักเลือกตั้งเหล่านี้เป็นพวกปลิงและทากทางการเมืองที่น่าเบื่อมาก
พรรคการเมืองไทยไม่มีนโยบายที่จะให้การศึกษาแก่ประชาชนด้านความรู้และความสำนึกทางการเมือง มีแต่จะเข้าไปเป็นรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศ
เพื่อจัดการภาษีอากรของประชาชนผ่านงบประมาณ เพื่อที่จะได้สัมปทานจากรัฐ
บทบาทของพรรคการเมืองไทยมีแค่นี้จริงๆ
ผมไม่มีทางเลือกอะไรเลยกับพรรคการเมืองไทยเห็นชื่อสมัคร
สุนทรเวช,เสนาะ เทียนทอง,บรรหาร ศิลปอาชา,พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ,พลตรีสนั่น
ขจรประศาสน์ ฯลฯ ทำให้ประสาทผมเสียไปหมด คนเหล่านี้ทำไมไม่คิดอยู่บ้านพักผ่อน
ผมอยากคนไทยในสหรัฐช่วยทำจดหมายไปเรียกร้องให้พวกเขาพักผ่อนเสียก่อน
สนับสนุนคนหนุ่มสาวในพรรคขึ้นมารับภาระ ก่อนที่เราจะลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร.....อ่านต่อ
|