----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่----------------------------------------
ความปลอดภัยรอบวัดไทยแอล.เอ.
วันที่ 25 มีนาคมผมไปร่วมงานฉลองอนุสาวรีย์รูปเหมือนหลวงเตี่ย
พระธรรมราชานุวัตร ที่วัดไทยแอล.เอ.
ภาพรวมของงาน มีผู้คนไปกันมาก ที่จอดรถไม่มี แต่ก็ต้องหาจอดกันจนได้
ผมคิดว่างานนี้น่าจะเตรียมที่จอดรถของโรงพยาบาลไคเซอร์ไว้เหมือนงานสงกรานต์และงานลอยกระทง โดยจัดรถรับ-ส่งไว้แก่ผู้ไปร่วมงาน
เฉพาะพระสงฆ์ในวันนั้นมี 134 รูปทั้งที่มาจากต่างรัฐ,ต่างเมือง,จากประเทศไทยรวมทั้งนิมนต์พระสงฆ์ฝ่ายมหายานและพระสงฆ์จากวัดศรีลังกามาร่วมพิธีด้วย
ถือเป็นงานใหญ่รวมสงฆ์ได้มากทีเดียว
ในระหว่างผมเดินอยู่บริเวณวัดก็ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกชิงกระเป๋าถือในระหว่างที่จอดรถจะเข้ามาวัดไทย
เหตุเกิดที่ถนน Cantara ซึ่งเลยถนน Van Noord(ซอยข้างวัดไทย)ไปเล็กน้อย
เป็นบ้านหลังที่สองหรือกุฎิหมายเลข 10 เวลาเกิดเหตุประมาณ 14.30 น. คนถูกชิงกระเป๋าชื่อคุณสุวิมลหรือเก๋ แต่ดีที่คนร้ายชิงไปไม่ได้
ดูเหมือนเธอบ่นว่าเจ็บสะโพกเล็กน้อยเพราะด้านข้างรถอาจกระแทก
พฤติกรรมที่เกิดขึ้นก็คือขณะเธอลงจากรถถือกระเป๋าอยู่นั้น คนร้ายน่าจะเป็นคนฮิสแปนิก
คนหนึ่งขับรถ อีกคนทำหน้าที่กระชากกระเป๋า บังเอิญมีเด็กหนุ่มชาวไทยเห็นเหตุการณ์ เขาชื่อคุณเชษฐ์
ชูสกุล จดหมายเลขทะเบียนรถทรัคส์คันนั้นไว้ได้คือหมายเลข 7V70763
เป็นรถทรัคส์สีขาว อาจจะเป็นยี่ห้อ Chevrolet
ตามที่ผมยืนฟังเขาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เขาแจ้งความไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็บอกให้เจ้าทุกข์โทร.ไปแจ้งตำรวจด้วย ดังนั้นคดีทุกคดีจะต้องมีเจ้าทุกข์
ส่วนผู้เห็นเหตุการณ์ถือเป็นพยาน
ผลจะลงเอยประการใดผมยังไม่ทราบ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้รายละเอียดไปแล้ว
คงจะติดตามตัวภัยสังคมรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป เชื่อว่าเขาอาจจะไปฉกชิงวิ่งราวที่อื่นแน่นอน
หากปล่อยไว้ ป่านนี้ทะเบียนหมายเลขนี้(หากเป็นทะเบียนจริง)ก็เข้าอยู่ในบันทึกเครือข่ายของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามแล้ว
ประเด็นที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือประการแรกเรื่องความปลอดภัยของผู้ไปร่วมงาน ท่านจะต้องระมัดระวังตัวเองให้มาก ไม่ว่าจะไปงานไหน
บรรดานักแซ้งจะมีอยู่ทุกมุมเมือง โดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆของโลก ในห้วงเวลาเหล่านี้ท่านจะต้องคาถา
อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ (ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน) เพราะคนหมู่มากพลุกพล่าน
ไกลตำรวจ เราอาจชะล่าใจว่าไม่มีคนร้าย แต่คนร้ายจะฉวยโอกาสต่อหน้าต่อตาเช่นนี้เสมอ
ประการที่สอง ระหว่างเกิดเหตุที่รับรู้กันอยู่นั้นก็มีหมู่เชาว์
วงศ์ก้อนทอง ในฐานะรปภ.มารับรู้ด้วย แม้ว่าขอบเขตความรับผิดชอบจะอยู่เฉพาะภายในวัดไทยก็ตาม
ผมว่ารปภ.จะต้องพร้อมในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เช่นเบอร์โทรศัพท์ที่จะติดต่อหรือแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ท้องที่ซึ่งรับผิดชอบในเขตวัดไทย
เท่าที่ทราบคือสถานีตำรวจ Foothill ผมเชื่อว่ารปภ.ต้องมีระเบียบปฏิบัติในการระงับเหตุอยู่แล้ว แต่อย่าลืมหมายเลขสถานีตำรวจที่รับผิดชอบในท้องที่นั้น
ไม่ใช่จะโทร.เรียก 911 อย่างเดียวเพราะสถานการณ์แต่ละอย่างต้องรับมือแตกต่างกัน 911 จะโทร.กรณีฉุกเฉินจริงๆเท่านั้น เช่นคนถูกรถชนจะได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต,มีการใช้อาวุธปืนยิงกัน,เกิดไฟไหม้หรือเรื่องฉุกเฉินอื่นใด
ฯลฯ แต่ในกรณีวิ่งราวกระเป๋าถือโดยเจ้าทุกข์ไม่ได้รับอันตรายแก่ร่างกาย ก็คงเป็นการแจ้งความธรรมดา เหมือนรถยนต์ชนกัน
ถ้าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ วิธีปฏิบัติก็คือการแลกข้อมูลของ 2 ฝ่ายเพื่อให้บริษัทประกันภัยช่วยดำเนินการ
ประการที่สามการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหมู่คนไทยเมื่อเกิดเหตุ
กรณีที่เกิดวันนั้นผมต้องยกย่องคุณเชษฐ์ ชูสกุล เด็กหนุ่มในวัยประมาณ
20 เศษ ที่มีความไวในการจดหมายเลขทะเบียนรถยนต์ พร้อมระบุว่าเป็นสีขาวอาจจะเป็นยี่ห้อ
Chevrolet กล่าวคือเป็นคนมีสติสัมปชัญญะ หากไม่ได้หมายเลขทะเบียนรถยนต์ก็ยากที่จะติดตามเพราะรถทรัคส์สีขาวมีมากมายหลายยี่ห้อ
สรุปแล้วทุกคนต้องระมัดระวังตัวเองเป็นเบื้องแรก,ช่วยกันเป็นหูเป็นตาและถ้าใครคนใดคนหนึ่งได้รับอันตราย
ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หรือหากจะออกจากบริเวณวัดถ้าเป็นเวลาค่ำมืดอาจหาเพื่อนเดินไปส่งที่รถ
เพื่อความปลอดภัยดีกว่าเดินคนเดียว
ไปวัดไทยยังมีเหตุการณ์ตื่นเต้นให้ผมรับทราบอีก มีคนโทร.มาบอกว่า ขณะนั้นทักษิณ(หมายถึงพ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร)อยู่ห้องอาหารครัวไทย นอร์ธ ฮอลลีวู้ด
ประสานักข่าวผมก็ต้องตรวจสอบทันที วานเพื่อนคนหนึ่งโทร.หาคุณธานิน
อิงอุดมนุกูล เจ้าของห้องอาหารเพื่อช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงจากพนักงานของร้าน ปรากฎว่าไม่มี ทราบเพียงว่ามีกลุ่มของคุณชะบา
จตุระบุล ไปจองไว้ประมาณ 30 ที่นั่งเพื่อจัดประชุมระหว่าง 12.00-16.00
น.
คุณธานิน ไม่แน่ใจจึงขับรถจากครัวไทย เวสต์ โควิน่าบึ่งไปยังนอร์ธ
ฮอลลีวู้ดเพื่อจะให้ได้เห็นกับตา เอาเป็นอันว่าทักษิณไม่ได้อยู่ครัวไทย
สักพักหนึ่งก็มีโทรศัพท์เข้ามามือถือของผม แจ้งให้ผมทราบว่าได้ข่าวว่าขณะนี้ทักษิณอยู่ที่วัดไทย
ไปร่วมงานฉลองอนุสาวรีย์หลวงเตี่ย
เขาผู้นั้นถามผมว่าจริงหรือเปล่า?
เป็นเรื่องจริงครับ ผมตอบกลับไปเพราะตอนนี้ผมก็อยู่วัดไทย
คุณถ่ายรูปมัน และลงข่าวด้วยนะ เขาสั่งการมายังผมอีก
โอเค ครับ ผมตอบกลับไปแต่ทักษิณที่ผมเห็นที่วัดไทยไม่ใช่ทักษิณ ชินวัตร นะครับ
เป็นทักษิณ แซ่เบ๊
คนที่โทร.มาอย่าให้ผมเอ่ยชื่อเลยครับ
เขาสบถออกมาด้วยความผิดหวังไอ้ห่....
เรื่องเล่าจากวัดไทยยังมีอีกมากครับ
เอาไว้โอกาสหน้าผมจะเล่าให้ฟังเรื่อยๆ .....อ่านต่อ
|