----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่----------------------------------------
เมื่อคดีวัดพุทธิชิโนฮิลส์จบแล้ว
จะทำอย่างไรกับ 3 พระธรรมทูตหัวแข็ง
ปลายสัปดาห์ที่แล้วผมรับทราบจดหมายของทนายความเดวิด คริสเตียนสัน
ส่งไปยังวัดพุทธิโนฮิลส์เรื่องคดีการฟ้องร้องสิ้นสุดลงแล้ว ผู้ชนะเลือกตั้งและได้เข้าไปเป็นคณะกรรมการอำนวยการ
(Board
of Directors)ชุดใหม่ของวัดมี 3 คนประกอบด้วยพระครูสังฆรักษ์จันทึก
โพธิสาร,พระครูใบฎีกาฐิตกร คำโอด และดร.แหลมทอง ศิลปานนท์
ทั้ง 3 มีอำนาจเต็มในการนำชื่อไปจดทะเบียนในฐานะเป็น CEO,Secretary
และเหรัญญิกชุดใหม่เพื่อเข้าไปบริหารวัดโดยถูกต้องชอบธรรมและผ่านกระบวนการทางศาลจนถึงที่สิ้นสุด
คราวนี้ยังมีปัญหาติดขัดที่พระธรรมทูต 3 รูปจากเมืองไทยและพระศรีลังกาคือพระโสมาปาละ
ซึ่งเคยเป็นคนขับรถให้กับพระวิเวก วิเวกานันทะ ตอนหลังพระวิเวกนำไปให้หลวงพ่อวัดไทยพระราชธรรมวิเทศช่วยบวชให้เพื่อจะได้สะดวกในการไปไหนมาไหนด้วยกัน
พระไทย 3 รูป ผมอยากจะเรียกว่าเป็นพระหัวแข็งทีเดียวเพราะได้ร่วมกับพระโสมาปาละและบุคคลอื่นๆจะตัดที่ดินวัดขาย
แถมร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคุณอรวรรณ เกตุพงศ์สุดา,คุณประกอบ ทองทาและดร.แหลมทอง
ศิลปานนท์ ไม่ให้เข้าไปบริหารวัด จึงเป็นคดีความขึ้นมา เสียค่าทนายกันทั้งสองฝ่าย
พวกเสนอตัดที่ดินวัดขายเป็นเพราะไม่มีทางออกว่าจะแก้ปัญหาของวัดอย่างไร
รีไฟแนนซ์ก็แล้ว จนกระทั่งในที่สุดธนาคารเดิมบอกไม่เอาด้วย ต้อง Pay-off
เมื่อเครดิตของวัดไม่เหลือที่จะไปรีไฟแนนซ์ออกมาได้
ทางออกจึงขอความช่วยเหลือไปยังคุณอรวรรณ เกตุพงศ์สุดา เพื่อมาช่วย
Co-sign ย้ายเงินกู้จากธนาคารเดิมมาไว้ธนาคารใหม่
เท่าที่ผมฟังเทปการประชุมวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2005 ทุกคนอยากตัดที่ดินขาย
จนถึงกับลงรายชื่อ แต่หลวงพ่อวิเวกไม่ยอมเหตุเพราะคุณคมสัน
อินทวัน เสนอมา 3.50 เอเคอร์เป็นเงิน 1.25 ล้านดอลลาร์ หลวงพ่อเห็นว่าน้อยไปเพราะที่ดินแถวนั้นราคาเอเคอร์ละประมาณ
1 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งหลวงพ่อวิเวกขอเวลาปรึกษา
1.ประธานสมัชชาสงฆ์ 2.รองประธานสมัชชาสงฆ์ 3. ที่ปรึกษาสมัชชาสงฆ์
และ 4.เลขาธิการสมัชชาสงฆ์
ข้อสำคัญหลวงพ่อวิเวกประกาศว่าการขายที่ดินในราคาไม่สมควรนั้นจะถูกพระอาจารย์สมบัติ
สาปแช่ง,เทวดาบนผืนดินสาปแช่งและนักธุรกิจสาปแช่ง พูดกันไปมาหลวงพ่อวิเวกก็ประกาศลาออกไม่ยุ่งด้วย
พร้อมทั้งขอให้บุคคล 5 คนประกอบด้วยพระมหาชนะ มารชิโน,พระมหาทินวัฒน์,พระมหาปัญญา,พระมหาเชิดศักดิ์และนายคมสันดูแลวัดต่อไป
ในที่ประชุมพยายามยกคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ขึ้นมาพูดว่าต้องตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต หลวงพ่อวิเวกสวนขึ้นมาว่า
ต้องสละทั้งอวัยวะและชีวิตเพื่อรักษาธรรม หากทุกคนตีความให้ดีจะเห็นได้ว่าหลวงพ่อวิเวกเน้นคำว่าธรรมหมายถึงความถูกต้อง ที่ดินแถวนั้นเอเคอร์ละประมาณ
1 ล้านดอลลาร์ แต่จะตัดขาย 3.50 เอเคอร์ในราคา 1.25 ล้านดอลลาร์ หลวงพ่อเห็นว่าไม่เป็นธรรม
ในที่สุดหลวงพ่อวิเวกมรณภาพ,พระมหาชนะและพระมหาทินวัฒน์ ลาสึกไปแล้ว
พระมหาปัญญาและพระมหาเชิดศักดิ์กำลังจะถูกอิมมิเกรชั่นนิมนต์กลับเมืองไทย ส่วนคุณคมสันยังมีชีวิตที่ดีอยู่เพราะมีบ้านไม่น้อยกว่า
10 หลัง (อันนี้ฟังมาจากเทปการประชุม)
หันมาทางวัด เมื่อแก้ปัญหาไม่ตกทุกฝ่ายในวัดโดยเฉพาะคณะสงฆ์ทั้งหมดยินยอมให้สมัชชาสงฆ์ไทยแห่งสหรัฐอเมริกาเข้าไปช่วยแก้ปัญหา แต่แทนที่จะอยู่เฉยๆ พระทั้ง 3 รูปกลับยื่นฟ้องสร้างคดีขึ้นมาอีก
เขาเรียกว่าไม่มีการเชื่อฟัง,เคารพและยำเกรงสมัชชาแต่อย่างใด
เป็นเหตุให้พระเทพกิตติโสภณ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาลงนามในจดหมายเลขที่ 69/2548 ,70/2548 และ
71/2548
วันที่
1
ตุลาคม
2548(2005)
เรื่องขอนิมนต์ให้เดินทางกลับประเทศไทยแก่พระอธิการไสว จนฺทวณฺโณ (ชมไกร)
พระมหาเชิดศักดิ์ อินทวีโร(ทองมา)และพระมหาปัญญา อตฺตูปโม(สิงห์กวาง) ตามลำดับ
โดยมีข้อความคล้ายกัน
หนังสือของพระเทพกิตติโสภณอ้างถึงการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ครั้งที่ 29-2548 วันที่ 8-9 มิถุนายน 2548 ที่วัดไทยกรุงวอชิงตันดี.ซี. โดยวัดพระพุทธชินราช ชิโนฮิลส์แคลิฟอร์เนียได้เสนอเรื่องต่อที่ประชุมขอให้สมัชชาเข้าไปดูแล
ที่ประชุมมอบหมายให้คณะกรรมการอำนวยการสมัชชาฯรับไปพิจารณา
ต่อมาคณะกรรมการอำนวยการได้ประชุมร่วมกับพระสงฆ์วัดพระพุทธชินราชฯเมื่อ
10 มิถุนายน 2548
ที่วัดไทยกรุงวอชิงตันดี.ซี. พร้อมกับให้คำยินยอมต่อที่ประชุมว่าพระสงฆ์วัดพระพุทธชินราช ชิโนฮิลส์ทุกรูป ยินดีให้สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาเข้าไปดูแลและแก้ไขสถานการณ์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น
สมัชชาฯจึงแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งประกอบด้วยที่ปรึกษา 3 รูปคือ1.พระราชธรรมวิเทศ
2.พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ 3.พระมหาบุญก้ำ ฐิตเวโท
สำหรับประธานคณะกรรมการคือ 4.พระวิเทศธรรมกวี 5.พระมหาศักดิ์ชัย ฐิตเมโธ เป็นรองประธานฯ 6.พระครูวิเทศพรหมคุณ เป็นกรรมการและเลขานุการ 7.พระครูวิมลศาสนาวิเทศ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
พร้อมกันนั้นยังมีคณะกรรมการอีก 3 รูปประกอบด้วย 8.พระมหาสุขุม สุขุโม 9.พระครูปลัดสิทธิพร เมธงฺกโร 10.พระครูโสภณศาสนวิเทศ
คณะกรรมการคณะนี้เข้าไปดูแลแก้ไขร่วมกับคณะสงฆ์วัดพระพุทธชินราช ชิโนฮิลส์
กำหนดแนวทางแก้ไขว่าขั้นแรกให้พระสงฆ์วัดพระพุทธชินราชฯไปประชุมแล้วมีมติให้พระโสมาปาละพ้นจากตำแหน่งประธานกรรมการวัด จากนั้นให้เลือกตั้งพระสงฆ์ไทยรูปใดรูปหนึ่งเป็นประธานฯแต่ทว่าพระหัวแข็งเหล่านี้กลับไม่ทำตามเงื่อนไข ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่าเขียนด้วยมือลบด้วยตีน
ดังนั้นจดหมายของสมัชชาสงฆ์จึงมีเหตุผลขอนิมนต์กลับเมืองไทยว่าท่านไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงและยินยอมที่ได้ให้ไว้ต่อที่ประชุม กลับนำเรื่องขึ้นฟ้องศาล ถือว่าท่านไม่เคารพเชื่อฟังสมัชชา โดยที่
1.สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เป็นองค์กรที่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา
2.สมัชชาฯได้รับมอบหมายจากมหาเถรสมาคมให้ดูแลพระภิกษุทุกรูปที่เดินทางเข้ามาในประเทศสหรัฐอเมริกา
3.พระสงฆ์ทุกรูปที่จะเดินทางเข้ามาประเทศสหรัฐอเมริกา สมัชชาฯเป็นผู้รับรองจึงจะเข้ามาได้
4.ท่านเองที่ได้มีโอกาสเดินทางเข้ามาอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น สมัชชาฯเป็นผู้รับรอง
ถ้าสมัชชาฯไม่รับรองแล้ว ท่านไม่มีโอกาสจะเข้ามาอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เลย
สมัชชาฯได้พิจารณาเห็นว่า เมื่อท่านไม่เคารพเชื่อฟังสมัชชาฯ ทั้งแสดงอาการกระด้างกระเดื่อง
ไม่เชื่อฟังพระเถระผู้ปกครอง จึงให้ท่านพ้นจากความเป็นสมาชิกสมัชชาฯและพ้นจากความเป็นพระธรรมทูต
ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และไม่มีสิทธิ์ที่จะอยู่ปฏิบัติศาสนกิจต่อไปได้
จึงเรียนมาเพื่อได้ทราบ ปวารณาออกพรรษาแล้ว ขอนิมนต์ท่านเดินทางกลับประเทศไทย
จดหมายเน้น
ขณะเดียวกันพระราชธรรมวิเทศ หัวหน้าสงฆ์วัดไทยแอล.เอ.ในฐานะรองประธานสมัชชาสงฆ์ได้ทำหนังสือลงวันที่ 12 ตุลาคม 2548(2005) เจริญพรไปยังนายอิสินธร สอนไว กงสุลใหญ่แอล.เอ.พร้อมกับส่งคำสั่งของประธานสมัชชาสงฆ์ทั้ง 3 ฉบับไปด้วย
อาตมาภาพในฐานะรองประธานกรรมการอำนวยการของสมัชชาสงฆ์ไทยฯและเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากสมัชชาสงฆ์ไทยฯให้เป็นผู้ดูแลและปกครองพระธรรมทูตและวัด
ในฝั่งตะวันตกของประเทศสหรัฐอเมริกา จึงเจริญพรมาเพื่อทราบและขอให้ดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ
ตามที่จะพิจารณาเห็นสมควรสืบต่อไป จดหมายย้ำ
เท่าที่ผมทราบตอนนั้นท่านอิสินธร สอนไว เมื่อได้รับจดหมายแล้วจึงดำเนินการตามขั้นตอนของทางราชการ ด้วยการนำแฟ้มหนังสือเดินทางของพระทั้ง 3 รูปออกมาเพื่อไม่ต่ออายุหนังสือเดินทางให้ หนังสือเดินทางของพระมีอายุใช้งาน 2 ปีเหมือนเช่นหนังสือเดินทางทูต
นอกจากนี้ยังทำหนังสือส่งไปยังวัดชิโนฮิลส์เพื่อแจ้งให้พระทั้ง 3 รูปให้รับทราบ,ทำหนังสือรายงานไปยังกระทรวงการต่างประเทศอีกฉบับหนึ่ง จากนั้นจึงทำจดหมายตอบกลับไปยังพระราชธรรมวิเทศเพื่อแจ้งผลการดำเนินการให้ทราบ - นี่คือวิธีปฏิบัติของทางราชการ
สถานกงสุลใหญ่ยังได้ทำหนังสือถึงสำนักงานอิมมิเกรชั่นเพื่อแจ้งเรื่องให้เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นรับทราบถึงคำสั่งสมัชชาสงฆ์ฯและสถานภาพของพระทั้ง 3 รูป
ก่อนที่พระเทพกิตติโสภณจะออกหนังสือนิมนต์กลับนั้น คณะกรรมการวัดพระพุทธิชิโนฮิลส์ยังได้ทำจดหมายร้องเรียนพฤติกรรมของพระทั้ง 3 รูปที่กระทำตนไม่เหมาะสมกับสมณเพศ อาทิเช่นจะตัดเนื้อที่วัดออกขาย,ขับรถยนต์โดยไม่มีใบขับขี่และถูกจับเพราะขับรถด้วยความเร็วต้องไปขึ้นศาลเสียค่าปรับ,มีการปลอมแปลงเอกสารเพื่อยื่นขอใบเขียว
จดหมายนี้ส่งไปยังสมัชชาสงฆ์,คณะกรรมการมหาเถรสมาคม(มส.),วัดต้นสังกัด,เจ้าคณะตำบล,เจ้าคณะอำเภอและเจ้าคณะจังหวัดที่พระทั้ง
3 รูปสังกัดอยู่
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ผมมีโอกาสไปร่วมนมัสการพระเทพกิตติโสภณ
ที่วัดพุทธิชิโนฮิลส์กับกรรมการวัด ทราบว่ามีพระ 1 ใน 3 รูปเดินทางไปพบท่านถึงนิวยอร์กเพื่อขอขมา แต่ท่านยื่นเงื่อนไขว่า ขอขมาสมัชชาฯได้ แต่จะต้องคืนเสนาสนะ(หมายถึงที่อยู่อาศัยของพระ)ให้กับท่านเจ้าคุณพระราชธรรมวิเทศ
ในฐานะเป็นผู้ดูแล สรุปก็คือจะต้องออกจากวัดไปจึงจะทำเรื่องต่ออายุพาสปอร์ตให้
อยากถามว่าถ้าท่านเป็นพระหัวแข็ง 3 รูปท่านจะทำอย่างไร
?
ส่วนพระโสมาปาละนั้นผมคุยกับดร.แหลมทองท่านบอกว่าจะใช้วิธี
Eviction ผมขี้เกียจเปิดดิกชันนารี ถ้าท่านทราบก็ช่วยแปลด้วยครับ
มาถึงจุดนี้ ทางวัดได้พึ่งสมัชชาสงฆ์แล้ว ได้พึ่งกระบวนการยุติธรรมของบ้านเมืองแล้ว
ผลออกมาอย่างไรท่านก็ทราบ จึงต้องยึดคำตัดสินของทั้งสมัชชาสงฆ์และคำสั่งของศาล
จากนั้นให้เริ่มต้นกันใหม่ เดินไปในทางที่ถูกต้องเป็นธรรม จะได้ฟื้นฟูวัดพุทธศาสนาแห่งนี้ให้เจริญรุ่งเรืองสืบไปในภายภาคหน้า.....อ่านต่อ
|