วัดไทยแอล.เอ.กับปัญหารุมเร้า

                วัดไทยแอล.เอ.เป็นวัดใหญ่  การเติบโตของวัดไม่ได้เกิดขึ้นเพียงข้ามวัน แต่วัดไทยก่อตัวมาประมาณ 40 ปีแล้วก่อนที่จะยืนตระหง่านอวดความเป็นทางทางด้านศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม การสอนภาษาไทยทั้งให้กุลบุตรกุลธิดาและชาวต่างชาติที่ต้องการเล่าเรียน

                เราทราบว่าวัดไทยมีคณะกรรมการอำนวยการหมุนเวียนเข้า-ออก(แต่บางท่านก็ยังอยู่) และยังมีคณะกรรมการบริหารประกอบขึ้นมาเพื่อให้วัดดำเนินงานไปได้

                เมื่อวัดไทยเติบโตขึ้นรวมทั้งการเติบโตของตลาดอาหารวันเสาร์-อาทิตย์ พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วและเติบโตจนคณะกรรมการตามแก้ปัญหาไม่ทัน ถึงกับมีการร้องเรียนและไต่สวนเกิดขึ้น จนถึงกับต้องมีการปิดไปประมาณ 8 เดือน หากแก้ปัญหาได้แล้วก็ขออนุญาตเปิดใหม่  

องค์กรต่างๆเมื่อเติบโตเร็วโดยไม่มีแผนที่ดีรองรับ ปัญหาตามมาก็มาก ทราบว่ามีการแก้ไขกันตลอดเวลาทุกปัญหา นับตั้งแต่เร่องการแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า ตามนิยามของคนไทยคือรวมกันตายหมู่ แยกอยู่ตายเดี่ยว  แต่คนไทยเมื่อมีปัญหาก็สามารถเข้ามาร่วมงานกันได้ เพราะลักษณะของการแตกแยกกันนั้นเป็นเพียง”ปัญหารอง” ไม่ได้หมายความว่าชาตินี้ไม่เผาผีกัน และความแตกแยกนี้ยังเป็นลักษณะของชุมชนไทยในแอล.เอ.หรือเมืองอื่นๆด้วย

                เรื่องที่เกิดขึ้นกับกรณีของนายหนุ่มหรือเฉลิมชัย นพไธสงค์ ตามข่าวกล่าวว่าได้ล่อลวงเด็กนักเรียนอายุ 7 ขวบเข้าไปห้องพัสดุของวัดแล้วถ่ายรูปโป๊ จากรายงานของตำรวจเขากระทำกับเด็กรวม 7 ราย ทำให้ถูกตั้งข้อหาลักพา,ลวนลามทางเพศแก่เด็กอายุน้อยกว่า 14 ปี  คดีนี้ร้ายแรงจนเจ้าหน้าที่ตั้งวงเงินประกันไว้ 9 ล้านดอลลาร์

                เฉลิมชัยหรือหนุ่ม อายุ 41 ปี ตามข่าวบอกว่าเรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแห่งนึ่ง ทราบว่าเมื่อ 6 ปีแล้ว ก่อนจะมาอยู่แอล.เอ.ได้ไปหาพระรูปหนึ่งที่เมืองไทยขอติดตามมาแอล.เอ.ด้วยเพื่อหาลู่ทางทำมาหากินเพราะธุรกิจที่เมืองไทยไปไม่ได้สะดวก  จากนั้นมาอยู่วัดไทยได้ระยะหนึ่งก็กลับไป ตอนหลังกลับมาอยู่อย่างถาวรโดยใช้วัดไทยเป็นที่พำนักอาศัย

                ทราบว่าเขาดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการทำงานให้วัดแลกกับการขออาศัยวัด นอกจากนี้ยังรับจ้างถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอตามงานต่างๆ และยังถ่ายวิดีโอให้กับสถานีทีวี.ช่องหนึ่งอีกด้วย  นายหนุ่มเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี สงบเรียบร้อย

                คืนวันจันทร์ผมไปร่วมงานวันเกิดที่บ้านคุณสุทิน ทิวาศาสตร์ ได้พบกับคุณวรวุฒิ อิทธิภักดีพงศ์ จ่าตำรวจสังกัดแอล.เอ.แอร์พอร์ตซึ่งถูกเรียกตัวไปเป็นล่ามในวันที่นายหนุ่มถูกจับกุมตัว คุณวรวุฒิไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแต่บอกว่านายหนุ่ม “ทำมาหาเก็บ”จนส่งเงินไปสร้างบ้านที่เมืองไทยได้ใหญ่โตหรูหรา  ผมก็ไม่อยากไปถามมากกว่านั้นเพราะเดี๋ยวจะเสียรูปคดี

                สรุปก็คือเวลาตำรวจสืบสวนสอบสวน คงจะขุดลึกลงไปถึงรากต่างๆของผู้ต้องหาอย่างไม่ต้องสงสัย

                ไหนๆเรื่องก็เกิดแล้ว ผมเองคงไม่ไปชี้หน้าด่าใครว่าใครเป็นคนให้นายหนุ่มอาศัยอยู่วัดทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้  และเมื่อเกิดเรื่องขึ้นแล้วเราจะทำอย่างไร  

                ประการแรกวัดไทยต้องแสดงความเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะมันเกิดขึ้นในวัด พร้อมกับแสดงความรับผิดชอบต่อผู้ปกครองและเด็กว่า ทางวัดจะมีแนวทางการแก้ปัญหาอย่างไร วัดไทยเป็นของส่วนรวม มีศรัทธาของผู้คนเป็นที่ตั้ง เป็นแขนงหนึ่งของพระพุทธศาสนาที่ปกปักรกรากอย่างสง่างามในสหรัฐอเมริกา

                เรื่องนี้ผมคิดว่าไม่มีใครรู้ คนทำผิดเองต้องปกปิดไว้  ไม่มีใครทำผิดและทำชั่วแล้วจะต้องมาโพนทะนาให้คนอื่นรู้  ดังนั้นขั้นตอนต่อไปของวัดไทยควรจะระดมสมองของคนในชุมชนไทยเข้าไปร่วมแก้ปัญหา แต่ละคนจะมองปัญหาแตกต่างกัน หากทำได้ผมว่าจะช่วยดึงภาพที่เสียหายกลับคืนมาได้ และควรจะเร่งทำในขณะที่เหล็กกำลังร้อน

ประการต่อมา ผมคิดว่าตำรวจต้องสอบต่อไปก็คือว่านายหนุ่มทำมาแล้วกี่ครั้ง ทำเสร็จนำออกจำแนกแจกจ่ายหรือไม่  หากนำไปขายใครเป็นผู้รับซื้อ เพราะขบวนการทางเพศที่เกิดกับเด็กนั้นเกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะเมืองไทยมีชายต่างชาติ ชอบเดินทางไปเพื่อ”ซื้อกาม”กับทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายที่อยู่ในเยาวัย เกิดเป็นข่าวและเป็นคดีมาก็มาก

ดังนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินคดีกับนายหนุ่มตามกบิลเมือง โดยทางวัดจะต้องให้ความร่วมมือเต็มที่เพราะพยานหลักฐานต่างๆอยู่ในมือของเจ้าหน้าที่หมดแล้ว รวมทั้งหลักฐานเพิ่มเติมที่จะตามมา และผมก็เชื่อว่าไม่มีใครในวัดไทยไม่ว่าจะเป็นพระหรือกรรมการออกมาเข้าข้างนายหนุ่ม

ประการที่สาม คนที่ไม่ชอบวัดไทยและวัดอื่นๆ ก็คงไม่ชอบอยู่ดี ดังนั้นคนกลุ่มนี้อาจพูดให้เสียหายเพิ่มเติมขึ้นมาได้ จึงเป็นเรื่องที่วัดจะต้องระมัดระวัง  คนที่ไม่ชอบนั้นไม่ชอบตัววัด แต่ไม่ชอบคนในวัดไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์,กรรมการวัด ส่วนใหญ่จะเป็นคนเคยช่วยเหลือวัดมาก่อน เมื่อเกิดความขัดแย้งจึงหลีกออกไป กลุ่มนี้อาจกลับเข้ามาช่วยกันถล่ม  แต่หากเป็นคนที่ไม่ถือโทษโกรธเคืองก็จะปล่อยไป ไม่นำกลับมาโทษซ้ำ

ในความเห็นของผม หากทุกคนคิดว่าวัดไทย(รวมทั้งวัดอื่นๆ)คือสมบัติที่จะสืบทอดต่อไปยังคนรุ่นหลัง  ทั้งพระและกรรมการวัดก็ไม่อาจมีใครอยู่ค้ำฟ้า  ตรงนี้ต่างหากที่จะต้องพิจารณาและให้ความช่วยเหลือกันต่อไป  วัดไทยและวัดอื่นๆมีคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อคนพุทธและคนไทยในสหรัฐอเมริกา

ไม่เชื่อลองหลับตาย้อนนึกไปดูว่า ท่านได้อะไรบ้างจากวัดไทยและผิดหวังอะไรบ้างจากวัดไทย จากนั้นนำมาหักกลบลบหนี้กัน มีแต่วิธีนี้เท่านั้นที่จะช่วยให้วัดอยู่รอดต่อไปในแง่ของ”ศรัทธา” .....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping