สมาคมสื่อมวลชนไทยฯจัดสังสรรค์ที่ห้องอาหารครัวไทย นอร์ธ ฮอลลีวู้ดเมื่อ 11 มีนาคมรวมทั้งเลี้ยงต้อนรับ ศุภชัย จิวะไพบูลย์ศักดิ์(ที่ 3 จากซ้ายแถวกลาง)

การใช้พาสปอร์ตอเมริกันกับ
การถือครองที่ดินในประเทศไทย

                เมื่อเร็วๆนี้ผมได้พูดคุยกับเพื่อนชื่อศุภชัย จิวะไพบูลย์ศักดิ์ หรือคุณเล็ก ติงลี่ จากนสพ.ไทยรัฐเรื่องพาสปอร์ต 2 ใบคือพาสปอร์ตไทยและพาสปอร์ตอเมริกัน   หากแปลงสัญชาติเป็นพลเมืองอเมริกันแล้วควรใช้พาสปอร์ตอเมริกันเพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากในเรื่องการเดินทางเข้าออกสหรัฐกับประเทศไทย

                หากถือพาสปอร์ตอเมริกันอยากจะอยู่ในประเทศไทยนานเกินกำหนด 30 วันก็ต้องไปทำวีซ่าเข้าประเทศไทยที่สถานกงสุลใหญ่หรือสถานทูตในอาณาเขตที่เราอยู่ อย่างเช่นสถานกงสุลใหญ่แอล.เอ.ดูแลภาคพื้นตะวันตก 9 รัฐ

                อยากอยู่เกิน 1 ปีก็ต้องไปขอต่อวีซ่าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.)จะเสียเงินเพียง 1,900 บาท เงินนี้เป็นค่าธรรมเนียม ข้อสำคัญเมื่ออยู่เมืองไทยคุณเล็กแนะนำให้ไปทำบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประชาชน  เพราะบัตรประชาชนไทยก็เหมือนใบเบิกทางที่จะนำไปติดต่อราชการ,บริษัท,ธนาคารหรือธุรกิจอื่นใดได้สะดวก

                บัตรประชาชนทุกวันนี้ก็เป็นแบบไฮ-เทค ทำง่ายมีเลข 13 หลักที่ตรวจสอบสถานะของคนไทยได้อย่างละเอียด  หากท่านที่อยู่มานานหาหลักฐานไม่พบจะต้องไปที่ทะเบียนบ้านกลางเพื่อค้น ยอมเสียเวลาสักเล็กน้อยเพื่ออยู่เมืองไทยได้อย่างสบาย

                ไม่นานมานี้ผมได้คุยกับคุณอัคคณิต พานิชกุล เพื่อนอีกคนเขาชักชวนให้เสนอแนวความคิดในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมก็ไม่ทราบเพราะรัฐธรรมนูญ 2540 ก็ดีอยู่แล้วกว่าจะคลอดออกมาได้จะต้องมีคณะส.ส.ร.(สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ)ที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชน 76 จังหวัด อีกทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญกฎหมายมหาชนไปร่วมด้วย

                แต่สิ่งหนึ่งที่ผมพูดคุยคือเรื่องอยากให้มีการแก้ไขกฎหมายการถือครองทรัพย์สินของคนต่างด้าวในประเทศไทย  ซึ่งทุกวันนี้คนต่างด้าวไม่อาจถือครองที่ดินหรือทรัพย์สินของประเทศไทยได้ อย่างดีก็แค่คอนโดมิเนียม  แต่เช่าที่ในระยะยาวได้

                ผมเข้าใจดีว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นการป้องกันไม่ให้คนต่างด้าวเข้าไปฮุบประเทศไทย แตกต่างไปจากสหรัฐที่คนต่างด้าวเป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติ ซื้อบ้านและที่ดินได้ เพราะสหรัฐมีระบบควบคุมและการตรวจสอบดีมาก เริ่มตั้งแต่หมายเลขโซเชี่ยล,ใบขับขี่,การเสียภาษีเงินได้,ประวัติเครดิต ฯลฯ เป็น Public Records จนเราหนีไปไหนไม่รอด เมื่อเดินตามระบบที่เขาวางไว้

                กฎหมายคนต่างด้าวยึดครองที่ดินและทรัพย์สินในประเทศไทยน่าจะแก้ไข หากคนต่างด้าวผู้นั้น”เป็นคนไทยมาก่อน”ที่จะแปลงสัญชาติไปเป็นอื่น

                คนไทยที่มาแบกจ๊อบในสหรัฐหลายคนมีใบเขียว  เมื่อปี 1996 รัฐบาลบิล คลินตัน ออกกฎหมายมาว่าหากคนถือใบเขียวไม่แปลงสัญชาติเป็นพลเมืองอเมริกัน จะทำให้เขาเสียสิทธิประโยชน์(Benefits)หลายประการ จึงทำให้คนถือใบเขียวหลายชาติแห่กันไปแปลงสัญชาติเป็นพลเมืองอเมริกัน

                คนแปลงสัญชาติเป็นพลเมืองเมริกันจะถูกริบใบเขียวไป ดังนั้นต้องหันมาใช้พาสปอร์ตอเมริกันเมื่อจะเดินทางออกนอกประเทศและพิเศษก็คือหลายประเทศที่เดินทางไปไม่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศ เพราะมีการตกลงกันไว้ระหว่างรัฐบาลอเมริกันกับชาติต่างๆ เช่นจะไปประเทศไทยไม่เกิน 30 วันก็ไม่ต้องขอซีซ่า

 ยิ่งใครลงทะเบียนเลือกตั้งไว้เวลาเลือกตั้งนักการเมืองอเมริกันจะวิ่งมาขอเสียง ทำให้เราเป็นกลุ่มพลังขึ้นมาทันที

ผมคิดว่าหลายท่านอยู่สหรัฐนานๆก็เบื่ออยากจะไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่เมืองไทยหลังจากปลดเกษียณแล้ว  คราวนี้ครั้นจะไปซื้อบ้านหรือที่ดินในเมืองไทย  กฎหมายไทยไม่อนุญาต  ผมว่าน่าจะแก้ไขตรงนี้คือหากคนต่างด้าวผู้นั้นเป็นคนไทยมาก่อน ควรจะมีข้อยกเว้น โดยประเทศไทยจะได้ประโยชน์หลายประการ ดังนี้

1.เงินที่นำกลับไปซื้อบ้านนั้นเป็นเงินตราต่างประเทศ สมมติว่านำไปซื้อหลังละ 200,000 ดอลลาร์เป็นเงินไทยประมาณ 7 ล้านบาท ( การซื้อก็ขึ้นอยู่กับกำลังของแต่ละบุคคล)

2.เมื่อคนปลดเกษียณกลับไปอยู่บ้านเกิดเมืองนอนของตน เขาจะมีเงินได้จากบริษัทที่เคยทำมาก่อนและยังมีเงินได้จากโซเชี่ยล เซเคียวริตี้ เงินทั้งสองทางอาจจะคิดเป็นเดือนละ 1,000-1,200 ดอลลาร์  แล้วแต่ว่าใครจะทำไว้มากน้อยแค่ไหนในระหว่างทำงาน หากสองสามีภรรยากลับไปอยู่ด้วยกัน(โดยไม่เลิกร้างกันเสียก่อน)ก็จะมีเงินเข้าประเทศประมาณ 2,000-2,500 ดอลลาร์ต่อเดือน

เงินได้เหล่านี้เจ้าของเงินสามารถบอกให้บริษัทและรัฐบาลอเมริกันโอนเข้าหมายเลขธนาคารของตนได้  ส่วนใหญ่จะเป็น Citibank เพราะสถานทูตอเมริกันในไทยก็เซ็นสัญญาใช้บริการจากธนาคารแห่งนี้ ดังนั้นการ Transaction ก็เข้าตรงได้ทันที 

3.สมมติว่ามีคนไทยกลับไปอยู่เมืองไทย ทยอยกลับทุกปีคิดต่ำๆรวม 5,000 คน หากคิดคนละ 1,000 ดอลลาร์โดยเฉลี่ย  ประเทศไทยก็จะมีเงินดอลลาร์เข้าประเทศเดือนละ 5 ล้านดอลลาร์ (175 ล้านบาท)เงินเหล่านี้ก็จะกระจายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยทั้งหมด

ผมว่าคนไทยในอเมริกาน่าจะมีตั้งองค์กรรณรงค์กันตรงนี้ เพื่อแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ให้ประสบผลสำเร็จ  อันจะเป็นประโยชน์ต่อคนไทยในภูมิภาคอื่นของโลกที่ออกไปตั้งรกรากนอกประเทศ แล้วอยากจะไปใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศไทย

สาเหตุที่ต้องแก้ไขกฎหมายก็เพื่อความมั่นคงปลอดภัยทุกด้านในชีวิตทรัพย์สินเมื่อเรากลับไปอยู่เมืองไทยก็แก่ๆแล้ว  หากจะไปฝากไว้กับใครคนใดคนหนึ่ง  เขาอาจกลั่นแกล้งเราได้ไม่ใช่ว่าเราไม่ไว้ใจกัน

คุณอัคคณิตบอกผมว่าเรื่องนี้มีคนไทยในสหรัฐเอาเงินไปซื้อทรัพย์สินไว้แล้วใส่ชื่อร่วมกับคนเมืองไทย(อาจเป็นญาติพี่น้อง)  แต่ในที่สุดเจอญาติเลวๆหรือพวกญาติเสีย บุคคลคนนั้นถูกฟ้องว่าผิดกฎหมายที่เป็นคนต่างด้าว ทรัพย์สินเลยสูญจ้อย ถ้าหมดเนื้อหมดตัวตอนแก่ท่านอาจ”สติแตก”และวิกลจริตได้เหมือนกัน

นี่คือตัวอย่างที่เกิดขึ้นมาแล้ว ผมจึงอยากให้มีการแก้ไขกฎหมาย – ใครจะเป็นคนริเริ่ม ผมจุดไฟให้แล้ว .....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping