จาตุคามรามเทพนครศรีธรรมราช
เมืองพระแต่มีภัยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
นครศรีธรรมราชห้วงเวลานี้เศรษฐกิจคึกคักดีมาก
หลังจากที่องค์จตุคามรามเทพอันเป็นวัตถุมงคล
เข้ามาช่วยกอบกู้เมือง ผู้คนจากทุกสารทิศเดินทางไปเสาะหาจตุคามรามเทพที่เปิดแผงให้เช่าในตัวตลาดนับหลายร้อยแผง
รถบรรทุกจตุคามที่พิมพ์แล้วเพื่อนำไปปลุกเสกเข้า-ออกจนพระธาตุเอียง
เกิดกระแสต่อต้านจากชาวนครฯเพราะเกรงว่าพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองจะพังครืนลงมาเหมือนพระธาตุพนมในอดีต
ขณะนี้จัดระเบียบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
ผมมองจาตุคามรามเทพเป็นปรากฎการณ์อย่างหนึ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน
จากที่คนนครฯนับถือมานาน จตุคามรามเทพแผ่กระจายไปทั่วประเทศและต่างประเทศ ดังน้นจึงเป็นปรากฎการณ์ที่น่าศึกษายิ่ง
ผมจึงหวนกลับไปหาอดีตเกี่ยวกับนครศรีธรรมราชดังนี้
นครศรีธรรมราชเป็นเมืองโบราณที่มีความสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจ
สังคม การเมือง การปกครอง และศาสนามากที่สุดเมืองหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมืองนี้มีชื่อเสียงเป็นที่ รู้จักกันอย่างกว้างขวางมาไม่น้อยกว่า
1,800 ปี หลักฐานทางโบราณคดีและหลักฐานทางเอกสารที่ปรากฏในขณะนี้ยืนยันได้ว่านครศรีธรรมราชมีกำเนิดมาแล้วตั้งแต่พุทธศตวรรษที่
7 เป็นอย่างน้อย
จากประวัติศาสตร์อันยาวนานประมวลได้ว่า
นครศรีธรรมราช"ปรากฏชื่อในที่ต่างๆ หลายชื่อ
ตามความรู้ความเข้าใจที่สืบทอดกันมาและสำเนียงภาษาของชนชาติต่างๆที่เคยเดินทางผ่านมาในระยะเวลาที่ต่างกันเช่น
ตมฺพลิงฺคมฺ
หรือตามฺพลิงฺคมฺ
(Tambalingam)หรือกมลี หรือ ตมลี หรือ กะมะลิง หรือ ตะมะลิง เป็นภาษาบาลีที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์มหานิเทศ
ซึ่งเขียนขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 7-8
คัมภีร์นี้เป็นวรรณคดีอินเดียโบราณกล่าวถึงการเดินทางของ
นักเผชิญโชค เพื่อแสวงหาโชคลาภและความร่ำรวยยังดินแดนต่างๆ อันห่างไกลจากอินเดีย
คือบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ระบุเมืองท่าต่างๆ ในบริเวณนี้ไว้และในจำนวนนี้ได้มีชื่อเมืองท่าข้างต้น
อยู่ด้วย
ชาวตะวันตกเรียกนครศรีธรรมราชว่า
"ลิกอร์" สันนิษฐานว่าชาวโปรตุเกสที่เข้ามาติดต่อค้าขายในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นเป็นผู้เรียกก่อนโดยเพี้ยนมาจากคำว่า
"นคร"
ส่วนชื่อ "นครศรีธรรมราช"
มาจากพระนามของกษัตริย์ผู้ครองนครในอดีตทรงมีพระนามว่า "พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช"
(ราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช) มีความหมายว่า "นครอันเป็นสง่าแห่งพระราชาผู้ทรงธรรม"
หรือ "เมืองแห่งพุทธธรรมของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่" คนทั่วไปอาจรู้จักในนามเมืองนครหรือเมืองคอน
นครศรีธรรมราชตั้งอยู่ริมอ่าวไทยทางใต้ถือเป็นจังหวัดมีพื้นที่ใหญ่อันดับ
2 ของปักษ์ใต้รองจากสุราษฎร์ธานี แบ่งการปกครองออกเป็น 21 อำเภอ 2
กิ่งอำเภอ 165 ตำบล 1428 หมู่บ้าน จังหวัดที่อยู่ติดกันนับจากทิศใต้วนตามเข็มนาฬิกาประกอบด้วย
สงขลา,พัทลุง,ตรัง,กระบี่และสุราษฎร์ธานี
เท่าที่ผมพิจารณาดูนครศรีธรรมราชมีประวัติศาสตร์เข้ามาเกี่ยวพันหลายขั้นตอน
แต่ผมจะไม่ย้อนกลับไปมากจนกลายเป็นเรื่องพิสดาร เอาเป็นอันว่าเมืองนี้ค่อนข้างรุนแรงและอาถรรพณ์พอสมควรเริ่มจากสมัยพระนารายณ์มหาราช(ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่
4
ของราชวงศ์อู่ทองแห่งกรุงศรีอยุธยา พระองค์ทรงครองราชย์ระหว่างปีพ.ศ. 2199-2231 หรือ ค.ศ.1656-1688 )
ก็มีเรื่องเกี่ยวพันทางวรรณคดี นั่นคือศรีปราชญ์ กวีเอกคนหนึ่งของเมืองไทย สันนิษฐานว่าเป็นลูกชายของพระโหราธิบดีหรือพระมหาราชครู
ตามประวัติเล่าว่าศรีปราชญ์เข้ารับใช้เบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระนารายณ์ฯหลังจากที่พระองค์ทรงจนแต้มเมื่อทรงนิพนธ์โคลงบทหนึ่งคือ
อันใดย้ำแก้มแม่ หมองหมาย
ยุงเหลือบฤๅริ้นพราย ลอบกล้ำ
พระองค์ก็มอบให้พระโหราธิบดีไปแต่งต่อ จนกระทั่งศรีปราชญ์ผู้เป็นลูกเห็นเข้าจึงแต่งเติมขณะนั้นยังชื่อเด็กชายศรีอายุ 9 ขวบ โดยแต่งต่อดังนี้
อันใดย้ำแก้มแม่ หมองหมาย
ยุงเหลือบฤๅริ้นพราย ลอบกล้ำ
ผิวชนแต่จักกราย
ยังยาก
ใครจักอาจให้ช้ำ
ชอกเนื้อเรียมสงวน
สมเด็จพระนาราย์ทรงโปรดมากจึงเรียกตัวเด็กชายศรีเข้าถวายตัวรับใช้ตั้งแต่บัดนั้นมา จนกระทั่งศรีปราชญ์โตเป็นหนุ่ม มีเรื่องเล่าว่าไปมีเรื่องหรือไปลอบเป็นชู้กับ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระสนมเอกของ
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช โทษครั้งนี้จะต้องถูกประหารชีวิต แต่พระโหราธิบดีขอไว้ลดโทษเป็นเนรเทศไปอยู่เมืองนครศรีธรรมราชอันเป็นเมืองทุรกันดาร
เล่าให้สั้นเข้าศรีปราชญ์ไปทำความผิดอีก คราวนี้เจ้าพระยานครซึ่งเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรม
ราชไม่เอาไว้ จึงสั่งให้ประหารชีวิต ในสมัยโบราณการประหารชีวิตจะผูกนักโทษติดกับเสาปิดตาพนมมือมัดมือด้วยดอกไม้ธูปเทียน
มีเพชฌฆาตรำดาบตัดคอ โดยมี 2 ดาบ
หากดาบแรกคอไม่ขาด ดาบ 2 จะทำหน้าที่ตาม (เหมือนเพลงที่สุเทพ
วงศ์กำแหง ขับร้องไว้ว่า ดั่งถูกดาบสองซ้ำต้องอีกที ลาก่อนคนดีชีพนี้อุทิศให้เธอ )
ศรีปราชญ์ได้เขียนโคลงสี่สุภาพไว้เหมือนกับการแช่งชักหักกระดูกเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช
อันเป็นโคลงสี่สุภาพที่โด่งดังนำมาให้นักเรียนได้เรียนและท่องจำกันดังนี้
ธรณีนี่นี้
เป็นพยาน
เราก็ศิษย์มีอาจารย์
หนึ่งบ้าง
เราผิดท่านประหาร
เราชอบ
เราบ่ผิดท่านมาล้าง
ดาบนั้นคืนสนอง
ตามประวัติศาสตร์เล่าว่าเมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้สูญเสียแม่ทัพเหล็ก(เจ้าพระยาโกษาฯ)ผู้เป็นเสาหลักแห่งกรุงศรีอยุธยาไปแล้ว ก็ทรงเศร้าโศกพระทัยยิ่งนัก เป็นเหตุให้ทรงรำลึกถึงศรีปราชญ์รัตนกวีคู่พระทัยขึ้นมา
ทรงโปรดให้นำตัวศรีปราชญ์คืนกลับกรุง แต่ศรีปราชญ์ถูกเจ้าพระยานครประหารชีวิตไปแล้ว จึงทรงพิโรธ ตรัสสั่งให้พระยารามเดโช นำทัพไปกุมเอาตัวเจ้าพระยานครล้างเสียด้วยดาบเล่มเดียวกันกับที่ใช้ประหารศรีปราชญ์ให้ตายตกไปตามกัน และทรงโปรดให้พระยารามเดโช ขึ้นเป็นเจ้าพระยารามเดโช เป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชนับแต่นั้น
ความรุนแรงประการที่สองที่ผมประมวลได้ก็คือเหตุการณ์ที่แหลมตะลุมพุกเมื่อคืนวันที่
25 ต่อวันที่ 26 ตุลาคม 2505 ได้เกิดพายุโซนร้อนแฮเรียตพัดผ่านทางตอนใต้ของประเทศไทย ยังความเสียหายให้แก่จังหวัดต่างๆทางภาคใต้ถึง
12 จังหวัด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่แหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง ได้รับความเสียหายมากที่สุด
ไม่มีบ้านเรือนราษฎรและสิ่งก่อสร้างหลงเหลืออยู่เลย มีผู้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า1,000 คน
หลังเกิดเหตุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสรับสั่งให้
กรมประชาสงเคราะห์ ช่วยเหลือโดยรีบด่วน พร้อมทั้งทรงติดต่อขอเครื่องบินจากกองทัพอากาศ
ให้การสนับสนุนในการนำสิ่งของไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัย ที่บริเวณแหลมตะลุมพุก
ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2505 จากนั้นมีการระดมรับบริจาคเงินและสิ่งของช่วยผู้ประสบภัยและพระราชทานสิ่งของด้วยพระองค์เอง ปรากฏว่าช่วงระยะเพียง 1 เดือน
มีผู้บริจาคเงินถึง 11 ล้านบาท และสิ่งของต่างๆประมาณ 5 ล้านบาท
เงินส่วนหนึ่งพระองค์พระราชทานให้กระทรวงศึกษาธิการไปสร้างโรงเรียนประชาบาลที่ถูกพายุพัดไป
12 โรงใน 6 จังหวัดภาคใต้และพระราชทานชื่อว่าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์
1
ถึง 12 ตามลำดับ จากนั้นยังมีเงินเหลืออยู่ 3 ล้านบาท ในหลวงทรงตั้งเป็นกองทุนช่วยเหลือและสงเคราะห์ผู้ประสบภัยทั่วประเทศด้วยการจัดตั้งเป็นมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ตั้งแต่นั้นมา โดยมีความหมายว่า
พระราชาและประชาชนต่างอนุเคราะห์ซึ่งกันและกัน ปัจจุบันคราวใดที่ประชาชนต้องประสบสาธารณภัย
มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ จะเข้าช่วยเหลือทันที
ใครอยากจะทราบเรื่องแหลมตะลุมพุกขอให้ไปถามคนปากพนัง ที่มีประสบการณ์โดยตรงในสมัยเด็กและรอดชีวิตมาได้
เขาชื่อคุณตุ๋ยหรือคุณสุทธิพร สังข์มี เจ้าของห้องอาหารจิตรลดา ปักษ์ใต้บ้านเราอยู่เลขที่
5233 ½
Sunset Blvd.,Hollywood โทร.(323)663-3104
ฉบับต่อไปผมจะเขียนถึงภัยของเมืองนครยังมีอีกหลายเหตุการณ์จนถึงกับมีการสร้างศาลหลักเมืองขึ้นมาใหม่เพื่อปกปักรักษาเมือง
.....อ่านต่อ
|