เมื่อผมไปเป็นพยานในศาลคดีวัด

                วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม ผมได้รับหมายเรียก(Civil Subpoena)จากทนายความเจมส์ ที.สเตร๊าด์ ให้ไปปรากฎตัวเวลา 08.30 น.วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม ที่ศาลชั้นต้นรัฐแคลิฟอร์เนีย (เขตกลาง)ตั้งอยู่เลขที่ 111 N. Hill St.  ในดาวน์ทาวน์แอล.เอ. Department 19  แม้ว่าทนายสเตร๊าด์จะลงชื่อให้ส่งหมายตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม  แต่ทำไมมันมาช้าจริงๆ  เสมือนจงใจแกล้งผมให้ตั้งตัวไม่ติด แถมยังมาวางแหมะไว้หน้าประตูบ้านไม่มีการบอกกล่าว

                ความจริงแล้วการเสิร์ฟหมายศาลที่ผมเคยได้รับ เช่นมีเชอร์รีฟมายืนหน้าประตูบ้าน จากนั้นกดกริ่งและถามชื่อว่าเป็นผมหรือเปล่า  เมื่อตอบว่าใช่เขาก็จะยื่นหมายศาลให้เป็นการเสิร์ฟแบบ”มืออาชีพ” โดยหลักกฎหมายบุคคลผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทุกคนเสิร์ฟหมายศาลได้ แต่ก็ควรเสิร์ฟให้เป็นเรื่องเป็นราว

                ความจริงผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครมาเสิร์ฟผม  เพราะการทำงานเช่นนี้ผมถือว่าไม่ใช่มืออาชีพ โดยหลักการแล้วผมจะปฏิเสธก็ได้เพราะจะต้องให้เวลาคนอื่นตั้งตัว อาจเสิร์ฟก่อน 2 สัปดาห์ จะได้ไปขอลางานจากบริษัท เพื่อว่าบริษัทจะหาคนอื่นมาทำงานแทน หรือไม่เช่นนั้นหากผมต้องกลับไปเมืองไทย  ผมก็มีข้ออ้างได้เหมือนกัน

                หมายเรียกดังกล่าวมีบทกำหนดโทษด้วยครับว่าถ้าไม่ปฏิบัติตามอาจได้รับโทษฐานขัดคำสั่งศาล (Contempt of the Court ) โทษปรับอาจ 500 ดอลลาร์บวกกับสิ่งที่เราทำให้เกิดความเสียหายจากการขัดคำสั่งนี้

                คดีนี้เป็นคดีฟ้องร้องกันมาตั้งแต่ปี 2005 โดยพระมหาสุนทร ศรชัย อดีตเจ้าอาวาสวัดไวสเลียเป็นโจทก์ยื่นฟ้องสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาและพระราชธรรมวิเทศ รองประธานสมัชชาสงฆ์ฯรูปที่ 1 และหัวหน้าสงฆ์วัดไทยแอล.เอ. กรณีเงิน 50,000 ดอลลาร์ที่ขายวัดไวสเลียมาได้ตามคำสั่งศาล 

การฟ้องร้องครั้งนี้เป็นคดีหมิ่นประมาท ใส่ความ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้เกิดความระทมทุกข์ พร้อมกับเรียกค่าเสียหาย 220,000 ดอลลาร์บวกเงิน 50,000 ดอลลาร์ เป็นคดีหมายเลข BC335057

คราวนี้ทางคณะกรรมการวัดไทยก็มอบหมายให้ทนายความเดวิด คริสเตียนสัน เป็นทนายแก้ต่างให้พร้อมกับยื่นฟ้องกลับ (Cross- complaint)และเรียกค่าเสียหาย 2 ล้านดอลลาร์  

                ในระหว่างนั้นก็จะมีการเรียกให้ปากคำหรือ Deposition ตามที่ทนายแต่ละคนจะเรียก โดยเฉพาะคนที่อยู่ในเหตุการณ์หรือผู้เกี่ยวข้องกับคดีโดยตรง

                ผมไปถึงได้พบกับทนายความสเตร๊าด์  เราคุยกันด้วยดีไต่ถามถึงธุรกิจหนังสือพิมพ์ หลังจากไม่ได้พบกันมานานตั้งแต่คดีพระครูเศรษฐกิจกับหนังสือพิมพ์นิวชุมชน  เขาจำผมได้เพราะพบกันประมาณ 5 ครั้งทั้งเรื่องคดี การแถลงข่าวและอื่นๆ จากนั้นผมขอคำปรึกษาว่าทำไมหมายที่เขาเซ็นตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม มาถึงผมวันที่ 18 สิงหาคมและเรียกให้มาขึ้นศาลวันที่ 20 สิงหาคม  เขาบอกว่าไม่เข้าใจเหมือนกัน เขาขอโทษผมแทนคนส่งหมาย  แล้วบอกว่าจะนำผมขึ้นไต่สวนในฐานะพยานเป็นคนแรก หลังจากเสร็จแล้วจะไปไหนก็ไป แต่วันนั้นผมอยู่ทั้งวันตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะถือโอกาสทำข่าวไปด้วยในตัว

                ทนายสเตร๊าด์เรียกผมขึ้นคนแรกเพราะผมเขียนบทความในคอลัมน์ส่วนตัว-ส่วนรวม ฉบับวันที่ 5-11 ..2005 เรื่อง”ศึกษากรณีวัดไวสเลีย-วัดชิโน่ฮิลส์เงินบริจาคกับนักค้าคดีความ” ทนายความนำหนังสือพิมพ์ The Asian Pacific News ฉบับนั้นมากางต่อหน้าผมแล้วให้ผมดู หลักฐานนี้เรียกว่า Exhibit จากนั้นก็ซักต่อหน้าผู้พิพากษาและคนอื่นๆที่อยู่ในห้องพิจารณาคดี  ผมก็ตอบไปตามความจริง

                ต่อมามีการเรียกขึ้นไต่สวนทีละคน ในวันนั้นรวม 9 คน  โดยคนสุดท้ายคือพระราชธรรมวิเทศ แต่ไต่สวนไม่เสร็จยกยอดมาเป็นเช้าวันที่ 21 สิงหาคม

                รายละเอียดต่างๆผมคงไม่นำเล่านะครับเพราะประเด็นในการพิจารณามันมีมาก อีกทั้งไม่เหมาะที่จะนำบางประเด็นมาเสนอ อาจเกิดความลำเอียงในรูปคดี ขอยกยอดไปให้ผู้พิพากษาเป็นการดีที่สุด และผมก็ปลอดภัยด้วย

                เท่าที่ผมทราบการไต่สวนพยานจะเสร็จสิ้นวันที่ 22 สิงหาคม  จากนั้นผู้พิพากษาก็จะนำคดีที่รับฟังทั้งหมดไปพิจารณาก่อนที่จะมีคำพิพากษาลงมา โดยอาจใช้เวลาประมาณเป็นเดือนหรือสองเดือนแล้วแต่  คดีนี้ไม่มีการใช้ลูกขุน

                ภาพรวมในวันพิจารณาคดีนั้นเป็นเรื่องของ”ชาววัด”ด้วยกันทั้งสิ้น ฝ่ายพระก็มีพระมหาสุนทร ศรชัย ,พระราชธรรมวิเทศ และพระไชยา ปริปุณโณ ฝ่ายฆราวาสก็มีคณะกรรมการวัดที่ต้องขึ้นให้ปากคำเช่นคุณอุไร เรือนพรหม, คุณสุรพงษ์ ชิโนทัยกุล,คุณสำเภา พงษ์เวช,คุณชวพจน์ ถุงสุวรรณ,คุณเสาวภา ออลไบรท์,คุณทองหล่อ เมย์,คุณแนนซี่ ภูพงศ์ไพบูลย์ และอีกหลายคน

                ฝ่ายทนายความก็มีทนายสเตร๊าด์,ผู้ช่วย,ทางด้านทนายเดวิด คริสเตียนสันก็มีทนายรอสลิน ปัทมคันธิน อดีตนายกสมาคมไทยฯไปเป็นผู้ช่วยทนายความเพราะมีเรื่องเกี่ยวเนื่องกับภาษาไทย

                วันนั้นได้พบกับคุณสมทรง จำนงค์ภักดี หลังจากไม่ได้พบกันมานานทราบว่าคุณสมทรงมาเป็นผู้ช่วยพระมหาสุนทร ศรชัย  เราชวนกันลงไปดื่มกาแฟสตาร์บั๊คที่อยู่ด้านล่างพร้อมกับคุณหน่อยซึ่งทำหน้าที่ล่ามภาษาไทยให้กับศาล  เราพูดคุยกันสนุกดี  ผมบอกคุณสมทรงไปว่า 3 แห่งที่เราไม่ควรไปเด็ดขาดนั่นคือศาล,สถานีตำรวจและโรงพยาบาล คุณสมทรงก็หัวเราะหึ หึ

                วันนั้นผมยังมองไปยังด้านหลังห้องพิจารณาเห็นพระ 2 รูป ห่มผ้าเหลืองสีจางๆมานั่งอยู่ ผมไม่รู้ว่าเป็นใคร  ไม่นานนักก็ออกจากห้องพิจารณาคดีไป  ผมจึงถามพระไชยาว่าพระ 2 รูปมาจากวัดไหน

                “อ้าวโยมไม่รู้จักหรือ ก็พระมหาปัญญา สิงห์กวางกับพระมหาเชิดศักดิ์ ทองมา วัดชิโนฮิลส์ไง”ท่านไชยาตอบ

                ผมเป็นงงเพราะไม่เคยเห็นหน้าค่าตาพระทั้งสองรูปมาก่อนเลย หากทราบคงจะเข้าไปขอสัมภาษณ์สักหน่อยว่าท่านมาเรียนรู้วิธีขึ้นศาลหรืออย่างไร  ? .....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping