บริเวณหัวมุมขวามือเลยถนน Van Noord  ขึ้นไปเป็นที่เกิดเหต
รูปเหมือนจำลองของหลวงเตี่ย พระธรรมราชานุวัตรในบริเวณงาน
 
ภาพหมู่ของพระสงฆ์ที่ไปร่วมงานในวันฉลองอนุสาวรีย์รูปเหมือนหลวงเตี่ย
 
หลังจากทำพิธีตัดริบบิ้นก็มีพิธีบูชาสักการะอนุสาวรีย์หลวงเตี่ย
 
 
 
 
ศิษย์นาฎศิลป์โรงเรียนวัดไทยแสดงต่อหน้าอนุสาวรีย์ เพื่อให้ผู้ชมได้รับชมกัน
อีกมุมหนึ่งของการแสดงโดยนักเรียนนาฎศิลป์ศิษย์อาจารย์กังวาน เกิดผล

----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่----------------------------------------

ความปลอดภัยรอบวัดไทยแอล.เอ.

                วันที่ 25 มีนาคมผมไปร่วมงานฉลองอนุสาวรีย์รูปเหมือนหลวงเตี่ย พระธรรมราชานุวัตร ที่วัดไทยแอล.เอ.  ภาพรวมของงาน มีผู้คนไปกันมาก ที่จอดรถไม่มี แต่ก็ต้องหาจอดกันจนได้  ผมคิดว่างานนี้น่าจะเตรียมที่จอดรถของโรงพยาบาลไคเซอร์ไว้เหมือนงานสงกรานต์และงานลอยกระทง  โดยจัดรถรับ-ส่งไว้แก่ผู้ไปร่วมงาน

                เฉพาะพระสงฆ์ในวันนั้นมี 134 รูปทั้งที่มาจากต่างรัฐ,ต่างเมือง,จากประเทศไทยรวมทั้งนิมนต์พระสงฆ์ฝ่ายมหายานและพระสงฆ์จากวัดศรีลังกามาร่วมพิธีด้วย ถือเป็นงานใหญ่รวมสงฆ์ได้มากทีเดียว

                ในระหว่างผมเดินอยู่บริเวณวัดก็ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกชิงกระเป๋าถือในระหว่างที่จอดรถจะเข้ามาวัดไทย เหตุเกิดที่ถนน Cantara ซึ่งเลยถนน Van Noord(ซอยข้างวัดไทย)ไปเล็กน้อย เป็นบ้านหลังที่สองหรือกุฎิหมายเลข 10  เวลาเกิดเหตุประมาณ 14.30 น.  คนถูกชิงกระเป๋าชื่อคุณสุวิมลหรือเก๋ แต่ดีที่คนร้ายชิงไปไม่ได้ ดูเหมือนเธอบ่นว่าเจ็บสะโพกเล็กน้อยเพราะด้านข้างรถอาจกระแทก

                พฤติกรรมที่เกิดขึ้นก็คือขณะเธอลงจากรถถือกระเป๋าอยู่นั้น คนร้ายน่าจะเป็นคนฮิสแปนิก คนหนึ่งขับรถ อีกคนทำหน้าที่กระชากกระเป๋า  บังเอิญมีเด็กหนุ่มชาวไทยเห็นเหตุการณ์ เขาชื่อคุณเชษฐ์ ชูสกุล จดหมายเลขทะเบียนรถทรัคส์คันนั้นไว้ได้คือหมายเลข 7V70763 เป็นรถทรัคส์สีขาว อาจจะเป็นยี่ห้อ Chevrolet  ตามที่ผมยืนฟังเขาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เขาแจ้งความไป  ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็บอกให้”เจ้าทุกข์”โทร.ไปแจ้งตำรวจด้วย ดังนั้นคดีทุกคดีจะต้องมี”เจ้าทุกข์” ส่วนผู้เห็นเหตุการณ์ถือเป็นพยาน

                ผลจะลงเอยประการใดผมยังไม่ทราบ  แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้รายละเอียดไปแล้ว คงจะติดตามตัวภัยสังคมรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป เชื่อว่าเขาอาจจะไปฉกชิงวิ่งราวที่อื่นแน่นอน หากปล่อยไว้ ป่านนี้ทะเบียนหมายเลขนี้(หากเป็นทะเบียนจริง)ก็เข้าอยู่ในบันทึกเครือข่ายของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามแล้ว

                ประเด็นที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือประการแรกเรื่องความปลอดภัยของผู้ไปร่วมงาน  ท่านจะต้องระมัดระวังตัวเองให้มาก ไม่ว่าจะไปงานไหน บรรดานักแซ้งจะมีอยู่ทุกมุมเมือง โดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆของโลก ในห้วงเวลาเหล่านี้ท่านจะต้องคาถา อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ (ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน) เพราะคนหมู่มากพลุกพล่าน ไกลตำรวจ เราอาจชะล่าใจว่าไม่มีคนร้าย แต่คนร้ายจะฉวยโอกาสต่อหน้าต่อตาเช่นนี้เสมอ

                ประการที่สอง ระหว่างเกิดเหตุที่รับรู้กันอยู่นั้นก็มีหมู่เชาว์ วงศ์ก้อนทอง ในฐานะรปภ.มารับรู้ด้วย แม้ว่าขอบเขตความรับผิดชอบจะอยู่เฉพาะภายในวัดไทยก็ตาม ผมว่ารปภ.จะต้องพร้อมในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เช่นเบอร์โทรศัพท์ที่จะติดต่อหรือแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ท้องที่ซึ่งรับผิดชอบในเขตวัดไทย เท่าที่ทราบคือสถานีตำรวจ Foothill   ผมเชื่อว่ารปภ.ต้องมีระเบียบปฏิบัติในการระงับเหตุอยู่แล้ว  แต่อย่าลืมหมายเลขสถานีตำรวจที่รับผิดชอบในท้องที่นั้น

                ไม่ใช่จะโทร.เรียก 911 อย่างเดียวเพราะสถานการณ์แต่ละอย่างต้องรับมือแตกต่างกัน  911 จะโทร.กรณีฉุกเฉินจริงๆเท่านั้น เช่นคนถูกรถชนจะได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต,มีการใช้อาวุธปืนยิงกัน,เกิดไฟไหม้หรือเรื่องฉุกเฉินอื่นใด ฯลฯ  แต่ในกรณีวิ่งราวกระเป๋าถือโดยเจ้าทุกข์ไม่ได้รับอันตรายแก่ร่างกาย  ก็คงเป็นการแจ้งความธรรมดา เหมือนรถยนต์ชนกัน ถ้าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ วิธีปฏิบัติก็คือการแลกข้อมูลของ 2 ฝ่ายเพื่อให้บริษัทประกันภัยช่วยดำเนินการ

                ประการที่สามการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหมู่คนไทยเมื่อเกิดเหตุ กรณีที่เกิดวันนั้นผมต้องยกย่องคุณเชษฐ์ ชูสกุล เด็กหนุ่มในวัยประมาณ 20 เศษ ที่มีความไวในการจดหมายเลขทะเบียนรถยนต์ พร้อมระบุว่าเป็นสีขาวอาจจะเป็นยี่ห้อ Chevrolet  กล่าวคือเป็นคนมีสติสัมปชัญญะ   หากไม่ได้หมายเลขทะเบียนรถยนต์ก็ยากที่จะติดตามเพราะรถทรัคส์สีขาวมีมากมายหลายยี่ห้อ

                สรุปแล้วทุกคนต้องระมัดระวังตัวเองเป็นเบื้องแรก,ช่วยกันเป็นหูเป็นตาและถ้าใครคนใดคนหนึ่งได้รับอันตราย ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หรือหากจะออกจากบริเวณวัดถ้าเป็นเวลาค่ำมืดอาจหาเพื่อนเดินไปส่งที่รถ เพื่อความปลอดภัยดีกว่าเดินคนเดียว

                ไปวัดไทยยังมีเหตุการณ์ตื่นเต้นให้ผมรับทราบอีก  มีคนโทร.มาบอกว่า ขณะนั้นทักษิณ(หมายถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร)อยู่ห้องอาหารครัวไทย นอร์ธ ฮอลลีวู้ด  ประสานักข่าวผมก็ต้องตรวจสอบทันที วานเพื่อนคนหนึ่งโทร.หาคุณธานิน อิงอุดมนุกูล เจ้าของห้องอาหารเพื่อช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงจากพนักงานของร้าน  ปรากฎว่าไม่มี ทราบเพียงว่ามีกลุ่มของคุณชะบา จตุระบุล ไปจองไว้ประมาณ 30 ที่นั่งเพื่อจัดประชุมระหว่าง 12.00-16.00 น.

                คุณธานิน ไม่แน่ใจจึงขับรถจากครัวไทย เวสต์ โควิน่าบึ่งไปยังนอร์ธ ฮอลลีวู้ดเพื่อจะให้ได้เห็นกับตา – เอาเป็นอันว่าทักษิณไม่ได้อยู่ครัวไทย

                สักพักหนึ่งก็มีโทรศัพท์เข้ามามือถือของผม  แจ้งให้ผมทราบว่าได้ข่าวว่าขณะนี้ทักษิณอยู่ที่วัดไทย ไปร่วมงานฉลองอนุสาวรีย์หลวงเตี่ย  เขาผู้นั้นถามผมว่าจริงหรือเปล่า?

”เป็นเรื่องจริงครับ” ผมตอบกลับไป”เพราะตอนนี้ผมก็อยู่วัดไทย”

                “คุณถ่ายรูปมัน และลงข่าวด้วยนะ” เขาสั่งการมายังผมอีก

“โอเค ครับ” ผมตอบกลับไป”แต่ทักษิณที่ผมเห็นที่วัดไทยไม่ใช่ทักษิณ  ชินวัตร นะครับ  เป็นทักษิณ แซ่เบ๊ “

คนที่โทร.มาอย่าให้ผมเอ่ยชื่อเลยครับ เขาสบถออกมาด้วยความผิดหวัง”ไอ้ห่....”

เรื่องเล่าจากวัดไทยยังมีอีกมากครับ เอาไว้โอกาสหน้าผมจะเล่าให้ฟังเรื่อยๆ .....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping