ไปรับประทานอาหารที่ห้องอาหารปูจ๋าท่าแฉลบ นั่งหัวโต๊ะคือคุณสุนทร ประดิษฐศิลป์
ทุเรียนพวงมณี พันธุ์พื้นเมืองโบราณกลับมาได้รับความนิยมกันอีก
 
ที่เห็นคือเงาะสีชมพู บางคนบอกว่าไม่”ร่อน”เหมือนเงาะโรงเรียน แต่รับประทานดูแล้วก็ร่อนดี
 
หลังจากเก็บผลไม้แล้วก็มานั่งพักผ่อนกินไปด้วย
 
 
 
 
ลักษณะของต้นลองกองที่ผลกำลังออกมา
ร้านก๋วยเตี๋ยวคุณนัชอยู่ในตลาดตำบลจันทนิมิต  อำเภอเมือง  จันทบุรี

----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่----------------------------------------

เมืองไทย: ผลไม้ไทยราคาตก

                ผมกลับเมืองไทยช่วงระหว่างวันที่ 16-28 เมษายนเดินทางถึงแอล.เอ. 29 เมษายน มีเหตุผลหลายประการที่ต้องไปทำธุระ ประการแรกไปงานทำบุญ 100 วันน้องชายชื่อเสริฐสรรค์ พรหมน้อย เขาเสียชีวิตด้วยโรคตับและเป็นเบาหวาน ด้วยวัย 49 ปีกับ 1 เดือน เป็นทนายความ ไม่มีเมียและลูกมีแต่แฟน  นี่เป็นมูลเหตุหลักที่ญาติพี่น้องขอให้ไปร่วมงานกันพร้อมหน้า ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี

                ประการที่สองไปเยี่ยมสวนที่จันทบุรีเพราะผลไม้กำลังออกลูก ที่สวน 8 ไร่แห่งนี้ไม่ได้ตั้งใจซื้อไว้ แต่เพราะญาติทางภรรยาของผมมีปัญหา หลังจากฟองสบู่แตกก็เลยขอให้ช่วย  เอาเป็นอันว่าได้มาแบบไม่ตั้งใจ แต่ก็ยินดีที่ได้มา สวนนี้อยู่อำเภอขลุงเป็นสวนเก่าแก่หรือมรดกตกทอด มีผลไม้พร้อมมูลทั้งทุเรียน,เงาะ,ลองกอง,มังคุด ตลอดจนบ่อน้ำที่ขุดไว้เพื่อดูดขึ้นมารดต้นไม้ มีระบบสปริงเกิ้ลอย่างดี

                เมื่อไปถึงก็ได้รับข่าวไม่ดีนักว่า ราคาผลไม้ของไทยปีนี้ย่ำแย่เพราะออกลูกมาพร้อมกันทำให้เงาะตก 6-7  กิโลกรัม 10 บาท มังคุด 3 กิโลกรัม 10 บาท ทุเรียนหมอนทองกิโลกรัมละ 15 บาท พอออกไปวางตลาดแถวตลาดวงเวียนน้ำพุตัวจังหวัดจันทบุรีตกกิโลกรัมละ 20-25 บาท มาถึงกรุงเทพฯอาจ 30 บาทเป็นต้น

                ตอนนี้ทุเรียนพันธุ์พวงมณีกำลังกลับมาได้รับความนิยม เป็นพันธุ์โบราณ ลูกเล็ก เมล็ดใหญ่ แต่เนื้อหวานออกไปทางสีส้ม ไม่สีเหลืองเหมือนหมอนทอง เมื่อรับประทานทุเรียน King of Fruit แล้วก็จะต้องรับประทาน Queen of Fruit คือมังคุดตามเข้าไปด้วย อย่างแรกออกร้อน อย่างหลังออกเย็น มันจะได้ตัดกัน ผมไปได้ความรู้มาจากชาวสวน  อย่างไรก็ตามผมรับของหวานได้ไม่มากนัก หมอสั่งให้หยุดของหวานและอาหารพวกแป้งได้แล้ว ด้วยแม่ผมเป็นเบาหวาน เรียกว่าติดกรรมพันธุ์กันมา

                เรื่องผลไม้ไม่ได้ราคา ชาวสวนก็แย่หน่อยครับ แต่เราเองอยู่ทางนี้ไม่เป็นไรเพราะไม่ได้ทำสวนโดยตรง เพียงแต่ว่าโดยรวมแล้วชาวสวนผลไม้ทั้งที่จันทบุรี ระยอง ตราด ไม่ได้ราคา เชื่อว่าปลายฤดูอาจได้ราคาบ้างเพราะผลไม้เริ่มวาย  ผมดูแล้วยังมีเงาะอีกหลายๆต้นเพิ่งตกลูกเขียว คนทำสวนคงจะเก็บเกี่ยวได้กันตอนนั้น

                คิดว่าหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อีก 3 ปีผมคงไปปลูกบ้านอยู่ที่ขลุง บริเวณนั้นเจริญขึ้นมาก อยู่ริมถนนสุขุมวิท ตรงกันข้ามเป็นที่ทำการไฟฟ้าภูมิภาคและห้องอาหาร,ติดกันเป็นโรงเรียน

ขลุงรัชดาภิเษก อยู่ไม่ไกลจากตลาดอำเภอขลุง และห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 22 กิโลเมตร

                ปลูกบ้านสวน ติด ADSL หรืออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เขียนหนังสือ(ส่งออกจำหน่ายหากมีผู้รับซื้อ)ว่างๆก็อาจไปเที่ยวเกาะช้างหรือเลยเข้าไปแดนเขมรเพื่อไปวัด(วัดดวงนะครับ) นี่เป็นความฝันครับ  ส่วนความจริงจะเป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้ ทว่าอนาคตเราเป็นผู้กำหนดได้

                การเดินทางไปก็สะดวกจากกรุงเทพฯเราใช้มอเตอร์เวย์ทางไปชลบุรี แต่หักออกไปทางบ้านบึง ระยะทางเท่าไรผมไม่อาจจำได้ แต่ทว่าใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งก็ถึงจันทบุรี  สองข้างทางนั้นเขียวไปด้วยต้นไม้ และมีคนนำผลไม้ออกมาวางตลอดระยะทาง เช่นส้มโอไร้เมล็ดและอื่นๆ

                อาหารการกินก็อุดมสมบูรณ์ ได้ญาติผู้พี่ของภรรยาคือคุณสุนทร ประดิษฐศิลป์ (อดีตผู้ตรวจการไปรษณีย์ภาคตะวันออก –เกษียณแล้ว) พาไปรับประทานอาหารที่ร้าน”ปูจ๋า”แถวท่าแฉลบ ตำบลบางกระจะ อยู่ไม่ไกลตัวเมืองเท่าใดนัก ไปกัน 7 คนค่าอาหาร 890 บาทลดอีก 50 บาท เรียกว่าอิ่มทีเดียวครับ เป็นอาหารทะเลล้วน ยำตะไคร้กุ้งสด,ปลาลวกจิ้ม,ปลาทอดกระเทียม,ต้มยำปลา,หอยแครงลวก,ข้าวผัดปู

                ยังไม่นับรวมมื้ออื่นๆเช่นไปกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อเลียง”ร้านคุณนัช”ในตัวเมือง พวกเราอาจไปเช้าหน่อยเพราะน้ำก๋วยเตี๋ยวยังดูใสอยู่  ก๋วยเตี๋ยวเนื้องเลียงและหมูเลียง น้ำจะออกหวานเพราะใส่น้ำอ้อย แทนน้ำตาลทราย มีผักชีฝรั่งหั่นแถมพริกตำผสมน้ำส้ม

จากนั้นก็เข้าไปซื้อผงเร่วหอมที่ใช้ผสมน้ำก๋วยเตี๋ยวติดตัวมาแอลเอ.ด้วย  ปัจจุบันเร่วหอมเขาบดเป็นผงใส่ซองสวยงามวางจำหน่ายในท้องตลาด  หัวเร่วเป็นพวกพืชตระกูลรากหรือเหง้า เหมือนขิง-ข่า มีขึ้นกันอุดมในภาคตะวันออกทั้งระยอง,จันทบุรีและตราด 

                ผมซื้อมาฝากเพื่อนบางคนในแอล.เอ.ด้วย(เพราะสั่งกำกับไป) หากใครไม่สั่งผมก็ไม่มีมาฝาก เรียกว่าของดีมีไม่มากนัก

                ขากลับบรรทุกทุเรียน,เงาะ,ลองกอง,มังคุด และซื้อกุ้งแห้งชั้นดีติดตัวมาด้วย นำเข้ากรุงเทพฯ   หากไปฤดูผลไม้เหมาะอย่างยิ่งที่จะนำรถปิ๊กอัพไปด้วยเพราะจะได้บรรทุกกลับมาอย่างจุใจ เมื่อนำเข้ากรุงเทพฯแล้วก็มีราคาไปแจกใครๆก็สรรเสิญ  แต่รถขนมาแอ่นตามระเบียบ

                ไปครั้งนี้มีโอกาสได้พบเพื่อนๆหลายกลุ่ม  แต่ละกลุ่มพาไปเลี้ยงแบบไม่เลิกรา ทั้งกลางวันและอาหารเย็น เอาไว้จะคุยให้ฟัง โดยเฉพาะสภาพการเมืองว่าทำไมคนทำมาหากินก็ยังทำมาหากินกันต่อไป ไม่ตื่นเต้นเหมือนคนไทยในแอล.เอ.กันเอาเลย- โปรดติดตามครับ.....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping