ขึ้นปีที่ 7 ของ ดิ เอเชี่ยน แปซิฟิก
ฉบับนี้เป็นฉบับที่ 313 ครบรอบปีที่ 6 และก้าวขึ้นสู่ปีที่
7 โดยนับ 52 สัปดาห์มี 1 ปี ปีนี้ถือว่าตรงกับวันที่ 1 กุมภาพันธ์
เป็นวันที่มีความหมายสำหรับการเกิดของผู้คนและสรรพสิ่งทั้งมวล เพื่อเตือนความจำว่าได้เกิดขึ้น,ดำรงอยู่และพัฒนาการไปตามเทคโนโลยี่สมัยใหม่
แต่ก่อนหนังสือพิมพ์ไทยในแอล.เอ.มีกันมากฉบับ ปัจจุบันเหลือน้อยฉบับลง
ด้วยเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป บางรายหันไปหาอาชีพอื่นที่สร้างความมั่นคงให้กับชีวิตและครอบครัว
บางฉบับดับสูญไปตามกาลเวลาจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม การออกสื่อมาสักฉบับเป็นเรื่องไม่ยาก แต่การประคับประคองให้ดำรงอยู่ต่อไปนี่คือเรื่องที่คนทำต้องเผชิญ
ทำหนังสือพิมพ์บางคนถามผมว่าคุณยืนอยู่ข้างไหน ? ก็ไม้รู้ว่าหมายถึงอะไร
ผมตอบไปว่าผมยืนอยู่ข้างความถูกต้อง ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ถ้าอะไรผิดผมไม่เข้าข้างนั้น
ผมขอนำรายชื่อหนังสือพิมพ์มาเตือนความจำของผู้อ่านเริ่มจาก
นสพ.เสรีชัย (พัฒนามาจากเสรีชน),T.V.Parade เป็นรูปแบบของนิตยสารที่ยังสืบทอดมาจนปัจจุบัน,สยามมีเดีย,ไทยแอล.เอ.,ข่าวสดยูเอสเอ.,
นิวมหาชน,ไทยทาวน์ ยูเอสเอ, The Asian Pacific News และนสพ.รูปแบบแทบลอยด์ชื่อ
MT (พัฒนามาจากนสพ.เมืองไทย) สรุปแล้วมีอยู่
9 ฉบับที่เหลืออยู่ในแอล.เอ.
ในทำนองเดียวกันสื่อก็พัฒนาไปยังด้านอื่นเช่นสื่อทีวี. ปัจจุบันในเขตแอล.เอ.มี
IPTV และ NAT TV และยังมีรายการวิทยุเพลงพิมพ์ใจเป็นรายการข่าวสารและเพลง ในเดือนกุมภาพันธ์เช่นกันรายการเพลงนี้จะครบรอบปีที่ 27 จัดโดยคุณเพ็ญพิมพ์ จิตรธร ผมถือว่าเป็นพัฒนาการของสังคมและชุมชนไทยในต่างประเทศที่สามารถทำสื่อเหล่านี้ออกมาได้
โลกสมัยใหม่ยังพัฒนามากไปกว่านั้นอีก เมื่อมีอินเตอร์เน็ตหรือระบบเครือข่ายนานาชาติ
(Internet = International
Network) เป็นโลกยุคข้อมูลข่าวสารที่ไร้พรมแดน ผู้คนติดต่อสื่อสารกันได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่าน
Electronic Mail หรือที่เราเรียกกันว่า
E-mail หนังสือพิมพ์แทนที่จะพิมพ์เป็น Hard copy อย่างเดียวไม่พอ ยังทำเป็นหนังสือพิมพ์อิเลคทรอนิค
ซึ่งลักษณะการจัดทำจะต้องมีเว็บไซท์
จากเว็บไซท์ธรรมดาก็สร้างเป็นแบบ
Broadband ขึ้นมาเพื่อบรรจุข่าวสารต่างๆลงได้พร้อมกันเช่นได้อ่านตัวหนังสือ
ได้เห็นภาพ ได้ยินเสียงและได้เห็นภาพความเคลื่อนไหวที่ออกมาทั้งในรูปแบบ
TV และ Video Clip รวมกัน ลักษณะนี้จะต้องมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เทคโนโลยี่อาจจะใช้ fibre optic cable หรือสมัยใหม่ก็ผ่าน Satellite
ดังนั้นบางเว็บไซท์เมื่อเข้าไปเราอาจจะอ่านข่าว,ดูภาพข่าว,ฟังวิทยุ,ดูวิดีโอแม้กระทั่งดูข่าวทีวีและภาพยนตร์ได้
การที่จะรับสารเหล่านี้ได้ต้องมีเครื่องมือ
ในอดีตเรามีเครื่องรับวิทยุ,ทีวี. ปัจจุบันก็ยังมีอยู่แต่เมื่อมีเครื่องคอมพิวเตอร์และดาวน์โหลดเครื่องมือต่างๆไว้ในคอมพิวเตอร์
ท่านก็จะรับสิ่งเหล่านี้ได้โดยผ่านอินเตอร์เน็ต บริษัทที่บริการอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่ก็คือบริษัทโทรคมนาคมใหญ่ๆซึ่งเป็นผู้บริการโทรศัพท์แก่เรามาก่อน
ในระหว่างเขียนบทความนี้เมื่อวันที่
27 มกราคมก็มีข่าวการประชุม the World
Economic Forum ที่เมืองดาวอส นายบิล เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ชี้ว่าอีก
5 ปีข้างหน้าอินเตอร์เน็ตจะเข้ามาแทนที่ T.V. แน่นอนเพราะผู้คนสามารถกลับไปอ่านข่าวและดูวิดีโอคลิปข่าวได้จากอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงขณะนี้
YouTube ของบริษัท
Google Inc. กำลังได้รับความนิยม
พูดมาเสียยาวก็เพื่อที่จะให้ผู้อ่านเห็นภาพกว้างว่า
โลกสมัยใหม่เกิดทางเลือกในการรับข้อมูลข่าวสารมากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าหนังสือพิมพ์จะหมดไป
เพราะคนในโลกนี้ไม่เท่าเทียมกัน บางคนตามไม่ทันเทคโนโลยี่
บางคนไม่อยู่ในฐานะที่จะใช้เทคโนโลยี่ได้ด้วยฐานะทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน
โอกาสการเรียนรู้ก็ไม่เท่าเทียมกัน
สิ่งตีพิมพ์ต่างๆจึงยังจำเป็นอยู่เช่นคำว่าการเสนอข่าวชุมชน
บรรดาสำนักข่าวใหญ่ๆไม่ได้สนใจชุมชนใดชุมชนหนึ่ง แต่สนใจว่าข่าวที่เกิดขึ้นมีผลกระทบอย่างไรโดยรวม
เป็นเรื่องแปลกประหลาดหรือไม่(เช่นนำยาปลุกกำหนัดไวอะกร้าให้กิ้งก่าทดลอง ถือเป็นข่าวแปลก อวัยวะเพศมันไม่หดสักทีต้องตัดทิ้ง
เป็นต้น) นอกจากนี้การจะรับรู้ข่าวสารผ่านคอมพิวเตอร์อาจสะดวกในที่หนึ่ง
แต่สิ่งพิมพ์สามารถนำติดตัวไปได้ง่าย ลากเข้าไปนั่งอ่านในห้องน้ำก็ได้
เป็นต้น
อีกเรื่องที่น่าพูดถึงเป็นสิ่งที่พัฒนาควบคู่กับเทคโนโลยี่สมัยใหม่คือระบบดิจิตอล
ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ไร้สายหรือที่เรารู้จักกันในนามโทร.มือถือ(Cellular
Phone) ,กล้องถ่ายรูป,วิทยุ,เครื่องรับทีวีและอื่นๆที่ะตามมา
บริษัทที่ทำธุรกิจด้านนี้จะยังไปได้เรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด
เช่นโทรศัพท์ไร้สาย ใครๆก็อยากเป็นเจ้าของเพราะมันสะดวกในการพกพา สะดวกในการติดต่อสื่อสารกันไม่ว่าจะอยู่จุดไหนของโลก
ยิ่งในถิ่นทุรกันดารที่โทรศัพท์แบบ Landline เข้าไปไม่ถึงก็ยิ่งต้องการมือถือมากขึ้นเท่านั้น
แต่เหนือสิ่งอื่นใด ไม่ว่าเทคโนโลยี่จะก้าวไกลไปขนาดไหน
เมื่อพูดถึงเรื่องงานข่าวและการสื่อข่าวแล้ว ยังต้องการคนข่าวและช่างภาพเข้าไปทำเรื่อง-ถ่ายภาพเพื่อนำเสนอแก่ผู้อ่าน
และจะต้องเป็นผู้สื่อข่าวมือดีมีความรู้ความสามารถ ข่าวที่ผู้อ่านได้รับก็จะลึกซึ้งกว้างไกลและเข้าใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
ดังนั้นหากขาดผู้สื่อข่าวแล้วไม่ว่าเทคโนโลยี่นั้นจะดีเลิศปานใดก็ไร้ความหมาย
นี่คือสมองอันแท้จริงของงานข่าว-งานหนังสือพิมพ์หรือสื่ออื่น ในวิชาชีพสื่อสารมวลชนถือว่าผู้สื่อข่าวคือหน่วยรบหลักของสื่อประเภทต่างๆ
เปรียบเสมือนเป็นทหารราบของกองทัพ
ในวงการทหารพูดคุยกันสนุกๆว่า
แม้จะมีปืนยิงเร็วทรงประสิทธิภาพแบบ M-16 แต่เมื่อไม่มีกระสุนแล้ว
ปืน M-16 ของท่านก็เหมือซุงท่อนหนึ่งหรืออีกนัยหนึ่งคือสากกะเบือดีๆนี่เอง
ดังนั้นเมื่อขึ้นสู่ปีที่
7 หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ยังจะทำงานต่อเนื่องและพัฒนาต่อไปร่วมกับชุมชน
ไม่ว่าจะเป็นงานด้านข่าว,คอลัมน์,ความเห็นและสิ่งเป็นไปต่างๆ เราสัญญาว่าจะไม่ทำหนังสือพิมพ์ให้เป็นสากกะเบือ-
ดอกครับ.....อ่านต่อ
|