----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่----------------------------------------
นครศรีธรรมราชจากผู้ก่อการร้าย
ถึงการเผาจวนผู้ว่าฯและศาลหลักเมือง
ในห้วงเวลาที่กองทัพปลดแอกประชาชนไทย(ทปท.)อันเป็นกองกำลังจรยุทธ์ติดอาวุธของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.)ซึ่งทางการเรียกว่าผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์(ผกค.)เคลื่อน ไหวทั่วประเทศโดยถือเอาวันที่ 7
สิงหาคม พ.ศ.2508 เป็นวันเสียงปืนแตกมีการปะทะกันระหว่างตำรวจกับทหารป่าเป็นครั้งแรกที่บ้านนาบัว อ.นาแก จ.นครพนม พคท.ถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันเริ่มต้นของสงครามประชาชน
ไม่เพียงภาคอีสานเท่านั้นที่ทปท.เคลื่อนไหว แต่ทางภาคใต้อันมีเทือกเขายาวเหยียดตามรอยตะเข็บของประเทศ ก็มีผกค.ออกปฏิบัติการมาก ที่นครศรีธรรมราชมีค่ายกรุงชิง เป็นที่ราบสูงแห่งหนึ่งของเทือก
เขาหลวง
มีเขาต่าง ๆ เช่น ยอดเขาเหลือง,เขากลบ,เขาวังไฟ ฯลฯ รายล้อม
มีเนื้อที่ประมาณ
100,000
ไร่
อยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอท่าศาลา ค่ายกรุงชิงจึงเหมาะในการใช้เป็นฐานที่มั่นสามารถปิดบังซุ่มซ่อนและออกปฏิบัติการของผกค.ได้สะดวก
ค่ายนี้ถูกทหารถูกนาวิกโยธินบุกเข้ายึดในปี
2520
นอกจากนี้หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของนครศรีธรรมราชคือการเผาจวนผู้ว่าฯ นำโดยนายสุรชัย แซ่ด่าน(เปลี่ยนนามสกุลมาเป็น ด่านวัฒนานุสรณ์ )
ผู้ว่าฯสมัยนั้นคือนายคล้าย จิตพิทักษ์ เดินทางจากสุราษฎร์ธานีไปรับตำแหน่งผู้ว่านครฯ
อยู่ในตำแหน่งระหว่างวันที่ 17 ม.ค. 2515 ถึง 15 ม.ค. 2518
นายคล้าย
ยังได้รับฉายาว่าคล้าย ไข่เป็ด เรื่องนี้คุณตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ นักข่าวเพื่อนรุ่นพี่ของผมเองเป็นคนเล่าว่า ช่วงที่นายคล้ายเดินทางไปรับตำแหน่งเมืองนครฯนั้น ก่อนไปประชาชนนำไข่เค็มอันมีชื่อของเมืองไชยาและไข่เป็ดอื่นๆฝากไปด้วย พอลงสถานีรถไฟขณะที่ข้าราชการพ่อค้าประชาชนกำลังมายืนรอต้อนรับอยู่นั้นนายคล้ายกลับไม่ค่อยสนใจ แต่ถามหาชะลอมไข่อันเป็นของฝากของตนว่าใครขโมยไป นักข่าวจึงตั้งฉายาให้ว่าคล้าย ไข่เป็ด ต่อมานายคล้ายลาออกจากราชการและเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตก
อีกประการหนึ่งประมาณปี
พ.ศ.2528 เมืองนครเต็มไปด้วยปัญหาโจรผู้ร้ายก่อคดีอาชญากรรมมากมาย คุกคามชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ตั้งอยู่ในสุจริตเป็นอย่างมาก จนอาจกล่าวได้ว่า บ้านเมืองกำลังลุกเป็นไฟ
นายสัมพันธ์ ทองสมัคร อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช
พรรคประชาธิปัตย์ได้รับฉายาว่าเป็น
ปุโรหิตของพรรค ตอนหลังหนังสือพิมพ์ตั้งฉายาว่าหมอผีก็เข้าพบ พล.อ.สิทธิ
จิรโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอนายตำรวจฝีมือดีมาทำงานปราบปรามในพื้นที่จังหวัดฯเพื่อให้เข้าสู่สภาวะปกติ
พลเอกสิทธิ จิรโรจน์
เป็นรมว.มหาดไทยสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี
กระทรวงมหาดไทยส่ง พ.ต.อ.สรรเพชญ
ธรรมาธิกุล(ยศขณะนั้น ปัจจุบันปลดเกษียณยศ พลตำรวจโท)นายตำรวจฝีมือดีที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน มารับตำแหน่งในนครฯ ระหว่างนั้นพ.ต.อ.สรรเพชญ รับเชิญเป็นประธานพิธีทอดผ้าพระกฐินที่วัดนางพระยา
ต.ปากนคร อ.เมือง มีการเข้าทรงเจ้าแม่นางพญาและบอกว่าดวงเมืองนครศรีธรรมราชถูกสาปเอาไว้
ต้องการให้พ.ต.อ.สรรเพชญสร้างหลักเมืองศรีวิชัย 12 นักษัตรขึ้นมาใหม่
เพื่อช่วยให้เมืองนครฯพ้นจากอาถรรพณ์คำสาปในอดีต
คนที่มีส่วนร่วมสำคัญห้วงเวลานั้นประกอบด้วยนายสัมพันธ์
ทองสมัคร,พ.ต.อ.สรรเพชร ธรรมาธิกุล ซึ่งเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ โชคลางของขลังและพลตำรวตรีขุนพันธรักษ์ราชเดชซึ่งเป็นผู้ระบุว่า
ผู้มาเข้าทรงให้สร้างหลักเมืองและแก้ดวงเมือง คือจตุคามรามเทพ หรือพระเจ้าจันทรภานุ
อดีตกษัตริย์ของอาณาจักรศรีวิชัย
พ.ต.อ.สรรเพชญ ได้ให้นายอะผ่อง สกุลอมร หรือโกผ่อง พ่อค้าขายซาลาเปา
ซึ่งเคยเป็นร่างทรงของศาลเจ้ามาเข้าทรงเจ้าแม่นางพญา จึงทำให้พ.ต.อ.สรรเพชญ
ตัดสินใจสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราช และแก้ดวงเมือง หลังจากนั้นโกผ่องได้เข้าทรงจตุคามรามเทพอีกหลายครั้ง
และกลายเป็นที่มาของการสร้างวัตถุมงคลจตุคามรามเทพในปี 2530
นายสัมพันธ์ให้สัมภาษณ์ว่า"เท่าที่สังเกต จตุคามฯ
พูดสุภาพนุ่มนวล มีเหตุผล มีหลักเกณฑ์ เป็นคำโบราณที่เราไม่ค่อยได้ยิน จากนั้นก็มีคำพูดหลุดออกมาว่า ต้องสร้างหลักเมือง เราจึงต้องทำตามคำบอกเล่า โดยตั้งคณะทำงานสร้างหลักเมืองขึ้น ผมได้ร่วมปรึกษาหารือเรื่องการสร้างหลักเมืองมาตั้งแต่ต้น ในบางโอกาสได้เข้าร่วมพิธีกรรม บางครั้งก็เป็นประธานในพิธี และเป็นผู้ดำเนินการจัดหาที่ดินในการตั้งศาลหลักเมือง"
"...ในพิธีปลุกเสกขั้นสุดท้าย ผมเป็นประธานจุดเทียนชัย ตอนแรกผมไม่ได้เตรียมตัว แต่มีคนมาตาม
บอกว่า จตุคามฯให้ตามตัวไป พอไปถึงร่างประทับทรงก็บอก "ไอ้ดำ ปากลิง มึงมาแล้ว
มึงต้องจุดเทียนชัย คนอื่นจุดเทียนชัยวันนี้ไม่ได้" ผมเห็นว่าคนอื่นก็อยู่กันเต็มไปหมด ทั้งท่านขุนพันธ์ พ.ต.อ.สรรเพชญ
และผู้ว่าฯ ทำไมต้องให้ผมจุด คงเป็นเพราะจิตผมอาจจะดี จิตนิ่ง และเมื่อมีการโปรดเกล้าฯให้จังหวัดนำหลักเมืองเข้าเฝ้าฯ ท่านขุนพันธ์เจ้าพิธีต้องนำวัตถุมงคลเข้าทูลเกล้าฯ ถวาย เกิดป่วย
ผมจึงต้องทำหน้าที่แทน"
วัตถุมงคลจตุคามฯที่สร้างขึ้นรุ่นแรกๆไม่ค่อยหวือหวานัก มีขนาด
5-7
เซนติเมตร
มีสามสี คือ ขาว น้ำตาล
และดำ ให้บูชาแว่นละ 29-49 บาท แต่ไม่ค่อยมีใครสนใจ ขณะนี้รุ่นแรกกล่าวได้ว่าราคากว่า 2 ล้านบาท
"ผมจะเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็แค่รุ่นละ 1-2 เหรียญ ที่มีอยู่
ส่วนใหญ่เป็นศิลปะที่เราชอบ ที่ดังๆ ก็มี
"เจดีย์ราย" รุ่นหนึ่งของหลักเมือง รุ่นแซยิดขุนพันธ์ รุ่นสองแผ่นดิน รุ่นปฐมกษัตริย์ รุ่นพระธาตุเมืองนครฯ มีเยอะ แต่จำไม่ได้ทุกรุ่น..."นายสัมพันธ์กล่าว
อย่างไรก็ตามขณะนี้นายสัมพันธ์กำลังรวบรวมเอกสารเกี่ยวกับ "จตุคามรามเทพ" ที่มีกว่า 400 รุ่น เพื่อทำเป็นหนังสือ เพราะเห็นว่าหนังสือบางเล่มเขียนเกินเลยความเป็นจริง
"บางเล่มเขียนอภินิหาร เลอเลิศ
ความจริงมันไม่ใช่ เลยตัดสินใจเขียนเล่าเรื่องจตุคามฯเล่มที่ 1 ส่วนเล่มที่ 2 จะเขียนถึงจตุคามฯ ที่น้อมเกล้าฯ
ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเล่มที่ 3 จะเขียนถึงอภินิหาร จตุคามฯ
เคยบอกว่า "พิธีกรรมของกู ถ้าทำถูกต้องจะเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น พระอาทิตย์ทรงกลด หน้าแล้งฝนตก
หน้าฝนฝนแล้ง มืดครึ้มจะสว่าง สว่างจะมืดครึ้ม ในวันทำพิธี"
ดังนั้นเมื่อได้ศึกษาความเป็นมาแล้ว
การสร้างจุตคามรามเทพก็เพื่อนำเข้ามาปกปักรักษาเมืองนครศรีธรรมราชให้อยู่เย็นเป็นสุข ฉบับต่อไปผมจะเขียนถึงของดี 10 ประการของเมืองนครฯที่สร้างขึ้นเพื่อหารายได้มาสร้างศาลหลักเมืองรวมทั้งองค์ท้าวจตุคามรามเทพด้วย.....อ่านต่อ
|