จากซ้ายโอ๋ ดวงตา, แอ๊ด พาณีพรรณ,ตู่ นิรมล,ประเดิม ดำรงเจริญ,ผู้เขียน,พงษ์ศักดิ์ บุญชื่นและศรีอันทปันตี
จากซ้าย เล็ก ศุภชัย จิวะไพบูลย์ศักดิ์,ภูมิอินท์ ผาผุย,พวงรัตน์ จันทรวงศ์,นิรินธนา(นินา)แก้วชุมพล นักร้อง,ผู้เขียน,สุขสันต์ จิรจริยาเวช และสุชาติที่ห้องอาหารเลอ ดานัง

----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่----------------------------------------

พบกับเพื่อนเก่าที่”บ้านไม้แดง”

บางครั้งคนเราได้พบกันโดยบังเอิญ จำได้ว่าครั้งหนึ่งกลับกรุงเทพฯพบกับอัศวิน อภัยวงศ์ เพื่อนเก่าสมัยที่เคยทำอยู่ประชาชาติรายวัน สวนทางกันที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ยังจำกันได้ทราบว่าเขาไปทำธุรกิจโรงแรมอยู่แถวอรัญประเทศ เคยทำงานการเมืองในกลุ่มมดงาน นี่เรียกว่าบังเอิญ

ครั้งนี้ก็เช่นกันไปงานศพรพีพรหรือ สุวัฒน์ วรดิลก ที่วัดมกุฎกษัตริยาราม พบกับหลายคนอาทิเช่นอ๋า-ธัญญา ชุนชฎาธาร 1 ใน 13 ผู้ถูกจับกุมในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เขาสนิทชิดเชื้อกับรพีพรจึงไปงานศพทุกคืน วันนั้นเราคุยกันถึงสถานการณ์ทางการเมืองและปัญหาภาคใต้ เขาวิเคราะห์ว่าเป็นปัญหาสากลโดยเฉพาะเกี่ยวเนื่องกับมุสลิม  ถามสารทุกข์สุกดิบโดยเฉพาะเรื่องทำหนังสือพิมพ์ในแอล.เอ. และอื่นๆ

คืนนั้นวันที่ 19 เมษายน ก่อนกลับมีสุภาพสตรีคนหนึ่งเรียก”พี่เทิ่ง สวัสดีพี่เทิ่ง” หมายถึงคุณพงษ์ศักดิ์ บุญชื่น เพราะเราไปด้วยกัน สตรีผู้นั้นผมจำไม่ได้ ตอนหลังพี่เทิ่งแนะนำว่า”ตู่ไง”และแนะนำผม เราจ้องหน้ากันสักพักก็จำกันได้ หลังจากไม่ได้พบกันตั้งแต่ช่วงปี 2521 นานทีเดียว

สตรีในกลุ่มนี้ประกอบด้วยตู่ นิรมล,รุ้ง วชิราภรณ์ หรือวชิราภรณ์ แสงประทุม(ล่วงลับ) ภรรยาของสุธรรม แสงประทุมและอีกคนปุ้ย ขอโทษจำชื่อจริงไม่ได้ 3 คนนี้จะเกาะกลุ่มกันเคยเป็นนิสิตฝึกงานข่าวหนังสือพิมพ์จนมาทำกันเป็นอาชีพ พวกเธอเรียนอยู่นิเทศศาสตร์ จุฬาฯ  ตู่ นิรมล ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นนิศานาถ โยธาสมุทร เป็นผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายธนาคารชุมชน ธนาคารกรุงไทย ด้วยงานชุมชนตู่มักจะเดินทางออกต่างจังหวัดบ่อยครั้ง  เรานัดพบปะและกินข้าวเย็นกัน

เป็นคืนวันพุธที่ร้าน”บ้านไม้แดง”อยู่ริมถนนวิภาวดีรังสิต เยื้องตรงข้ามกับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  ตอนกลางวันผมไปกินอาหารกลางวันที่ห้องอาหารเลอ ดานัง ใต้ถุนโรงแรมเซ็นทรัลโซฟิเทล ลาดพร้าว โดยมีทนายความสุขสันต์ จิรจริยาเวช เป็นเจ้ามือ ด้วยการจัดการของเล็ก ติงลี่ อาหารมื้อกลางวันยังมีคุณภูมิอินท์ ผาผุยและคุณพวงรัตน์ จันทรวงศ์ ไปร่วมด้วย ส่วนใหญ่ที่ไปคือศิษย์เก่าโรงเรนียนวัดสุทธิวราราม ยกเว้นคุณภูมิอินท์เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนวัดสระเกศ

เสร็จจากนั้นเวลายังเหลือ ผมไม่อยากกลับสำโรงจึงเข้าบ้านบางเขนเพื่อรอเวลาอาหารเย็นต่อ โดยให้น้องชายขับไปส่งที่ร้าน ได้พบตู่และเพื่อนอีกคน”โอ๋” หรือดวงตา พิริยานนท์  ปัจจุบันเธอเป็นอาจารย์สอนวิชาสื่อสารมวลชนฯผมจำไม่ได้ว่าสอนมหาวิทยาลัยไหน ทั้งสองนั่งรออยู่ก่อนแล้ว พร้อมทั้งพี่เทิ่ง พงษ์ศักดิ์ บุญชื่น

ไม่นานแอ๊ด – พาณีพรรณ ทิสาพงศ์ (นามสกุลเดิม จิวะนันทประวัติ)มาสมทบ แอ๊ดเป็นนักศึกษารุ่นน้องที่วารสารศาสตร์ มธ. ทำหนังสือพิมพ์กันมาก่อนที่เธอจะย้ายไปทำชีพอื่นคือปัจจุบันเป็น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทพร้อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค สร้างบ้านจัดสรรระดับดีจำหน่ายที่เมืองไทย  ตู่โทร.ไปบอกแอ๊ดว่ามีคนอยากพบ แต่ยังไม่บอกว่าเป็นใคร เมื่อไปถึงแอ๊ดจำผมได้ และยิ่งจำได้เมื่อได้ยินเสียงที่พูดออกไป แอ๊ดยังถามถึง”บัตเตอร์ฟลาย”หรือ สราญจิต วิทยะ และฝากความคิดถึงมายังเธอด้วย

เย็นวันนั้นฝนตกหนักและตกพรำๆ พอมากันครบหน้าแล้ว แต่ละคนก็ถามไถ่ถึงทุกข์สุขของกันและกัน เมื่อเอ่ยถึงคนนั้นคนนี้ก็โทร.ติดต่อกันมา คนแรกพี่ศรีหรือศรี อินทปันตี แม้จะติดงานเลี้ยงอีกงานก็รีบบึ่งมาพบ ตามด้วยประเดิม ดำรงเจริญ ปัจจุบันเป็นเจ้าของโรงพิมพ์ยูโรป้าและยังเป็นหัวหน้าพรรคชาวนา  เมื่อใดที่พลังเกษตรกรเดินทางเข้ามาทำเนียบ นั่นล่ะฝีมือประเดิม 

วีรกรรมในอดีตของเขาก็มีมากเคยเป็นผอ.นสพ.อธิปัตย์ ตอนที่ผมเป็นหัวหน้ากองบก. ,เคยต้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพสมัยเป็นบรรณาธิการวารสารของพรรคสัจธรรมรามคำแหง ด้วยบทกลอน”จากชาวฟ้าถึงข้าชาวดิน” ร้อนถึงพี่ใบหรือทองใบ ทองเปาด์ ไปทำหน้าที่ทนายแก้ต่างให้จนเขาพ้นคดี ศาลยกฟ้อง

“ผมเอาเกษตกรเข้ามา พลเอกสพรั่ง กัลยาณมิตร ขอเชิญผมเข้าไปคุยถึงกองทัพบก  แต่พอเคลียร์กันแล้ว เขารู้ว่าผมไม่ใช่พวกกลุ่มอำนาจเก่า ก็เข้าใจกัน ก็เพราะพวกเกษตกรเขาเดือดร้อนจริงๆ เขาจึงรวมตัวกันเข้ามา เป็นหมื่นครับ”ประเดิมเล่าให้วงสนทนาฟัง

“คุณไม่ใช่ชาวนาไปเป็นหัวหน้าพรรคชาวนาได้ยังไง”ศรี อินทปันตี กระแซะ

“ก็ในที่ประชุมเขาเลือกผมขึ้นมาเป็น จะให้ผมทำยังไง”ประเดิมแย้ง  ทั้งคู่เคยอยู่ด้วยกันที่สวีเดน ในระหว่างการหลบภัยการเมือง

คืนนั้นดนตรีหนวกหูมาก วงดนตรีเพลงเพื่อชีวิตปัจจุบันก็ผันแปรไปเพราะเพลงเพื่อชีวิตหาคนแต่งได้น้อยลง จึงหันไปเล่นเพลงพระราชนิพนธ์บ้าง เพลงลูกกรุงบ้างและยังแถมลูกทุ่งอีกต่างหาก เราจึงย้ายออกจากห้องใหญ่ ไปอีกห้องหนึ่งที่อยู่ตึกตรงกันข้ามจัดไว้ต่างหาก การพูดคุยกันจึงค่อยรู้เรื่องไม่ต้องตะโกนหัน

ห้องอาหารแห่งนี้อยู่ในเครือเดียวกันพวกตะวันแดงสาดแสงเดือน คนที่บริหารใหญ่ๆก็มี ปั้ม นาคธน คืนนั้นเขาติดธุระมาไม่ได้ เขายังบ่นเสียดายอยู่เมื่อรู้ว่าผมไป

คืนนั้นได้ข่าว”เชิงลึก”จากหลายคนที่เล่าให้ฟัง เกี่ยวเนื่องกับการเมืองของเมืองไทยหลายประการ เป็นข่าวที่นำมาเขียนไม่ได้ แต่เล่าสู่กันฟังได้ในที่รโหฐาน   

คนที่ผมพบเหล่านี้ยังเคลื่อนไหวและรับรู้ข่าวสารทางการเมืองตลอดจนตั้งกลุ่มสนทนากันอยู่ การติดต่อสื่อสารก็ทำกันผ่านอินเตอร์เน็ตบ้าง  การพบปะกันครั้งนี้ถือเป็นการจุดไฟขึ้นมาอีก  หลายคนบอกว่าคงจะพบปะกันถี่ขึ้น รับประทานอาหารเย็นกันมากขึ้นขยายวงกับเพื่อนพ้องน้องพี่กลุ่มเก่ามากขึ้น เพราะอดีตคือสิ่งหนึ่งที่เราเหมือนกันคือการต่อสู้ทางการเมือง เพียงแต่ว่าเราต่อสู้ในฐานะของคนทำงานด้านสื่อ ขับขานและเดินงานไปพร้อมกับมวลชน

รู้ว่าตู่ชอบดื่มไวน์เพราะนำไวน์ติดตัวมาเปิดดื่มด้วย คราวต่อไปผมก็ต้องใส่ไว้ในลีสต์แล้วล่ะว่า ต้องมีไวน์แคลิฟอร์เนียไปฝากน้องนุ่งอีก 1 ราย คืนนั้นเราแยกย้ายกันประมาณเกือบตีสอง หลายคนยังต้องไปทำงาน-ก็เป็นคืนที่สุขสันต์อีกคืนหนึ่ง ดีใจที่ได้พบ ไม่อยากจากกัน  แต่เราต้องขอยืมวลีนักเขียนอมตะมาพูดว่า “จนกว่าเราจะพบกันอีก”.....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping