วีระ มุสิกพงศ์
ลักษณะของม็อบไข่แม้วคือการโพกหัวด้วยแถบสีเหลืองคำว่า”คมช.ออกไป”โดยจะถือธงสีแดง-ขาวเขียนไว้ว่า”คมช.ออกไป”เช่นกัน
 
็อบไข่แม้วโพกหัวด้วยคาดเหลือง ขณะกำลังชู CD คำปราศรัยของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรที่บอกว่าสดแต่ไม่สด
 
นางศิริวรรณ นิมิตรศิลป์ นายกสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ปี 1997-1998 ไปร่วมประท้วงคมช.ที่กรุงเทพน (ภาพจากนสพ.คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 14 มิถุนายน 2007 ) 
 

----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่----------------------------------------

อะไรคือม็อบไข่แม้ว

                มีคนถามผมว่าอะไรคือ”ม็อบไข่แม้ว” ผมตอบไปว่าเป็นกลุ่มคนที่รวมตัวกันแสดงออกด้วยการสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร การรวมตัวกันของพวกเขาผมเห็นว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ใครจะสนับสนุนใครก็ได้ ประท้วงใครก็ได้ โดยอยู่ในกรอบกติกาของกฎหมาย

                 ต้องเล่าย้อนเล็กน้อยก่อนจะให้ชัดเจน คุณวีระ มุสิกพงศ์  อดีตนักข่าว-นักหนังสือพิมพ์ตอนหลังหันเข้าสู่เวทีการเมือง คุณวีระเป็นคนสงขลาผิวคล้ำ เมื่อเข้าสู่วงการเมืองได้รับฉายาว่า”ไข่มุกดำ” โดยมีผู้นำไปเปรียบเทียบกับราชาฟุตบอลโลกชาวบราซิล “เปเล่” ซึ่งเป็นจ้าของฉายา”ไข่มุกดำ”ที่ผู้สื่อข่าวกีฬาตั้งให้

                ผมรู้จักกับคุณวีระในฐานะรุ่นพี่  ช่วงเรียนอยู่ธรรมศาสตร์เพื่อนผมคนหนึ่ง เสนอ สามัญบุตร(ล่วงลับไปแล้ว)เคยชักชวนผมให้เข้าไปร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเป็น”ยุวประชาธิปัตย์” แต่ผมปฏิเสธไม่ได้ไปร่วม  เพื่อนผมบอกว่าการระดมสมาชิกพรรคปชป.ตอนนั้นมีคุณวีระ มุกสิพงศ์ เป็นตัวจักรคนหนึ่งในแง่ของการมาดึงนักศึกษาไปร่วมพรรค

อีกครั้งเวลาที่ผมวิ่งจากวังสวนจิตรลดาเพื่อกลับมาธรรมศาสตร์ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 นั้น ผมพร้อมด้วยเพื่อนคนหนึ่งคือปรีชา ผ่องเจริญกุล พอวิ่งมาถึงหน้านสพ.สยามรัฐ ผมกับปรีชาก็ขึ้นไปเพื่อแจ้งข่าวให้ทราบว่า เกิดการปะทะกันแล้ว พอดีเจอคุณวีระทำงานอยู่ ตอนนั้นเพิ่งออกมาจากห้องมืด เราแจ้งให้คุณวีระทราบว่าเกิดเหตุแล้ว จากนั้นเราวิ่งกลับไปปักหลักที่ธรรมศาสตร์

ปรีชา ผ่องเจริญกุล เป็นคนเชียงใหม่นักเรียนทุน AFS เรียนวารสารฯรุ่นหลังผมหนึ่งรุ่น เขาขึ้นอภิปรายคู่กับเสกสรรค์ ประเสริฐกุล บนเวทีในธรรมศาสตร์รวมทั้งเวลาเคลื่อนขบวนด้วย  ช่วงหลังปรีชากลับไปอยู่บ้านที่เชียงใหม่เปิดบริษัททัวร์ เคยสมัครรับเลือกตั้งและเป็นส.ส.พรรคสามัคคีธรรม ปัจจุบันไม่ได้ข่าว เขาคงจะทำธุรกิจทัวร์ต่อ

                มีอยู่ครั้งหนึ่งคุณวีระ มุสิกพงศ์ มาแอล.เอ.  เราไปกินก๋วยเตี๋ยวกันที่ร้านรสเด็ด ถนนฮอลลีวู้ด ดูเหมือนเขาเซ็งกับการเมืองที่ไม่ได้รับเลือกตั้ง  ผมบอกไปว่า”พี่กลับไปเถอะ เพราะมีอาชีพการเมือง ไปแล้วไปสู้ต่อ”หลังจากนั้นเขาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นรมช.มหาดไทย  ครั้งหนึ่งรุ่นพี่อีกคนคือคุณสุทัศน์ เงินหมื่น เซ็งการเมือง  ผมก็บอกว่าให้สู้ต่อไป ไม่นานเขาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นรมช.สาธารณสุข นี่คือเท่าที่ผมจำได้

                คราวนี้หันมาเรื่อง”ม็อบไข่แม้ว” ตอนแรกหนังสือพิมพ์ผู้จัดการได้ตั้งชื่อม็อบที่สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณว่า “ม็อบไข่แม้วดำ”เพราะมีคุณวีระ ในฐานะผอ. PTV เป็นตัวจักรสำคัญคนหนึ่งที่ออกมาปกป้องพ.ต.ท.ทักษิณ โดยดัดแปลงด้วยการตัด”มุก”ออกแล้วใส่”แม้ว”แทน 

ชื่อ”แม้ว”เป็นชื่อเล่นของพ.ต.ท.ทักษิณตั้งให้โดยเพื่อนของเขาสมัยเรียนอยู่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สาเหตุเพราะหน้าตาของเขาเหมือน”แม้ว”หรือคนไทยภูเขา และยิ่งมาจากเชียงใหม่ เพื่อนๆจึงเรียกชื่อ”แม้ว”ตั้งแต่นั้นมา  ความจริงแล้วชื่อเล่นของพ.ต.ท.ทักษิณคือ”น้อย”

                ช่วงหลังหนังสือพิมพ์ผู้จัดการเรียกว่า”ม็อบไข่แม้ว”เฉยๆ ในความหมายแท้จริง”ไข่”หมายถึง

”ลูกอัณฑะ”ที่ห้อยติดอยู่กับองคชาตของบุรุษ เมื่อรวมความแล้วกลุ่มที่สนับสนุนทักษิณจึงถูกเรียกว่าเป็น”ลูกอัณฑะของทักษิณ” ถ้าเป็นภาษาชาวบ้านก็เรียกว่าเป็นพวก”ล.ก.ป. ทักษิณ”หรือลูกกะโป่งของทักษิณนั่นเอง

                เรื่องของ”ไข่”โดยหลักแล้วเป็นเรื่องน่ารักอยู่ทีเดียว อย่างเช่นคนภาคใต้ชอบตั้งชื่อลูกชายว่า ไข่นุ้ยบ้าง ไข่หีตบ้าง ในภาษาอีสานคำว่า”หำ”ก็น่ารักดีเหมือนคำว่า”ไอ้หนู”ของคนภาคกลางที่เรียกลูกๆ ดังนั้นคนอีสานจึงชอบเรียกลูกชายว่า”บักหำใหญ่” และ” บักหำน้อย"เป็นต้น เหมือนที่ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ตั้งชื่อเล่นลูกชายของตนว่า”บักหำน้อย” อันเกิดจากมาดามวารินชำราบ  ปัจจุบัน”บักหำน้อย”ทำงานด้านคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับภาพยนตร์ให้กับบริษัทหนังของฮอลลีวู้ด ทราบว่าเขาพักอยู่เมืองซานตา มอนิก้า นี่เอง

                ผมเชื่อว่าทักษิณไม่มีโอกาสได้กลับมาเป็นใหญ่ในประเทศไทยอีก หรืออาจจะตายนอกประเทศด้วยซ้ำไป สาเหตุเพราะในขณะมีอำนาจอยู่เป็นถึงนายกรัฐมนตรี ยังรักษาอำนาจของตัวเองไว้ไม่ได้   และตอนนี้หมดอำนาจยังไม่พอ พรรคไทยรักไทยที่ตั้งมากับมือยังถูกยุบ  เงินอีก 52,000 ล้านบาทถูกอายัด และยังมีคดีอาญาพ่วงตามมาอีกด้วย เรื่องนี้ถือว่าจบไปเกือบหมดแล้ว เพียงแต่รอการสะสางคดี

                ความพังทลายของทักษิณนั้นอย่าไปโทษคนอื่นจะต้องโทษตัวเอง เหมือนคำพูดที่ว่า”สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน” เหตุผลก็คือเป็นคนโลภ,ขี้เหนียว,วงศาคณาญาติและผูกขาด 

                ความโลภ หากจะพูดภาษาฝรั่งก็คือ Conflict of Interest โดยใช้อำนาจหน้าที่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปเบียดบังผลประโยชน์ของส่วนรวม ตัวอย่างเช่นกรณีเข้าไปประมูลที่ดินรัชดาโดยผ่านเมีย การผูกขาดกิจการ AIS โทรศัพท์มือถือมี”แอร์ไทม์”กินไปเรื่อยๆเงินเข้ากระเป๋าทุกวินาที  แม้กระทั่งประมูลโฆษณาในรถไฟใต้ดินก็ต้องเป็นของ”คุณโอ๊ค”และเพื่อนๆ เอาตัวอย่างสั้นๆก็แล้วกัน

                ขี้เหนียว- การขายหุ้นชินคอร์ปให้กับเทมาเสกเป็นเงิน 7.3 หมื่นล้านบาท หากจะยอมเสียภาษีให้กับรัฐ 1 หมื่นล้านและอีก 1 หมื่นล้านตั้งเป็นกองทุนช่วยเหลือคนที่ด้อยโอกาสด้านต่างๆ ทักษิณก็ยังเหลือ 5.3 หมื่นล้าน  ถ้าบริหารประเทศไปอีกไม่นานเงิน 2 หมื่นล้านก็กลับมาคืน  นี่คือปัญหาของคนขี้เหนียวเกินความจำเป็น ทั้งๆที่เงินที่ได้มาเหล่านี้ก็ใช้ประเทศไทยเป็นฐานทำมาหากิน กลับมองไม่เห็น

”บุญคุณของแผ่นดิน”

                ข่าวที่บอกว่าพ.ต.ท.ทักษิณเสนอเงิน 2 พันล้านบาทให้พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.และประธานคมช.เพื่อให้เลิกล้มคดีต่างๆนั้นฟังดูแล้วเป็นเรื่องน่าหัวเราะเยาะ แค่เงินภาษีที่พลเมืองดีคนหนึ่งจะต้องเสียแก่รัฐยังหลบเลี่ยง ผมคิดว่าชาตินี้“สลึงหนึ่งทักษิณคงกระเด็น”ยาก

                วงศาคณาญาติ-การตั้งพลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร ลูกผู้พี่มาเป็นผบ.ทบ. ประเภทข้ามห้วยมาหลายห้วยแบบสุดๆทำให้คนที่อยู่ใน”ไลน์”หมดโอกาส รวมทั้งตำแหน่งต่างๆจะต้องเป็นเพื่อน ตท.10 หรือกลุ่มที่เรียนจบมาจากนายร้อยตำรวจด้วยกัน เคยวางพลตำรวจเอกเพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ พี่เมียของตัวเองเพื่อขึ้นเป็นผบ.สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ชัดเจน ไม่ได้มองถึงหลักอาวุโสหรือประเพณีใดๆ

                การผูกขาด- ตัวอย่างนี้ผมได้รับเล่าจากนักการเมืองอาวุโสคนหนึ่ง(ที่เข้าข้างทักษิณ) เขาเล่าว่าทักษิณเป็นนักการเมืองแบบใหม่คือใช้อำนาจของตน”บีบ”ทุกคน เช่นการบีบพรรคชาติพัฒนาให้เข้ามาร่วมทำให้ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ จำใจทิ้งพรรค หากไม่ยอมมาสวามิภักดิ์ สัมปทานด้านการก่อสร้างถนนหนทางก็จะต้องหมดไป สุวัจน์ยอมลดศักดิ์ศรีของความเป็นคนเพื่อรักษาผลประโยชน์ด้านการก่อสร้างของตระกูลไว้   หรือการสลายพรรคความหวังใหม่มาร่วมกับพรรคไทยรักไทย จนพรรคทานตะวันของพ่อใหญ่จิ๋วกลายเป็นความหวังเก่าไปทันที

อีกไม่นานเชื่อว่า”ม็อบไข่แม้ว”คงสลายไปตามกาลเวลาเพราะ”ท่อน้ำเลี้ยง”หมดไปแล้ว  ยิ่งไปกว่านั้นผมคิดว่าม็อบไข่แม้วไม่ได้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างบริสุทธิ์ แต่ต่อสู้เพื่อทักษิณและครอบครัวมากกว่า  เพราะเมื่อทักษิณอยู่ได้พวกเขาก็อยู่ได้.....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping