พระราชธรรมวิเทศพร้อมด้วยคณะกรรมการวัดไทยในวันพิธีเปิดอนุสาวรีย์พระธรรมราชนุวัตร(หลวงเตี่ย) ที่วัดไทยแอล.เอ.

คดีพระฟ้องสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐ
สมัชชาสงฆ์ฯต้องจ่าย 2 หมื่นดอลลาร์

                หลายคนยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเรื่องพระมหาสุนทร ศรชัย อดีตเจ้าอาวาสวัดไวสเลียยื่นฟ้องสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาและฟ้องพระราชธรรมวิเทศ ในฐานะเป็นรองประธานสมัชชาสงฆ์ไทยรูปที่ 1 ดูแลวัดไทยในสังกัดสมัชชาฯทางด้านตะวันตกของสหรัฐอเมริกา

                หลายคนเข้าใจว่า วัดไทยแอล.เอ.ถูกฟ้องถือเป็นความเข้าใจผิดกันทั้งหมด  โดยมองแค่ว่าพระราชธรรมวิเทศถูกฟ้อง จึงเหมาเอาว่าวัดไทยแอล.เอ.ถูกฟ้องไปด้วย  เรื่องนี้ผมไม่ได้แปลกใจเพราะพระราชธรรมวิเทศ เป็นประธานสงฆ์วัดไทยฯอยู่ด้วย หากพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็ต้องบอกว่าหลวงพ่อวัดไทยสวมหมวกอยู่หลายใบ แต่ใบไหนล่ะที่ถูกฟ้อง ? ดังนั้นจึงทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่าวัดไทยฯถูกฟ้อง ทั้งๆที่จริงแล้วไม่ใช่   

                คราวนี้มาดูภาพรวมองค์กรปกครองสงฆ์ไทย  หากเป็นเมืองไทยก็จะมีองค์กรใหญ่คือมหาเถรสมาคม(มส.)เป็นองค์กรปกครองสูงสุดประกอบด้วยคณะกรรมการมส.เป็นพระผู้ใหญ่ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยมีสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธานโดยตำแหน่ง 

เมื่อมีการสร้างวัดไทยในสหรัฐอเมริกามากขึ้นในหลายรัฐหลายเมือง จึงจัดตั้งสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาขึ้นมา โดยมีประธานสมัชชาสงฆ์ฯ รองประธานสมัชชาสงฆ์รูปที่ 1และรูปที่ 2 ,เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ฯ ตลอดจนกรรมการฝ่ายต่างๆ ให้มีการเลือกตั้งขึ้นโดยคณะสงฆ์ในสหรัฐอเมริกา

สมัชชาสงฆ์ไทยฯขึ้นอยู่กับการกำกับดูแลของมส.  และมส.ให้อำนาจสมัชชาฯดูแลด้านความเป็นอยู่ของพระสงฆ์,กำกับด้านพระธรรมวินัย,พิจารณาคดีในหมู่สงฆ์(ถ้ามีขึ้น)  ทางด้านมส.เองก็มีองค์กรหนึ่งขึ้นมา เพื่อจัดฝึกอบรมและทำหน้าที่จัดส่งพระธรรมทูตมาเผยแผ่พระศาสนาในต่างประเทศ  ซึ่งไม่ได้มีเพียงในสหรัฐอเมริกายังมีในยุโรป,ออสเตรเลียและเอเชียประเทศอื่นๆอีกด้วย  นี่เราพูดถึงสมัชชาสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย

ยังมีอีกสมัชชาสงฆ์หนึ่งในคณะธรรมยุติกนิกายอันประกอบด้วยวัดฝ่ายธรรมยุตในสหรัฐ อาทิเช่นวัดป่าธรรมชาติ เมืองลา พวนเต้,วัดภูริทัตตวนาราม เมืองออนทาริโอ้ และวัดอื่นๆเป็นต้น

ตัดความให้สั้นเข้าเมื่อเกิดเรื่องขึ้นที่วัดไวสเลีย  รัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งเป็นวัดในสังกัดสมัชชาสงฆ์ฯลำดับที่ 20  ระหว่างนั้นพระไทยหลายรูปกลับเมืองไทยบ้าง เจ้าอาวาสบางรูปก็มรณภาพไปแล้วสมัชชาสงฆ์ไทยฯได้นำพระวัดต่างๆไปสวดเพื่อเป็นสิริมงคล รวมทั้งส่งพระมหาสุนทร ศรชัย  ไปเป็นเจ้าอาวาสดูแลวัดไวสเลีย

พระมหาสุนทรเดินทางมาสหรัฐได้เท่าที่ทราบเพราะพระอาจารย์ไสว อดีตเจ้าอาวาสวัดไวสเลีย(มรณภาพไปแล้ว) ก่อนกลับเมืองไทยได้ฝากฝังพระมหาสุนทรผ่านพระราชธรรมวิเทศ  ซึ่งพระราชธรรมวิเทศ ก็ออกค่าตั๋วเครื่องบินให้ เพื่อให้พระมหาสุนทรมาช่วยงานด้านพระศาสนา ต้องเข้าใจว่าพระมหาสุนทรไม่ได้เป็นพระในสังกัดวัดไทยแอล.เอ.  เพียงแต่เดินทางมาพักอาศัยโดยใช้วัดไทยเป็นที่ผ่านทางไปสู่วัดไวสเลีย 

จนกระทั่งศาลชั้นต้นแคลิฟอร์เนีย ทูแลร์เคาน์ตี้ ตัดสินให้ขายวัดไวสเลียแล้วนำเงินแบ่งกันคนละครึ่งระหว่างสงฆ์ไทยกับกลุ่มกรรมการวัดที่ฟ้องร้องกัน  ทั้งสองฝ่ายได้เงินฝ่ายละ 65,000 ดอลลาร์  ทางสงฆ์ไทยต้องจ่ายค่าทนายความ 15,000 ดอลลาร์ ก็เหลือเงิน 5 หมื่นซึ่งตามคำสั่งศาลต้องนำเงินจำนวนนี้เข้าสู่องค์กรไม่แสวงหากำไร(NPO)เพื่อนำไปจัดสร้างวัดต่อไป

แทนที่พระมหาสุนทรได้เงินมาแล้วจะแจ้งแก่พระราชธรรมวิเทศรับทราบว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป กลับทำเป็นอุเบกขาหรือการวางเฉย  จากนั้นไปจดทะเบียนตั้ง”วัดพุทธานุภาพ” ขึ้นมาเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2004 โดยใช้เลขที่ 8255 Van Noord Ave., N. Hollywood CA 91605 เป็นสถานที่ตั้ง เลขที่นี้ปรากฎว่าเป็นกุฎิ 5 ของวัดไทย สรุปก็คือตั้งวัดซ้อนวัดขึ้นมาเพื่อให้เป็น NPO จะได้นำเงิน 50,000 ดอลลาร์ไปเข้าบัญชีได้อย่างถูกต้อง

คนเราเมื่อเห็นเงินแล้วตาโต เป็นสัจธรรมแท้จริง ทั้งพระและชาวบ้านทั่วไปก็คือ”คน”ดังนั้นการเห็นเงินแล้วตาโต ผมจึงไม่แปลกใจ เหมือนคำพูดที่ล้อเลียนกันเสมอว่าเราสละแล้วซึ่งกิเลศ เหลือแต่ตัณหา(ความอยาก)เท่านั้นที่ยังดับไม่ได้

เดือนมีนาคม 2005 เรื่องแดงขึ้น มีการเรียกเงินจำนวนนี้คืน พระมหาสุนทรก็ไปเบิกและซื้อแคชเชียร์เช็คมามอบให้พระราชธรรมวิเทศ  ต่อมาพระเจ้าหน้าที่ก็ส่งเงินเข้าบัญชีสมัชชาสงฆ์ไทยที่ชิคาโก้ทันที ส่วนพระมหาสุนทรนั้นคณะกรรมการวัดไทยฯประชุมกันเห็นว่านำกุฎิ 5 ไปจดทะเบียนตั้งวัดซ้อนขึ้นมา ทั้งๆที่ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ถือวิสาสะหรือฉวยโอกาส จึงนิมนต์ให้ออกจากวัดภายใน 48 ชั่วโมง

ระหว่างนี้มีข่าวคราวออกมาตลอดเพราะถือเป็นเรื่อง”อื้อฉาว” พระราชธรรมวิเทศได้รับนิมนต์ไปออกทีวี.และยังให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อีกด้วย

กองเชียร์ฝ่ายพระมหาสุนทร ซึ่งเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับวัดหรือเคยมาช่วยงานวัดและอาจไม่ชอบพระราชธรรมวิเทศ (คิดว่าคงมีมากพอสมควร)ก็หนุนให้ฟ้องร้องเอาเงินคืน 50,000 ดอลลาร์ แถมยังฟ้องพระราชธรรมวิเทศในข้อหาหมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง,ทำให้เกิดความกดดันทางอารมณ์และอื่นๆ กลายเป็นคดีหมายเลข BC335057  โดยมีพระมหาสุนทร ศรชัยและวัดพุทธานุภาพ เป็นโจทก์  ส่วนจำเลยประกอบด้วยสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาและพระราชธรรมวิเทศในฐานะรองประธานสมัชชาสงฆ์ฯ

เรื่องจบสิ้นไปโดยคำพิพากษาของศาลเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2007 ต้องถือว่าพระมหาสุนทรกับกองเชียร์เป็นฝ่ายแพ้เพราะจุดมุ่งหมายอยู่ที่เงิน 50,000 ดอลลาร์ซึ่งไม่ได้คืน รวมทั้งอีก 3 กระทงก็แพ้  แต่ศาลให้พระมหาสุนทรได้รับ 20,000 ดอลลาร์ในกระทงที่สองคือหมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือ Slander  คงเกิดจากกรณีที่พระราชธรรมวิเทศไปออกทีวีและให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์

ศาลสั่งให้คู่กรณีจัดการจ่ายค่าทนายความและค่าธรรมเนียมกันเอาเอง  พระมหาสุนทรและกองเชียร์ต้องไปจ่ายให้กับทนายเจมส์ สเตร๊าด์  จะเป็นเงินเท่าไรผมก็ไม่ทราบ เท่าที่ทราบค่าวิชาชีพทนาย

สเตร๊าด์ตกชั่วโมงละ 400 ดอลลาร์  ส่วนสมัชชาสงฆ์ฯจะต้องจ่ายให้ทนายเดวิด คริสเตียนสันและทนายรอสลิน ปัทมคันธิน  โดยความเป็นจริงแล้วทั้งสองเป็นทนายอาสาสมัครช่วยเหลือไม่เรียกร้องค่าวิชาชีพ  เพียงแต่สมัชชาสงฆ์ฯต้องจ่ายค่าธรรมเนียมและค่าอื่นๆเอง

เรื่องผ่านพ้นไปแล้ว พระฟ้องพระจบลง แต่”รอยด่าง”ของพระพุทธศาสนาได้เกิดขึ้นกับวัดไทยฯในสหรัฐอเมริกา ซึ่งประวัติศาสตร์จะต้องจารึกไว้  เรื่องการฟ้องร้องระหว่างพระที่เมืองไทย ผมไม่เคยได้ยิน แต่เมืองไทยมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นเมื่อพระกิตติวุฒโฑถูกชาวบ้านฟ้องฐานเช็คเด้ง

คราวนี้เงิน 2 หมื่นเป็นหน้าที่ของสมัชชาสงฆ์ฯต้องจ่ายตามคำพิพากษาศาล เพราะพระราชธรรมวิเทศทำงานในฐานะเป็นรองประธานสมัชชาฯหรือเป็น Officer ผู้หนึ่งขององค์กร  เหมือนเช่นเมื่อตำรวจ LAPD ไปทำผิดแล้วถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย ผู้ควักกระเป๋าจ่ายคือ City of Los Angelesซึ่งเป็นองค์กรปกครอง LAPD หรือเป็นเจ้านายโดยตรง

การจ่ายเงินจะจ่ายทั้ง 2 หมื่นทีเดียวก็ได้  สมัชชาสงฆ์ฯขอผ่อนก็ได้ เพราะกฎระเบียบอนุญาตให้ทำได้ โดยศาลสั่งให้ทนายความเขียนเรื่องขึ้นภายใน 10 วัน อาจมอบให้ 5,000 ดอลลาร์ก่อน จากนั้นที่เหลือก็ผ่อนให้เดือน 1,000 ดอลลาร์ จนครบ

ตัวอย่างที่เกิดขึ้น สมัชชาสงฆ์ไทยฯในสหรัฐจะต้องนำไปเป็นกรณีศึกษา(Case study) เพื่อหาแนวทางป้องกันหรือวางกฎระเบียบให้รัดกุม เพราะกฎระเบียบการปกครองสงฆ์เป็นอย่างหนึ่ง กฎหมายของสหรัฐอเมริกาเป็นอีกอย่างหนึ่ง  ทำอย่างไรกฎของสงฆ์กับกฎหมายบ้านเมืองจะทำให้สอดคล้องหรือใกล้เคียงกันมากที่สุด  

ทุกรูปทุกนามจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติเพื่อหาแนวทางไปสู่นิพพานให้ได้ ตามอุดมคติของพระพุทธศาสนา.....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping