อนุสาวรีย์รูปเหมือนหลวงเตี่ยในวันทำพิธียกขึ้นประดิษฐ์ที่แท่นฐาน ตั้งอยู่ด้านหน้าศาลาพระธรรมราชานุวัตร(หลวงเตี่ย)วัดไทย ลอสแอนเจลิส

ทำไมต้องเป็นอนุสาวรีย์หลวงเตี่ย

                อนุสาวรีย์รูปเหมือนของหลวงเตี่ย พระธรรมราชานุวัตรจัดให้มีการฉลองวันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม 2007 ก่อนหน้านี้ ผมได้รับเกียรติจากพระมหาบุญเริ่ม กิตติญาโณ ให้เป็นผู้เขียนบทความลงในหนังสืออนุสรณ์  นับเป็นเรื่องยินดี  ผมจึงถือโอกาสนำบทความนั้นมาลงใน”ส่วนตัว-ส่วนรวม” เพื่อว่าผู้ที่ไม่ได้อ่านหนังสืออนุสรณ์จะได้อ่านข้อเขียนผม ดังนี้

คนเรากว่าจะมีผู้ยกย่องถึงกับสร้างอนุสาวรีย์ให้นั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดา  จะต้องเป็นบุคคลสำคัญทำประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างแก่โลกและสังคม  อนุสาวรีย์สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงและเป็นอนุสรณ์ บางครั้งอาจเป็นอนุสรณ์สถานควบคู่กันไปก็ได้  ในประเทศไทยจะเห็นอนุสาวรีย์ที่แบ่งออกเป็นหลายประเภทเช่นการเตือนความทรงจำในเหตุการณ์ประกอบด้วยอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย,อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ,อนุสาวรีย์ทหารอาสาสงครามโลกครั้งที่ 1

อนุสาวรีย์เพื่อยกย่องคุณความดีส่วนบุคคล ในระดับพระมหากษัตริย์เช่นพระบรมราชานุสาวรีย์ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช จ.สุโขทัย, พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์, เจดีย์ยุทธหัตถี) จ.สุพรรณบุรี,พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี (สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) กทม. ,พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก กทม.(ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี) พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว,พระปิยมหาราช (พระบรมรูปทรงม้า) กทม. เป็นต้น

อนุสาวรีย์เพื่อแสดงความกล้าหาญแบบวีรบุรุษอาทิเช่นอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี,อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก จ.อุตรดิตถ์ ,อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี(ย่าโม) จ.นครราชสีมา,อนุสาวรีย์ท้าวเทพกษตรีและท้าวศรีสุนทร จ.ภูเก็ต

ในสหรัฐอเมริกามีอนุสาวรีย์มากมาย ที่โดดเด่นคืออนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ หรือ”เทพีเสรีภาพ”เป็นอนุสาวรีย์ที่ยิ่งใหญ่ และมีคุณค่าทางจิตใจ  ภาษาอังกฤษเรียกว่า Statue of Liberty ตั้งอยู่ ณ เกาะเบคโล ปากอ่าวแมนฮัตตัน นิวยอร์ก เป็นของขวัญที่ชาวฝรั่งเศสมอบแก่ชาวอเมริกัน ในวันที่สหรัฐเฉลิมฉลองวันชาติครบ 100 ปีคือวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1876  เพราะฝรั่งเศสชื่นชมชาวอเมริกันที่กล้าหาญลุกขึ้นต่อสู้กับเมืองแม่สหราชอาณาจักร ถึงกับสหรัฐประกาศอิสรภาพ ไม่ขึ้นต่อการปกครองของเมืองแม่อีกต่อไป ต่อมาในปี ค.ศ.1984 องค์การยูเนสโก ประกาศให้อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพเป็นมรดกโลก

 นอกจากนี้ยังมีอนุสาวรีย์ส่วนบุคคลที่ทำคุณูปการแก่องค์กรนั้นเช่นพระอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (กระทรวงยุติธรรม) พระองค์ทรงเป็นบิดากฎหมายไทย,อนุสาวรีย์สุนทรภู่ จ.ระยอง กวีเอกคนหนึ่งของรัตนโกสินทร์เป็นชาวบ้านกล่ำ อ.แกลง ,อนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี (มหาวิทยาลัยศิลปากร) กทม. ผู้วางรากฐานวิชาศิลปะสมัยใหม่และศิลปะตะวันตกแก่ประเทศไทย,อนุสาวรีย์ปรีดี พนมยงค์ (หลวงประดิษฐ์มนูธรรม) ตั้งอยู่หน้าตึกโดมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์  

หลวงเตี่ยก็มีอนุสาวรีย์นำมาประดิษฐานที่วัดไทย ลอส แอนเจลิส ในฐานะที่ท่านเป็นผู้มีคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อวัดไทยและต่อชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกา

”หลวงเตี่ย” ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ “พระธรรมราชานุวัตร” ท่านได้เปรียญ 6 ประโยค เป็นนักธรรมเอก เดิมชื่อกมล ลิ้มศิริชัย ฉายา โกวิทโท เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ.2467  ที่ตำบลบางแขม อ.เมือง จ.นครปฐม ถึงแก่มรณภาพด้วยโรคหัวใจล้มเหลวที่โรงพยาบาลศิริราชเมื่อวันที่  2 กันยายน พ.ศ.2545  สิริรวมอายุ 78 พรรษา 56

หลวงเตี่ยทำอะไรหรือจึงได้อนุสาวรีย์  คำตอบนั้นผู้เขียนจะประมวล”ผลงาน”ซึ่งเกิดจากองค์ประกอบหลายสิ่งหลายอย่างดังนี้

ประการแรกมองจากสถานที่ หลวงเตี่ยระดมผู้คนมาร่วมวางโครงสร้างแก่วัดไทยให้เป็นปึกแผ่นและเจริญรุ่งเรืองสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน จากพื้นที่ธรรมดาๆกลายมาเป็นวัดที่ตระหง่านอยู่นอร์ธ ฮอลลีวู้ด รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นสัญลักษณ์ทางศิลปะอันสวยงามไม่ว่าจะเป็นพระอุโบสถศาลา รวมไปถึงศาลาพระธรรมราชานุวัตร(หลวงเตี่ย)วัดไทยจึงกลายเป็นแหล่งรวมของศาสนา,ศิลปะ,วัฒนธรรมและประเพณี

ประโยชน์ของวัดไทยยังคลี่คลายต่อเนื่องมาหลายจุดเช่นสมาคม,ชมรมต่างๆไปขอใช้สถานที่เพื่อทำประโยชน์เช่นนักการเมืองเดินทางมาพบปะประชาชนก็ใช้วัดไทยเป็นที่พบปะ,การจัดอภิปราย,สัมมนา,เลือกตั้ง, จัดงานประเพณีสงกรานต์,งานลอยกระทง  ก็ได้ใช้สถานที่วัดเป็นแหล่งทำบุญ,พบปะ,ขายสินค้าและอื่นๆ พร้อมกันนี้ยังมีตลาดนัดวัดไทยทุกวันเสาร์-อาทิตย์ให้ผู้คนได้ซื้อหาอาหารรับ ประทาน มองในแง่หนึ่งเป็นการช่วยเผยแพร่คำว่า”อาหารไทย”ให้กว้างไกลอีกด้วย

ประการที่สองการวางพื้นฐานด้านการศึกษาและภาษาไทย โดยเชิญคณาจารย์จากคณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้วางหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ทำให้โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ที่เปิดสอนทุกวันเสาร์-อาทิตย์เจริญเติบโตขึ้น  นอกจากนี้ยังมีการศึกษาภาคฤดูร้อนเพื่อให้กุลบุตรกุลธิดาได้เรียนกันเต็มที่  ผลต่อเนื่องวัดไทยได้เปิดสอนภาษาไทยแก่ชาวต่างชาติที่ต้องการเรียนอีกด้วย 

ผลที่ตามมายังมีวัดไทยอื่นๆในสหรัฐอเมริกาเปิดสอนภาษาไทยแก่อนุชนไทยที่เกิดและเติบโตในสหรัฐด้วยการนำแบบอย่างจากวัดไทยลอส แอนเจลิส ไปดำเนินการโดยการเชิญคณะครูอาสาสมัครจากเมืองไทยมาทำการสอน  คณะครูที่เดินทางมาสหรัฐยังได้ตักตวงเอาประสบการณ์กลับไปเมืองไทยได้อีกด้วย

พิจารณาจากจุดนี้หากมองย้อนกลับไปดูประวัติของหลวงเตี่ยแล้ว ท่านเป็น”ครู”เป็นนักการศึกษาเป็นครูผู้สอนคณะสงฆ์และสามเณร  เป็นครูผู้สอนศีลธรรมตามโรงเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพฯ เป็นผู้บรรยายธรรมตามสถานที่ต่างๆทั้งทางสถานีวิทยุ,ทีวี.และอื่นๆ หากหลวงเตี่ยไม่มีพื้นฐานการศึกษาหรือมีไม่มากพอ อาจมองเห็นความสำคัญของการศึกษาน้อยไปก็ได้  

ประการที่สาม”โครงการรักเมืองไทย” เป็นการนำเยาวชนไทยที่เกิดและเติบโตในสหรัฐเมื่อได้เรียนรู้ภาษาไทย,ขนบธรรมเนียมประเพณีแล้ว หลวงเตี่ยต้องการให้เด็กกลับเป็นพบเห็นของจริงจากบ้านเกิดเมืองนอนของคนรุ่นพ่อแม่ ผลที่ตามมาเราจะเห็นโครงการนำเยาวชนไทยจากเมืองต่างๆในสหรัฐกลับไปเมืองไทยในช่วงเดือนกรกฎาคม(นักเรียนปิดภาคฤดูร้อน)ของทุกปี  ถือเป็นการแตกหน่อที่น่าสนับสนุน  แม้กระทั่งจากโครงการรักเมืองงไทยก็ยังแตกออกมาเป็น 2 สาย ในสายแรกเรียกว่าโครงการวัฒนธรรมไทยคืนถิ่น จัดโดยวัดไทยและอีกโครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาเยือนถิ่นแผ่นดินแม่ เป็นต้น

การมองสู่อนาคตประการนี้ของ”หลวงเตี่ย”ถือว่ากว้างไกล ปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีเยาวชนไทยเกิดหรือเติบโตในสหรัฐ กลับไปประกอบอาชีพในประเทศไทย ไปฝึกฝนเพิ่มเติมภาษาไทย หลายคนประสบความสำเร็จในชีวิตด้านต่างๆ  นี่คือความสำคัญของภาษาไทยที่จะต้องให้เด็กมีติดตัวไว้ เพราะไม่ได้”ใส่บ่าแบกหาม” การเรียนรู้หลายภาษาเป็นผลประโยชน์กับเด็กในอนาคตอย่างแน่นอน ยิ่งโลกสมัยใหม่เป็นโลกาภิวัตน์ (Globalization) มีการติดต่อสื่อสาร,ทำธุรกิจการค้าและอื่นๆ คนที่รู้มากกว่า 1ภาษาย่อมได้เปรียบกว่าคนเรียนรู้ภาษาเดียว

ประการที่สี่ การหลอมรวมจิตวิญญาณของผู้คน(ชาวบ้านเรียกว่าผู้ประสานสิบทิศ)ประเด็นนี้สำคัญที่สุดเพราะการงานจะสำเร็จได้นั้นหลวงเตี่ยจะต้องหลอมรวมจิตวิญญาณของผู้คนเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสงฆ์ประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา  จากฆราวาสนับตั้งแต่นักการเมืองไทย,นักการเมืองท้องถิ่นสหรัฐ,คนไทยในพื้นที่ตลอดจนลูกศิษย์ลูกหาของหลวงเตี่ย  บุคคลที่จะนำคนมารวมกันได้มากๆเพื่อทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ก็คือ”ผู้มีบารมี”

ยิ่งไปกว่านั้นหลวงเตี่ยยังได้วางบุคคลผู้จะสืบวัดไทยให้รุ่งเรืองต่อไปคือ พระวิเชียรธรรมคุณาธาร ปัจจุบันท่านคือพระราชธรรมวิเทศ หัวหน้าสงฆ์วัดไทยรูปปัจจุบันนั่นเอง  การวางตัวบุคคลถือเป็นเรื่องสำคัญเพื่อการปกครองและเพื่อความต่อเนื่องของงาน  ไม่เช่นนั้นจะทำให้องค์กร”วุ่นวาย”มากขึ้น เมื่อสิ้นหลวงเตี่ย

ผู้เขียนมีโอกาสร่วมเดินทางกลับเมืองไทยไปกับทัวร์คณะศิษย์หลวงเตี่ย เมื่อเดือนมีนาคม 2006 เพื่อร่วมงานพิธีเททองหล่อรูปเหมือนจัดขึ้นที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม(วัดโพธิ์ ท่าเตียน) จากนั้นยังมีโอกาสไปเยี่ยมวัดต่างๆที่มีรูปเหมือนของหลวงเตี่ยประดิษฐานอยู่ในวิหารอาทิเช่นที่วัดพิกุลทอง(วัดหลวงพ่อแพ)จ.สิงห์บุรี ,วัดชัยเภรีย์ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี,วัดลาดปลาเค้า นครปฐม ที่นี่สร้างเจดีย์ธาตุขนาดใหญ่อุทิศถวายหลวงเตี่ยอีกด้วย

วัดเหล่านี้สร้างรูปเหมือนและบรรจุไว้ในวิหารอย่างดีเพื่อให้ผู้คนได้กราบไว้ แสดงให้เห็นว่า

”บารมี”ของหลวงเตี่ยที่ทำไว้ในขณะมีชีวิตอยู่ส่งผลมาถึงเมื่อท่านมรณภาพไปแล้ว  วิหารหรืออนุสาวรีย์จะเกิดขึ้นได้ก็เพราะคนรุ่นหลังตลอดจนศิษยานุศิษย์มองเห็นคุณูปการที่หลวงเตี่ยทำไว้

ผู้เขียนมองจุดหลักๆอันเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อให้เห็นภาพว่า”อนุสาวรีย์หลวงเตี่ย พระธรรมราชานุวัตร”เกิดขึ้นได้อย่างไร

อ่านต่อข่าวอนุสาวรีย์หลวงเตี่ย พระธรรมราชานุวัตร

 http://www.apacnews.net.....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping