----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่----------------------------------------
อะไรคือม็อบไข่แม้ว
มีคนถามผมว่าอะไรคือม็อบไข่แม้ว ผมตอบไปว่าเป็นกลุ่มคนที่รวมตัวกันแสดงออกด้วยการสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร การรวมตัวกันของพวกเขาผมเห็นว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ใครจะสนับสนุนใครก็ได้
ประท้วงใครก็ได้ โดยอยู่ในกรอบกติกาของกฎหมาย
ต้องเล่าย้อนเล็กน้อยก่อนจะให้ชัดเจน คุณวีระ
มุสิกพงศ์ อดีตนักข่าว-นักหนังสือพิมพ์ตอนหลังหันเข้าสู่เวทีการเมือง
คุณวีระเป็นคนสงขลาผิวคล้ำ เมื่อเข้าสู่วงการเมืองได้รับฉายาว่าไข่มุกดำ โดยมีผู้นำไปเปรียบเทียบกับราชาฟุตบอลโลกชาวบราซิล
เปเล่ ซึ่งเป็นจ้าของฉายาไข่มุกดำที่ผู้สื่อข่าวกีฬาตั้งให้
ผมรู้จักกับคุณวีระในฐานะรุ่นพี่ ช่วงเรียนอยู่ธรรมศาสตร์เพื่อนผมคนหนึ่ง
เสนอ สามัญบุตร(ล่วงลับไปแล้ว)เคยชักชวนผมให้เข้าไปร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์
ในฐานะเป็นยุวประชาธิปัตย์ แต่ผมปฏิเสธไม่ได้ไปร่วม เพื่อนผมบอกว่าการระดมสมาชิกพรรคปชป.ตอนนั้นมีคุณวีระ
มุกสิพงศ์ เป็นตัวจักรคนหนึ่งในแง่ของการมาดึงนักศึกษาไปร่วมพรรค
อีกครั้งเวลาที่ผมวิ่งจากวังสวนจิตรลดาเพื่อกลับมาธรรมศาสตร์ในเหตุการณ์
14 ตุลาคม 2516 นั้น ผมพร้อมด้วยเพื่อนคนหนึ่งคือปรีชา ผ่องเจริญกุล
พอวิ่งมาถึงหน้านสพ.สยามรัฐ ผมกับปรีชาก็ขึ้นไปเพื่อแจ้งข่าวให้ทราบว่า
เกิดการปะทะกันแล้ว พอดีเจอคุณวีระทำงานอยู่ ตอนนั้นเพิ่งออกมาจากห้องมืด
เราแจ้งให้คุณวีระทราบว่าเกิดเหตุแล้ว จากนั้นเราวิ่งกลับไปปักหลักที่ธรรมศาสตร์
ปรีชา ผ่องเจริญกุล เป็นคนเชียงใหม่นักเรียนทุน
AFS เรียนวารสารฯรุ่นหลังผมหนึ่งรุ่น
เขาขึ้นอภิปรายคู่กับเสกสรรค์ ประเสริฐกุล บนเวทีในธรรมศาสตร์รวมทั้งเวลาเคลื่อนขบวนด้วย ช่วงหลังปรีชากลับไปอยู่บ้านที่เชียงใหม่เปิดบริษัททัวร์
เคยสมัครรับเลือกตั้งและเป็นส.ส.พรรคสามัคคีธรรม ปัจจุบันไม่ได้ข่าว
เขาคงจะทำธุรกิจทัวร์ต่อ
มีอยู่ครั้งหนึ่งคุณวีระ มุสิกพงศ์ มาแอล.เอ.
เราไปกินก๋วยเตี๋ยวกันที่ร้านรสเด็ด ถนนฮอลลีวู้ด ดูเหมือนเขาเซ็งกับการเมืองที่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ผมบอกไปว่าพี่กลับไปเถอะ
เพราะมีอาชีพการเมือง ไปแล้วไปสู้ต่อหลังจากนั้นเขาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นรมช.มหาดไทย ครั้งหนึ่งรุ่นพี่อีกคนคือคุณสุทัศน์ เงินหมื่น เซ็งการเมือง ผมก็บอกว่าให้สู้ต่อไป
ไม่นานเขาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นรมช.สาธารณสุข นี่คือเท่าที่ผมจำได้
คราวนี้หันมาเรื่องม็อบไข่แม้ว ตอนแรกหนังสือพิมพ์ผู้จัดการได้ตั้งชื่อม็อบที่สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณว่า
ม็อบไข่แม้วดำเพราะมีคุณวีระ
ในฐานะผอ. PTV เป็นตัวจักรสำคัญคนหนึ่งที่ออกมาปกป้องพ.ต.ท.ทักษิณ
โดยดัดแปลงด้วยการตัดมุกออกแล้วใส่แม้วแทน
ชื่อแม้วเป็นชื่อเล่นของพ.ต.ท.ทักษิณตั้งให้โดยเพื่อนของเขาสมัยเรียนอยู่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
สาเหตุเพราะหน้าตาของเขาเหมือนแม้วหรือคนไทยภูเขา
และยิ่งมาจากเชียงใหม่ เพื่อนๆจึงเรียกชื่อแม้วตั้งแต่นั้นมา ความจริงแล้วชื่อเล่นของพ.ต.ท.ทักษิณคือน้อย
ช่วงหลังหนังสือพิมพ์ผู้จัดการเรียกว่าม็อบไข่แม้วเฉยๆ ในความหมายแท้จริงไข่หมายถึง
ลูกอัณฑะที่ห้อยติดอยู่กับองคชาตของบุรุษ
เมื่อรวมความแล้วกลุ่มที่สนับสนุนทักษิณจึงถูกเรียกว่าเป็นลูกอัณฑะของทักษิณ ถ้าเป็นภาษาชาวบ้านก็เรียกว่าเป็นพวกล.ก.ป. ทักษิณหรือลูกกะโป่งของทักษิณนั่นเอง
เรื่องของไข่โดยหลักแล้วเป็นเรื่องน่ารักอยู่ทีเดียว อย่างเช่นคนภาคใต้ชอบตั้งชื่อลูกชายว่า
ไข่นุ้ยบ้าง ไข่หีตบ้าง ในภาษาอีสานคำว่าหำก็น่ารักดีเหมือนคำว่าไอ้หนูของคนภาคกลางที่เรียกลูกๆ ดังนั้นคนอีสานจึงชอบเรียกลูกชายว่าบักหำใหญ่ และ บักหำน้อย"เป็นต้น
เหมือนที่ รงค์ วงษ์สวรรค์ ตั้งชื่อเล่นลูกชายของตนว่าบักหำน้อย อันเกิดจากมาดามวารินชำราบ ปัจจุบันบักหำน้อยทำงานด้านคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับภาพยนตร์ให้กับบริษัทหนังของฮอลลีวู้ด ทราบว่าเขาพักอยู่เมืองซานตา
มอนิก้า นี่เอง
ผมเชื่อว่าทักษิณไม่มีโอกาสได้กลับมาเป็นใหญ่ในประเทศไทยอีก
หรืออาจจะตายนอกประเทศด้วยซ้ำไป สาเหตุเพราะในขณะมีอำนาจอยู่เป็นถึงนายกรัฐมนตรี
ยังรักษาอำนาจของตัวเองไว้ไม่ได้ และตอนนี้หมดอำนาจยังไม่พอ พรรคไทยรักไทยที่ตั้งมากับมือยังถูกยุบ เงินอีก 52,000 ล้านบาทถูกอายัด และยังมีคดีอาญาพ่วงตามมาอีกด้วย
เรื่องนี้ถือว่าจบไปเกือบหมดแล้ว เพียงแต่รอการสะสางคดี
ความพังทลายของทักษิณนั้นอย่าไปโทษคนอื่นจะต้องโทษตัวเอง เหมือนคำพูดที่ว่าสนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน เหตุผลก็คือเป็นคนโลภ,ขี้เหนียว,วงศาคณาญาติและผูกขาด
ความโลภ หากจะพูดภาษาฝรั่งก็คือ Conflict of Interest โดยใช้อำนาจหน้าที่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปเบียดบังผลประโยชน์ของส่วนรวม
ตัวอย่างเช่นกรณีเข้าไปประมูลที่ดินรัชดาโดยผ่านเมีย การผูกขาดกิจการ
AIS โทรศัพท์มือถือมีแอร์ไทม์กินไปเรื่อยๆเงินเข้ากระเป๋าทุกวินาที แม้กระทั่งประมูลโฆษณาในรถไฟใต้ดินก็ต้องเป็นของคุณโอ๊คและเพื่อนๆ เอาตัวอย่างสั้นๆก็แล้วกัน
ขี้เหนียว- การขายหุ้นชินคอร์ปให้กับเทมาเสกเป็นเงิน 7.3 หมื่นล้านบาท
หากจะยอมเสียภาษีให้กับรัฐ 1 หมื่นล้านและอีก 1 หมื่นล้านตั้งเป็นกองทุนช่วยเหลือคนที่ด้อยโอกาสด้านต่างๆ
ทักษิณก็ยังเหลือ 5.3 หมื่นล้าน
ถ้าบริหารประเทศไปอีกไม่นานเงิน 2 หมื่นล้านก็กลับมาคืน นี่คือปัญหาของคนขี้เหนียวเกินความจำเป็น
ทั้งๆที่เงินที่ได้มาเหล่านี้ก็ใช้ประเทศไทยเป็นฐานทำมาหากิน กลับมองไม่เห็น
บุญคุณของแผ่นดิน
ข่าวที่บอกว่าพ.ต.ท.ทักษิณเสนอเงิน 2 พันล้านบาทให้พลเอกสนธิ
บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.และประธานคมช.เพื่อให้เลิกล้มคดีต่างๆนั้นฟังดูแล้วเป็นเรื่องน่าหัวเราะเยาะ
แค่เงินภาษีที่พลเมืองดีคนหนึ่งจะต้องเสียแก่รัฐยังหลบเลี่ยง ผมคิดว่าชาตินี้สลึงหนึ่งทักษิณคงกระเด็นยาก
วงศาคณาญาติ-การตั้งพลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร ลูกผู้พี่มาเป็นผบ.ทบ.
ประเภทข้ามห้วยมาหลายห้วยแบบสุดๆทำให้คนที่อยู่ในไลน์หมดโอกาส รวมทั้งตำแหน่งต่างๆจะต้องเป็นเพื่อน
ตท.10 หรือกลุ่มที่เรียนจบมาจากนายร้อยตำรวจด้วยกัน เคยวางพลตำรวจเอกเพรียวพันธุ์
ดามาพงศ์ พี่เมียของตัวเองเพื่อขึ้นเป็นผบ.สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ชัดเจน
ไม่ได้มองถึงหลักอาวุโสหรือประเพณีใดๆ
การผูกขาด- ตัวอย่างนี้ผมได้รับเล่าจากนักการเมืองอาวุโสคนหนึ่ง(ที่เข้าข้างทักษิณ)
เขาเล่าว่าทักษิณเป็นนักการเมืองแบบใหม่คือใช้อำนาจของตนบีบทุกคน เช่นการบีบพรรคชาติพัฒนาให้เข้ามาร่วมทำให้
สุวัจน์ ลิปตพัลลภ จำใจทิ้งพรรค หากไม่ยอมมาสวามิภักดิ์ สัมปทานด้านการก่อสร้างถนนหนทางก็จะต้องหมดไป
สุวัจน์ยอมลดศักดิ์ศรีของความเป็นคนเพื่อรักษาผลประโยชน์ด้านการก่อสร้างของตระกูลไว้
หรือการสลายพรรคความหวังใหม่มาร่วมกับพรรคไทยรักไทย
จนพรรคทานตะวันของพ่อใหญ่จิ๋วกลายเป็นความหวังเก่าไปทันที
อีกไม่นานเชื่อว่าม็อบไข่แม้วคงสลายไปตามกาลเวลาเพราะท่อน้ำเลี้ยงหมดไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นผมคิดว่าม็อบไข่แม้วไม่ได้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างบริสุทธิ์
แต่ต่อสู้เพื่อทักษิณและครอบครัวมากกว่า เพราะเมื่อทักษิณอยู่ได้พวกเขาก็อยู่ได้.....อ่านต่อ
|