ภาพถ่ายทางอากาศของพื้นที่วัดชิโนฮิลส์รวม 3 โฉนดเกือบ 8 เอเคอร์ เป็นภาพด้านซ้ายมือ ส่วนขวามือเป็นทาวน์เฮ้าส์ที่สร้างติดบริเวณวัด (ภาพจาก Zellow.com) 
พระเทพกิตติโสภณ เจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมประทีป นิวยอร์ก ในฐานะประธานสมัชชาสงฆ์ไทยแห่งสหรัฐอเมริกาเดินทางมาแวะเยี่ยมวัดพุทธิชิโนฮิลส์ 16 มิถุนายน 2007

----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่----------------------------------------

เมื่อคดีวัดพุทธิชิโนฮิลส์จบแล้ว
จะทำอย่างไรกับ 3 พระธรรมทูตหัวแข็ง

                ปลายสัปดาห์ที่แล้วผมรับทราบจดหมายของทนายความเดวิด คริสเตียนสัน ส่งไปยังวัดพุทธิโนฮิลส์เรื่องคดีการฟ้องร้องสิ้นสุดลงแล้ว ผู้ชนะเลือกตั้งและได้เข้าไปเป็นคณะกรรมการอำนวยการ (Board of Directors)ชุดใหม่ของวัดมี 3 คนประกอบด้วยพระครูสังฆรักษ์จันทึก โพธิสาร,พระครูใบฎีกาฐิตกร คำโอด และดร.แหลมทอง ศิลปานนท์

                ทั้ง 3 มีอำนาจเต็มในการนำชื่อไปจดทะเบียนในฐานะเป็น CEO,Secretary และเหรัญญิกชุดใหม่เพื่อเข้าไปบริหารวัดโดยถูกต้องชอบธรรมและผ่านกระบวนการทางศาลจนถึงที่สิ้นสุด

                คราวนี้ยังมีปัญหาติดขัดที่พระธรรมทูต 3 รูปจากเมืองไทยและพระศรีลังกาคือพระโสมาปาละ ซึ่งเคยเป็นคนขับรถให้กับพระวิเวก วิเวกานันทะ ตอนหลังพระวิเวกนำไปให้หลวงพ่อวัดไทยพระราชธรรมวิเทศช่วยบวชให้เพื่อจะได้สะดวกในการไปไหนมาไหนด้วยกัน

                 พระไทย 3 รูป ผมอยากจะเรียกว่าเป็นพระ”หัวแข็ง”ทีเดียวเพราะได้ร่วมกับพระโสมาปาละและบุคคลอื่นๆจะตัดที่ดินวัดขาย แถมร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคุณอรวรรณ เกตุพงศ์สุดา,คุณประกอบ ทองทาและดร.แหลมทอง ศิลปานนท์ ไม่ให้เข้าไปบริหารวัด จึงเป็นคดีความขึ้นมา เสียค่าทนายกันทั้งสองฝ่าย

                พวกเสนอตัดที่ดินวัดขายเป็นเพราะไม่มีทางออกว่าจะแก้ปัญหาของวัดอย่างไร รีไฟแนนซ์ก็แล้ว จนกระทั่งในที่สุดธนาคารเดิมบอกไม่เอาด้วย ต้อง Pay-off   เมื่อเครดิตของวัดไม่เหลือที่จะไปรีไฟแนนซ์ออกมาได้ ทางออกจึงขอความช่วยเหลือไปยังคุณอรวรรณ เกตุพงศ์สุดา เพื่อมาช่วย Co-sign ย้ายเงินกู้จากธนาคารเดิมมาไว้ธนาคารใหม่

                เท่าที่ผมฟังเทปการประชุมวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2005 ทุกคนอยากตัดที่ดินขาย จนถึงกับลงรายชื่อ  แต่หลวงพ่อวิเวกไม่ยอมเหตุเพราะคุณคมสัน อินทวัน เสนอมา 3.50 เอเคอร์เป็นเงิน 1.25 ล้านดอลลาร์  หลวงพ่อเห็นว่าน้อยไปเพราะที่ดินแถวนั้นราคาเอเคอร์ละประมาณ 1 ล้านดอลลาร์    อีกทั้งหลวงพ่อวิเวกขอเวลาปรึกษา 1.ประธานสมัชชาสงฆ์ 2.รองประธานสมัชชาสงฆ์ 3. ที่ปรึกษาสมัชชาสงฆ์ และ 4.เลขาธิการสมัชชาสงฆ์

                ข้อสำคัญหลวงพ่อวิเวกประกาศว่าการขายที่ดินในราคาไม่สมควรนั้นจะถูกพระอาจารย์สมบัติ สาปแช่ง,เทวดาบนผืนดินสาปแช่งและนักธุรกิจสาปแช่ง  พูดกันไปมาหลวงพ่อวิเวกก็ประกาศลาออกไม่ยุ่งด้วย พร้อมทั้งขอให้บุคคล 5 คนประกอบด้วยพระมหาชนะ มารชิโน,พระมหาทินวัฒน์,พระมหาปัญญา,พระมหาเชิดศักดิ์และนายคมสันดูแลวัดต่อไป

                ในที่ประชุมพยายามยกคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ขึ้นมาพูดว่า”ต้องตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต” หลวงพ่อวิเวกสวนขึ้นมาว่า “ต้องสละทั้งอวัยวะและชีวิตเพื่อรักษาธรรม” หากทุกคนตีความให้ดีจะเห็นได้ว่าหลวงพ่อวิเวกเน้นคำว่า”ธรรม”หมายถึงความถูกต้อง ที่ดินแถวนั้นเอเคอร์ละประมาณ 1 ล้านดอลลาร์ แต่จะตัดขาย 3.50 เอเคอร์ในราคา 1.25 ล้านดอลลาร์ หลวงพ่อเห็นว่าไม่เป็นธรรม

                ในที่สุดหลวงพ่อวิเวกมรณภาพ,พระมหาชนะและพระมหาทินวัฒน์ ลาสึกไปแล้ว พระมหาปัญญาและพระมหาเชิดศักดิ์กำลังจะถูกอิมมิเกรชั่นนิมนต์กลับเมืองไทย  ส่วนคุณคมสันยังมีชีวิตที่ดีอยู่เพราะมีบ้านไม่น้อยกว่า 10 หลัง (อันนี้ฟังมาจากเทปการประชุม)

                หันมาทางวัด เมื่อแก้ปัญหาไม่ตกทุกฝ่ายในวัดโดยเฉพาะคณะสงฆ์ทั้งหมดยินยอมให้สมัชชาสงฆ์ไทยแห่งสหรัฐอเมริกาเข้าไปช่วยแก้ปัญหา  แต่แทนที่จะอยู่เฉยๆ พระทั้ง 3 รูปกลับยื่นฟ้องสร้างคดีขึ้นมาอีก เขาเรียกว่าไม่มีการเชื่อฟัง,เคารพและยำเกรงสมัชชาแต่อย่างใด

                เป็นเหตุให้พระเทพกิตติโสภณ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาลงนามในจดหมายเลขที่ 69/2548 ,70/2548 และ 71/2548 วันที่ 1 ตุลาคม 2548(2005) เรื่องขอนิมนต์ให้เดินทางกลับประเทศไทยแก่พระอธิการไสว จนฺทวณฺโณ (ชมไกร) พระมหาเชิดศักดิ์ อินทวีโร(ทองมา)และพระมหาปัญญา อตฺตูปโม(สิงห์กวาง) ตามลำดับ โดยมีข้อความคล้ายกัน

                หนังสือของพระเทพกิตติโสภณอ้างถึงการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ครั้งที่ 29-2548 วันที่ 8-9 มิถุนายน 2548 ที่วัดไทยกรุงวอชิงตันดี.ซี. โดยวัดพระพุทธชินราช ชิโนฮิลส์แคลิฟอร์เนียได้เสนอเรื่องต่อที่ประชุมขอให้สมัชชาเข้าไปดูแล ที่ประชุมมอบหมายให้คณะกรรมการอำนวยการสมัชชาฯรับไปพิจารณา

                ต่อมาคณะกรรมการอำนวยการได้ประชุมร่วมกับพระสงฆ์วัดพระพุทธชินราชฯเมื่อ 10 มิถุนายน 2548 ที่วัดไทยกรุงวอชิงตันดี.ซี. พร้อมกับให้คำยินยอมต่อที่ประชุมว่า”พระสงฆ์วัดพระพุทธชินราช ชิโนฮิลส์ทุกรูป ยินดีให้สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาเข้าไปดูแลและแก้ไขสถานการณ์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น”

                สมัชชาฯจึงแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งประกอบด้วยที่ปรึกษา 3 รูปคือ1.พระราชธรรมวิเทศ 2.พระมหาจรรยา  สุทฺธิญาโณ 3.พระมหาบุญก้ำ  ฐิตเวโท สำหรับประธานคณะกรรมการคือ 4.พระวิเทศธรรมกวี  5.พระมหาศักดิ์ชัย  ฐิตเมโธ  เป็นรองประธานฯ 6.พระครูวิเทศพรหมคุณ เป็นกรรมการและเลขานุการ 7.พระครูวิมลศาสนาวิเทศ  เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ พร้อมกันนั้นยังมีคณะกรรมการอีก 3 รูปประกอบด้วย 8.พระมหาสุขุม  สุขุโม 9.พระครูปลัดสิทธิพร  เมธงฺกโร 10.พระครูโสภณศาสนวิเทศ

คณะกรรมการคณะนี้เข้าไปดูแลแก้ไขร่วมกับคณะสงฆ์วัดพระพุทธชินราช ชิโนฮิลส์ กำหนดแนวทางแก้ไขว่าขั้นแรกให้พระสงฆ์วัดพระพุทธชินราชฯไปประชุมแล้วมีมติให้พระโสมาปาละพ้นจากตำแหน่งประธานกรรมการวัด  จากนั้นให้เลือกตั้งพระสงฆ์ไทยรูปใดรูปหนึ่งเป็นประธานฯแต่ทว่า”พระหัวแข็ง”เหล่านี้กลับไม่ทำตามเงื่อนไข ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า”เขียนด้วยมือลบด้วยตีน”

ดังนั้นจดหมายของสมัชชาสงฆ์จึงมีเหตุผลขอนิมนต์กลับเมืองไทยว่า“ท่านไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงและยินยอมที่ได้ให้ไว้ต่อที่ประชุม กลับนำเรื่องขึ้นฟ้องศาล ถือว่าท่านไม่เคารพเชื่อฟังสมัชชา” โดยที่

                1.สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เป็นองค์กรที่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา

                2.สมัชชาฯได้รับมอบหมายจากมหาเถรสมาคมให้ดูแลพระภิกษุทุกรูปที่เดินทางเข้ามาในประเทศสหรัฐอเมริกา

                3.พระสงฆ์ทุกรูปที่จะเดินทางเข้ามาประเทศสหรัฐอเมริกา สมัชชาฯเป็นผู้รับรองจึงจะเข้ามาได้

                4.ท่านเองที่ได้มีโอกาสเดินทางเข้ามาอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น สมัชชาฯเป็นผู้รับรอง ถ้าสมัชชาฯไม่รับรองแล้ว ท่านไม่มีโอกาสจะเข้ามาอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เลย

                “สมัชชาฯได้พิจารณาเห็นว่า เมื่อท่านไม่เคารพเชื่อฟังสมัชชาฯ ทั้งแสดงอาการกระด้างกระเดื่อง ไม่เชื่อฟังพระเถระผู้ปกครอง จึงให้ท่านพ้นจากความเป็นสมาชิกสมัชชาฯและพ้นจากความเป็นพระธรรมทูต ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และไม่มีสิทธิ์ที่จะอยู่ปฏิบัติศาสนกิจต่อไปได้ จึงเรียนมาเพื่อได้ทราบ ปวารณาออกพรรษาแล้ว ขอนิมนต์ท่านเดินทางกลับประเทศไทย” จดหมายเน้น

                ขณะเดียวกันพระราชธรรมวิเทศ หัวหน้าสงฆ์วัดไทยแอล.เอ.ในฐานะรองประธานสมัชชาสงฆ์ได้ทำหนังสือลงวันที่ 12 ตุลาคม 2548(2005) เจริญพรไปยังนายอิสินธร สอนไว กงสุลใหญ่แอล.เอ.พร้อมกับส่งคำสั่งของประธานสมัชชาสงฆ์ทั้ง 3 ฉบับไปด้วย

                “อาตมาภาพในฐานะรองประธานกรรมการอำนวยการของสมัชชาสงฆ์ไทยฯและเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากสมัชชาสงฆ์ไทยฯให้เป็นผู้ดูแลและปกครองพระธรรมทูตและวัด ในฝั่งตะวันตกของประเทศสหรัฐอเมริกา จึงเจริญพรมาเพื่อทราบและขอให้ดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ ตามที่จะพิจารณาเห็นสมควรสืบต่อไป” จดหมายย้ำ

                 เท่าที่ผมทราบตอนนั้นท่านอิสินธร สอนไว  เมื่อได้รับจดหมายแล้วจึง”ดำเนินการตามขั้นตอนของทางราชการ” ด้วยการนำแฟ้มหนังสือเดินทางของพระทั้ง 3 รูปออกมาเพื่อไม่ต่ออายุหนังสือเดินทางให้  หนังสือเดินทางของพระมีอายุใช้งาน 2 ปีเหมือนเช่นหนังสือเดินทางทูต

                นอกจากนี้ยังทำหนังสือส่งไปยังวัดชิโนฮิลส์เพื่อแจ้งให้พระทั้ง 3 รูปให้รับทราบ,ทำหนังสือรายงานไปยังกระทรวงการต่างประเทศอีกฉบับหนึ่ง จากนั้นจึงทำจดหมายตอบกลับไปยังพระราชธรรมวิเทศเพื่อแจ้งผลการดำเนินการให้ทราบ - นี่คือวิธีปฏิบัติของทางราชการ

                สถานกงสุลใหญ่ยังได้ทำหนังสือถึงสำนักงานอิมมิเกรชั่นเพื่อแจ้งเรื่องให้เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นรับทราบถึงคำสั่งสมัชชาสงฆ์ฯและสถานภาพของพระทั้ง 3 รูป

                ก่อนที่พระเทพกิตติโสภณจะออกหนังสือนิมนต์กลับนั้น คณะกรรมการวัดพระพุทธิชิโนฮิลส์ยังได้ทำจดหมายร้องเรียนพฤติกรรมของพระทั้ง 3 รูปที่กระทำตนไม่เหมาะสมกับสมณเพศ อาทิเช่นจะตัดเนื้อที่วัดออกขาย,ขับรถยนต์โดยไม่มีใบขับขี่และถูกจับเพราะขับรถด้วยความเร็วต้องไปขึ้นศาลเสียค่าปรับ,มีการปลอมแปลงเอกสารเพื่อยื่นขอใบเขียว จดหมายนี้ส่งไปยังสมัชชาสงฆ์,คณะกรรมการมหาเถรสมาคม(มส.),วัดต้นสังกัด,เจ้าคณะตำบล,เจ้าคณะอำเภอและเจ้าคณะจังหวัดที่พระทั้ง 3 รูปสังกัดอยู่

                เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ผมมีโอกาสไปร่วมนมัสการพระเทพกิตติโสภณ ที่วัดพุทธิชิโนฮิลส์กับกรรมการวัด ทราบว่ามีพระ 1 ใน 3 รูปเดินทางไปพบท่านถึงนิวยอร์กเพื่อ”ขอขมา” แต่ท่านยื่นเงื่อนไขว่า ขอขมาสมัชชาฯได้ แต่จะต้องคืน”เสนาสนะ”(หมายถึงที่อยู่อาศัยของพระ)ให้กับท่านเจ้าคุณพระราชธรรมวิเทศ ในฐานะเป็นผู้ดูแล สรุปก็คือจะต้องออกจากวัดไปจึงจะทำเรื่องต่ออายุพาสปอร์ตให้

                 อยากถามว่าถ้าท่านเป็นพระหัวแข็ง 3 รูปท่านจะทำอย่างไร ?

                ส่วนพระโสมาปาละนั้นผมคุยกับดร.แหลมทองท่านบอกว่าจะใช้วิธี Eviction ผมขี้เกียจเปิดดิกชันนารี ถ้าท่านทราบก็ช่วยแปลด้วยครับ

                มาถึงจุดนี้ ทางวัดได้พึ่งสมัชชาสงฆ์แล้ว ได้พึ่งกระบวนการยุติธรรมของบ้านเมืองแล้ว ผลออกมาอย่างไรท่านก็ทราบ จึงต้องยึดคำตัดสินของทั้งสมัชชาสงฆ์และคำสั่งของศาล จากนั้นให้เริ่มต้นกันใหม่ เดินไปในทางที่ถูกต้องเป็นธรรม จะได้ฟื้นฟูวัดพุทธศาสนาแห่งนี้ให้เจริญรุ่งเรืองสืบไปในภายภาคหน้า.....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping