----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่----------------------------------------
จากรายการประชาธิปไตย
Today
ถึงประชาธิปไตย
Tomorrow
รายการประชาธิปไตย ทูเดย์ จัดโดยสถานี iPTV ในลอส แอนเจลิสต้องยุติรายการไปเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2007 นสพ.ไทยทาวน์ก็พาดหัวว่า
ประชาธิปไตยทูเดย์ลาจอ ผู้จัดยอมรับคุมเกมไม่ไหว
หลังจากดำเนินรายการมาได้ประมาณปีเศษ
เริ่มตั้งแต่ช่วงของการรวมตัวกันขับไล่รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า มาถึงจุดสุดท้ายที่คุณรุ่งอรุณ ศรีสุข และคณะมาเป็นพิธีกรเอง
คุณรุ่งอรุณหรือคุณปลานั้นเป็นผู้ผลิตรายการ(Producer)เองอยู่แล้ว รายการนี้ใช้พิธีกรมากที่สุดถึง
11 คน เรียกว่าไม่อยากมีใครมาเป็นพิธีกรเพราะต้องรับกับปัญหาหนักๆมากมาย
ผมเคยเข้าไปมีส่วนร่วมรายการ นับตั้งแต่ได้รับเชิญไปร่วมวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง
ได้รับเชิญไปพูดคุยปัญหาทางการเมือง ล่าสุดผมไปพูดเมื่อปลายปี 2006
เพราะได้รับเชิญจากคุณภาสกร ศรีแดงจันทร์
ในระหว่างการเมืองของไทยแหลมคมยุคทักษิณนั้น ผมยังเคยไปช่วยวิเคราะห์สถานการณ์ใน
Nat TV รายการ Inside Thai Talk ร่วมกับคุณชัชวาลย์
ศรีพาณิชย์และคุณสายธาร เดชาติวงศ์
ที่ผมไปพูดให้ทีวีได้ทั้ง 2 ช่องเพราะผมถือตัวเองว่าเป็นสื่อ
สิ่งใดที่สื่อจะทำให้ผู้ชมผู้ฟังหรือผู้อ่านเกิดความเข้าใจ เป็นเรื่องที่จะต้องทำ
เพราะเป็นวิชาชีพที่ได้เรียนมา ไม่ได้ยึดติดอยู่กับความเป็นสถานีทีวีว่าเป็นของใคร
ผมจึงรักสื่อทุกประเภท
(แต่คนทำสื่อบางคนผมก็ไม่ชอบหน้านะครับ และคนทำสื่อบางคนก็คงไม่ชอบหน้าผมเหมือนกัน)
เวลาไปออกรายการทีวีไม่ว่าจะเป็น iPTV หรือ Nat
TV ผมมักจะได้รับคำถามว่าเป็นพวกใครหรือยืนอยู่ข้างไหน ผมตอบไปว่าผมเป็นพวกของผมเองไม่ได้เป็นพวกใคร พอมาคำตอบที่สองก็คือคุณยืนอยู่ข้างไหน คำตอบง่ายๆของคนทำสื่อก็คือยืนอยู่ข้างความถูกต้องเป็นธรรม อะไรที่เป็นธรรมขอให้ยืนอยู่ข้างนั้น
ถือสื่อใดยึดถือหลักการนี้ได้ ก็จะยืนอยู่อย่างสบาย ไม่ต้องไปถูกตราหน้าว่ารับใช้ระบอบนั้นระบอบนี้
อย่างไรก็ตามความคิดเห็นทางการเมืองของแต่ละคนย่อมรักและชอบในสิ่งที่ตัวเองคิด
ดังนั้นความเป็นกลางเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และความเป็นกลางก็หาได้ยาก
ดังที่ผมบอกแล้วว่าการยืนบนความถูกต้องเป็นธรรมเท่านั้นที่จะทำให้สื่อยืนอยู่ได้
ในระยะหลังผมติดตามรายการประชาธิปไตย ทูเดย์ เป็นครั้งคราว เพราะบ่อยครั้งรายการนี้กลายเป็นเรื่องปาเถียงไม่ใช่การปาฐกหรือพูดคุยกันด้วยเหตุผล
เป็นการเถียงเพื่อเอาชนะคะคานกัน ก็ในเมื่อคนที่โทร.เข้ามายืนอยู่คนละจุดแบบสุดโต่งย่อมไม่อาจประนีประนอมกันได้
หนักเข้าก็เลยมาเป็นการด่าทอกันในจอทีวี.ซึ่งความหยาบคายเมื่อเข้ามาสู่สื่อใด
ความเสื่อมก็รออยู่เบื้องหน้า
ดังนั้นสื่อจะต้องมีความสุภาพในด้านการแสดงออกไม่ว่าจะเป็นข่าวหรือความคิดเห็น
ทั้งการพูดจาและการเขียน เนื้อหาเหล่านี้ถือว่าออกสู่สายตาของมวลชน ซึ่งคนทำงานด้านสื่อไม่อาจคาดหมายได้ว่าเป็นใครบ้าง
ผู้ชมผู้ฟังอาจเป็นคนเรียนแค่จบมัธยมศึกษาซึ่งพื้นระดับการศึกษาย่อมแตกต่างไปจากผู้ชมผู้ฟังที่เรียนจบระดับปริญญาหรือในระดับที่สูงขึ้นไป
เหนือสิ่งอื่นใดไม่เพียงระดับการศึกษาเท่านั้น
แต่ยังต้องมีวิธีคิดและต้องคิดเป็นอีกด้วย นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าประสบการณ์ คนที่มีการศึกษาน้อย เมื่อเรียนรู้มากมีประสบการณ์มาก
การแก้ไขปัญหาอาจดีกว่าและเก่งกว่าคนมีการศึกษามาก แต่ขาดประสบการณ์
เหตุผลของการยุติรายการประชาธิปไตยทูเดย์จนเป็นรายการประชาธิปไตย Yesterday ไปแล้วนั้นทั้งคุณปลา โพรดิวเซอร์และคุณนภดล
วงศ์ชัยวัฒน์ ในฐานะผู้อำนวยการสถานีทีวี.บอกว่าได้มีกลุ่มคนประมาณ
10-11 คนคอยรุมจ้องโทร.เข้ามา หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือคุณเอนก ชัยชนะ
หรือเสี่ยต๋อย เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวจากซานฟรานฯ
จากนั้นกลุ่มของเสี่ยต๋อยก็จะเข้ายึดเวลาโดยคอยรุมสับใครก็ตามที่โทร.เข้ามาไม่เห็นด้วยกับความเห็นของคณะตน ยิ่งไปกว่านั้นยังสั่งการไปยังผู้จัดรายการว่าให้โพสหัวข้อกระทู้นั้นกระทู้นี้ขึ้นมาปาเถียงกัน
ในที่สุดก็ไม่มีอีกฝ่ายโทร.เข้าไป เลยกลายเป็นว่าจัดรายการขึ้นมาเพื่อให้กลุ่มพวกของคุณ
เอนกออกความเห็นแต่ฝ่ายเดียว จากความเห็นฝ่ายเดียวกลายมาเป็นการระบายความแค้นที่มันสุมแน่นอยู่ในอก และมีความเห็นในการสนับสนุนระบอบทักษิณหรือกลุ่มอำนาจเก่าแบบไม่เสื่อมคลาย
ความเห็นต่างๆจึงตอบโต้ไปยังคุณสนธิ
ลิ้มทองกุล ในฐานะเป็นหัวหอกที่ล้มระบอบทักษิณซึ่งข้อนี้ไม่เป็นไรเพราะคุณสนธิแกโต้กลับของแกได้ในฐานะมีสื่อในมือ
ถกกันไปถกกันมาอาจมีการก้าวล่วงไปยังรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์
จุลานนท์ ,ไปยังคมช.,และหนักเข้าก้าวล่วงไปยังพลเอกเปรม ติณสูลานนท์
ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ บุคคลเหล่านี้ไม่มีเครื่องมือตอบโต้หรือไม่อยากตอบโต้ แต่อาจจะมีมือที่มองไม่เห็นช่วยรวบรวมข้อมูลและตอบโต้แทนในฐานะผู้กุมอำนาจรัฐ ผมก็ไม่อาจทราบ
ภาพของรายการประชาธิปไตย
ทูเดย์ จึงเอียงกระเท่เร่ เข้าหาทักษิณแบบเต็มๆ เมื่อเป็นแบบนี้ iPTV ก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย
คราวนี้ผมจะมองแบบนักวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง
มีดังนี้ครับ
1.ประเด็นของกลุ่มคุณเอนกน่าจะเป็นปัญหาปลายเหตุมากกว่า
แต่เรื่องใหญ่กว่านั้นก็คือเกิดกระแสการปลุกระดมล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนพลเอกเปรม
ติณสูลานนท์ ให้พ้นจากตำแหน่งประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ในข้อหาว่าอยู่เบื้องหลังของการทำรัฐประหาร
19 กันยายน 2006
2.ล่าสุดเกิดวิดีโอคลิปหมิ่นพระบรมเดชานุภาพขึ้นในยูทิวบ์ดอทคอม
3.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
(ไอซีที)สั่งปิดกระทู้ห้องราชดำเนิน เว็บไซต์ PANTIP.COM ชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน ก่อนหน้านี้ได้เตือนไปยังสมาชิกห้องราชดำเนินให้ทราบเกี่ยวการโพสข้อความในห้องสนทนาอื่นๆ
เพื่อให้เกิดความเข้าใจ หากยังพบมีการโพสกระทู้ที่กระทบต่อความมั่นคง
หรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กระทรวงไอซีทีจะสั่งปิดเว็บไซต์ PANTIP.COM ทันที
4.นายสิทธิชัย โภไคยอุดม
รมว.ไอซีที ได้พบปะกับ นายปรเมศวร์ มินศิริ นายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยและนายอัครวุฒิ
ตำราเรียง ประธานสภาวิชาชีพผู้ดูแลเว็บไทย ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีที่จะช่วยแจ้งข้อมูลเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพผ่านช่องทางพิเศษในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
รวมทั้งขอให้ประชาชนที่รู้ข้อมูลเว็บไซต์ที่หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์อื่นๆแจ้งไปยังกระทรวงไอซีที
เพราะมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอสอดส่องดูแล
หากเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์และประธานองคมนตรี
ลามเข้ามายัง iPTV รวมทั้งห้องกระทู้ของเว็บไซท์ไทยทาวน์ ผมคิดว่าคุณนภดลคงไม่เป็นสุข(ผมเองก็คงไม่เป็นสุขถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้)ในฐานะนักธุรกิจ
คุณนภดลก็จะต้องรักษาฐานธุรกิจของตัวเองไว้ ไหนๆทักษิณก็คงไม่มีโอกาสกลับมาอีกแล้ว
ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน เพราะคดีแต่ละข้อกล่าวหาคือเรื่องของคุกและตารางทั้งสิ้น
มุมมองของผมข้างต้น ก็น่าจะเป็นเหตุผลอันสำคัญที่
iPTV จะต้องชำระล้างภาพ เหล่านี้ให้หมดไป
หากเล่นไพ่ก็เหมือนกับการล้างไพ่
เพื่อนำ iPTV มาขัดเกลาใหม่
ลบภาพที่ผู้คนมองว่าเป็นกระบอกเสียงของทักษิณและกลุ่มอำนาจเก่าให้หมด
ดังนั้นเสี่ยต๋อย ซานฟรานฯหรือคุณเอนกและพรรคพวกจึงกลายมาเป็นเหตุผลอันสำคัญของคุณปลาและคณนภดลในการยุติรายการประชาธิปไตย ทูเดย์
เอาเป็นอันว่าในวินาทีนี้เสี่ยต๋อยคือแพะที่ถูกจับขึ้นมาเชือดให้หมดไปกับการชำระล้างครั้งนี้
ที่ผมวิเคราะห์แบบนี้ ทั้งคุณนภดลและคุณปลาอย่าโกรธผมนะครับ
เหตุผลก็คือผมเป็นนักวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองนั่นเอง
เมื่อพักผ่อนและตั้งหลักกันใหม่ ผมคิดว่าคุณนภดลควรนำรายการลักษณะนี้กลับมาอีก
เพราะถึงยังไงเราก็หนีไม่พ้นคำว่าการเมือง หากรายการประชาธิปไตย ทูเดย์พ้นไป เราอาจตั้งชื่อรายการใหม่คล้ายๆกันว่าประชาธิปไตย
ทูมอร์โรว์ก็ได้นะครับ จะได้คุยกันในการเมืองแบบ
Utopia โน่น.....อ่านต่อ
|