----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่----------------------------------------
สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม
ประเทศไทยกำลังถกเถียงปัญหานี้
ช่วงเวลานี้ประเทศไทยมีข้อถกเถียงเรื่องสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมหรือภาษาทางเทคนิคเรียกว่า Satellite Television ถือเป็นเทคโนโลยี่การสื่อสารสมัยใหม่ การถกเถียงนี้เกิดขึ้นเพราะใครๆก็อยากจะเปิดทีวีผ่านดาวเทียมล่าสุดคุณวีระ มุสิกพงศ์
ออกโรงมาจะเปิด PTV(People Television) บางคนก็บอกว่าเป็นพจมานทีวี(Potjamarn TV)เพื่อเสนอรายการต่างๆโดยทำเหมือนกับ ASTV (Asia Satellite TV)ของคุณสนธิ
ลิ้มทองกุล
ขณะเดียวกันคุณพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร
รักษาการผอ.อสมท.ก็ดำเนินการเรื่องทีวีดาวเทียมในนามของอสมท.เป็นการขยายประสิทธิภาพการส่งสัญญาณที่อสมท.มีทีวี.อยู่แล้วให้กว้างไกลมากขึ้น
ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะกฎหมายเกี่ยวกับทีวี.ดาวเทียมยังไม่ชัดเจน เรื่องจึงกลายเป็นว่าทุกฝ่ายทำผิดกฎหมาย ดังนั้นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะต้องเร่งทำงานเพื่อออกกฎหมายมาควบคุมให้ชัดเจน
ใครละเมิดและละเมิดอย่างไรจึงจะเรียกว่าผิดกฎหมาย
แต่ในเรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุและโทรทัศน์ในประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมอยู่แล้วตาม พ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 ผู้ต้องการออกอากาศต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.)เสียก่อน
ปัญหาทีวีดาวเทียมอาจจะเหมือนสถานีวิทยุเสียงประชาชนไทยซึ่งเป็นกระบอก
เสียงของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.)ออกอากาศในดินแดนประเทศจีน
สมัยก่อนคนที่มีวิทยุคลื่นสั้นในประเทศไทยสามารถรับฟังได้ ผมก็ไม่เห็นว่ารัฐบาลชุดไหนไปเอาผิดได้ จนกระทั่งการล่มสลายของพคท.ไปตามกาลเวลา
ทีวีดาวเทียมได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วโลกเพราะสื่อสารได้ในปริมณฑลที่กว้างไกล เช่นทีวีของอาหรับก็มี Al Jazeera
บางทีก็เอารูปและเสียงของโอซามา บิน ลาเดน มาออกอากาศ ทีวีดาวเทียมรายการแรกของไทยที่เข้ามาสู่สหรัฐก็คือ
TGN ( Thai TV Global Network)ซึ่งพลเอกแป้ง
มาลากุล ณ อยุธยา อดีตผู้อำนวยการสถานีทีวี.ช่อง 5 กองทัพบกเป็นคนนำเข้ามาเมื่อ
10 ปีที่แล้ว ปัจจุบันก็มี NAT TV และ iPTV
สำหรับ iPTV นั้นเริ่มแรกใช้ระบบผ่านอินเตอร์เน็ต(ปัจจุบันก็ยังมีอยู่)
ย่อมาจากคำว่า Internet Provider TV หรือ Internet
Service Provider ซึ่งได้รับความนิยมไปทั่ว หากท่านเปิดเว็บไซท์สถานีทีวีและเว็บไซท์ข่าวสารจะพบเห็นทีวี.ประเภทนี้เกือบทุกไซท์
ในอนาคตก็เชื่อว่าจะไปได้ไกลเพราะผ่านมาทางอินเตอร์เน็ต เข้าสู่คอมพิวเตอร์ได้
สาเหตุที่ต้องมีทีวี.ผ่านดาวเทียมเพราะทีวีปกติ (Broadcast Television) มีข้อจำกัดในการส่งสัญญาณไปยังผู้รับมีปริมณฑลที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็น
Free
TV ช่องต่างๆหรือ
Cable
TV ซึ่งกินเนื้อที่จำกัดในปริมณฑลหนึ่งเท่านั้น เพราะโลกมันกลม ดังนั้นสัญญาณทีวีจากสถานีทีวีธรรมดาไม่อาจผ่านเครื่องกีดขวางต่างๆไปได้หมด ทำให้การรับสัญญาณที่ส่งออกไปได้ไม่ไกล จึงแก้ปัญหาด้วยการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม
ตัวอย่างง่ายๆปกติเราเคยใช้โทรศัพท์ผ่านสายเคเบิ้ลที่เรียกว่า
Landline ก็มีข้อจำกัด บางพื้นที่ในชนบท Landline เข้าไปไม่ถึง ปัจจุบันจึงมีโทรศัพท์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต (VoIP= Voice over Internet Protocal) และโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมหรือที่เรียกว่า Cellular Phone ซึ่งได้รับความนิยมมากเพราะสามารถติดต่อกันระหว่างทวีปหนึ่งไปยังอีกทวีปหนึ่งได้ง่าย ดังนั้นสมัยนี้ใครไม่มีโทรศัพท์มือถือจึงถือว่าเชยเอาการอยู่
คำว่าดาวเทียม(Satellite)
จะมีเจ้าของเป็นบริษัทโทรคมนาคมที่ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลประเทศนั้นๆซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์คลื่นความถี่เหนือน่านฟ้า เมื่อได้รับสัมปทานแล้วบริษัทโทรคมนาคมก็จะยิงดาวเทียมขึ้นสู่ท้องฟ้าเช่นบริษัทชินคอร์ปก็จะมีบริษัทชินแซทเทลไลท์ยิงดาวเทียมไทยคมขึ้นสู่ท้องฟ้า
เป็นต้น
ดาวเทียมจะขึ้นไปอยู่เหนือพื้นโลกประมาณ 22,200 ไมล์หรือ
35,700 กิโลเมตรและอยู่คงที่ในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งตามการจัดสรรพื้นที่ โลกหมุนรอบตัวเองไปทุกวันแต่ดาวเทียมจะอยู่ในตำแหน่งคงที่จึงทำให้ส่งสัญญาณได้ตลอด
24 ชั่วโมงไม่มีเครื่องกีดขวางเหมือนสัญญาณทีวี.ธรรมดา
บริษัทโทรคมนาคมเหล่านี้มีรายได้จากการเปิดให้เช่าช่องทรานสปอนเดอร์(Transponder)เพื่อการสื่อสาร พูดง่ายๆบริษัทโทรคมนาคมก็เหมือน Landlord แต่เมื่ออยู่บนอวกาศผมขอเรียกว่า Spacelord
เท่าที่ทราบปัจจุบันทีวีช่องต่างๆของไทยอาทิเช่น
TGN,ASTV1,NAT TVและ iPTV ต่างก็ไปเช่าทรานสปอนเดอร์ของดาวเทียมที่ชื่อว่า Galaxy 25 มีประมาณ 200 ช่อง ส่งสัญญาณไปได้ 15 ประเทศ ดาวเทียมดวงนี้อยู่ที่พิกัด
97 องศาตะวันตก โดยใช้เส้นศูนย์สูตรเป็นหลัก การเช่าช่องจะต้องมีใบอนุญาตประกอบการหรือ
U.S. License อยู่ภายใต้การควบคุมของสำนักงานคณะกรรมการการสื่อสารสหรัฐ
(The Federal Communications Commission = FCC)
หันมาด้านการผลิตเนื้อหาของทีวีดาวเทียมก็เหมือนทีวีปกติ คือเปิด Studio ห้องส่งขึ้นมาจะเอาเนื้อหาหรือรายการข่าว,เพลง,ละคร,ตลกฯลฯใส่เข้าไป จากนั้นรายการที่ผลิตแล้วถูกส่งขึ้น(Uplink)ไปยังดาวเทียม
และดาวเทียมแต่ละดวงจะมีช่องสัญญาณ(ทรานสปอนเดอร์) เมื่อรับสัญญาณจากพื้นโลกคือสถานีส่งภาคพื้นดินแล้ว ทรานสปอนเดอร์ก็จะส่งรายการเหล่านั้นกลับมายังพื้นโลกเข้าสู่บ้านเรือนของผู้มีจานรับและเครื่องรับก่อนจะไปถึงเครื่องรับทีวี.ให้เราได้ดูข่าว,หนัง,ละครฯลฯ
หากเราต้องการรับรายการจากทีวีดาวเทียม เราจะต้องมีอุปกรณ์ 2 อย่างประกอบด้วย
1.เสาอากาศ ทีวีธรรมดาเรียกว่า TV antennas แต่หากเป็นเสาอากาศที่รับสัญญาณจากดาวเทียมเรียกว่า Satellite dish ซึ่งคนไทยเรียกง่ายๆว่าจานดาวเทียม(ความจริงคือจานรับสัญญาณดาวเทียม)
2.เครื่องรับหรือ the
Receiver เครื่องรับจะเป็นตัวรับสัญญาณจาก Dish จากนั้นทำหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณมาสู่เครื่องรับทีวี. ในบ้าน
เพื่อให้ตรงกับรหัสที่บริษัทสื่อสารทำไว้ เพราะดาวเทียมใช้ประโยชน์หลายอย่างจะดูทีวี.ก็รับรายการทีวี. บางรายการเราจะต้องเป็นสมาชิกไม่เช่นนั้นอาจดูเป็นครั้งคราวเรียกว่า pay-per-view หรือบริษัทโทรศัพท์อาจนำมาใช้คำนวณเงินแก่ลูกค้าที่ใช้โทรศัพท์ผ่านดาวเทียม
เป็นต้น
เครื่องรับนี้ยังสามารถเปลี่ยนสัญญาณระบบดิจิตอลมาเป็นสัญญาณอนาล็อคได้เพื่อให้เครื่องรับทีวีทั่วไปที่ยังเป็นระบบอนาล็อคอยู่ให้รับสัญญาณได้
ส่วนใหญ่แล้วบริษัทโทรคมนาคมเจ้าของดาวเทียมจะไม่ผลิตรายการเอง รายการจะผลิตโดยบริษัทสื่อสารเช่น HBO หรือ ESPN หรือบริษัทอื่นใดที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเสนอขายเนื้อหาสาระแก่ทีวี.เช่นบริษัทกันตนาก็จะผลิตรายการละครป้อนสถานีทีวี. บางบริษัทผลิตข่าวสารเช่นรายการของดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล จึงรู้จักกันในนามของ
Production house บางสถานีทีวี.ก็จะมี Studio ผลิตรายการของตนโดยจ้างผู้สื่อข่าวและโฆษกมาดำเนินรายการ เป็นต้น
สถานีทีวี.จะมีรายได้จากการขายเวลาโฆษณาเรียกเป็น
Spot เช่น 20 -30 วินาที ส่วนทีวี.ไทยในสหรัฐยังมีรายได้จากการขาย
dish และ receiver
อีกด้วย
ที่ผมเล่ามาเป็นเรื่องทางเทคนิคเกี่ยวกับ Satellite TV System ทั้งกระบวนการ ส่วนเนื้อหาก็แล้วแต่ว่าผู้ผลิตจะผลิตอะไรออกมา ดังเช่น PTV ประกาศตัวจะทำรายการเนื้อหาสาระ 60 % ภาคบันเทิง 40 % ผมเชื่อว่าคงเน้นหนักทางการเมือง เพราะคนทำส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองจากพรรคไทยรักไทยมาก่อน
คงเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วย จึงทำให้รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์
จุลานนท์ หวั่นๆอยู่เหมือนกัน
ผมมองว่าการออก PTV ขึ้นมาเพื่อเป็นกระบอกเสียงของพรรคไทยรักไทย เพราะขณะนี้ ITV ซึ่งเป็นกระบอกเสียงโดยตรงของพรรคไทยรักไทยไม่อาจดำเนินการต่อไปได้ ไม่มีเงินไปเสียค่าสัมปทาน,ค่าปรับ,ดอกเบี้ยและเงินส่วนต่างอื่นๆ คุณบุญคลี่ ปลั่งศิริ
อดีต CEO ของชินคอร์ปและประธานกรรมการ ITV
ก็ไขก๊อกลาออก
แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลจึงต้องไปอุ้ม
ITV ต่อโดยโยนมาให้อยู่ในความรับผิดชอบของ
อสมท.และกรมประชาสัมพันธ์ ในเมื่อเครื่องมือของรัฐบาลก็มีทั้งช่อง 9,11
แถมช่อง 5,7 ของกองทัพบกอีก อยากถามว่าหากบริษัทเอกชนอื่นเจ๊งไปแล้วรัฐบาลจะไปเข้าไปอุ้มหรือไม่
? ผมว่ามันชักมีอะไรแปร่งๆแล้วล่ะ.....อ่านต่อ
|