นพดล ปัทมะ เป็นใครมาจากไหน :
เขาเป็นหนึ่งในโฟกัสการเมืองไทย
ผมให้ความสนใจคุณนพดล
ปัทมะ ในฐานะที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับครอบครัวชินวัตรและดามาพงศ์ซึ่งกำลังต่อสู้คดีอยู่ในขณะนี้
โดยเฉพาะคดีเกี่ยวกับผลประโยชน์ของตระกูลชินวัตร รวมทั้งทำหน้าที่เป็นโฆษกหรือเป็นปากเสียงของพ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
การทำหน้าที่เป็นโฆษกทำให้เขาเป็นผู้แทนทางการเมืองของพ.ต.ท.ทักษิณโดยปริยาย แต่การเป็นทนายความเขาทำหน้าที่แก้ต่างทางกฎหมายให้
ประเด็นแรกการเป็นผู้แทนทางการเมืองของพ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช่เรื่องแปลก
เพราะคุณนพดลอยู่พรรคไทยรักไทย แต่ก็ทำให้เกิดความยุ่งยากตามมาเมื่อมีคดีระเบิด
8 จุด ในกรุงเทพฯวันที่
31 ธันวาคม 2549 คุณนพดลนำแถลงการณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณเขียนด้วยลายมือออกมาแจกจ่ายเพื่อปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องพร้อมกับประณามการวางระเบิดครั้งนี้
จุดนี้เองทำให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)ไม่พอใจ
โดยให้เหตุผลว่าชาวบ้านสับสนกับข่าวที่ถูกเผยแพร่ออกไป
ผลแห่งความไม่พอใจตกมายังสื่อทั้งวิทยุ-ทีวี.ที่นำรายละเอียดเรื่องนี้ออกเสนอข่าวเป็นเหตุให้คมช.จะเข้าไปเพิ่มยาแรงทั้งกับสื่อและกลุ่มที่คมช.คิดว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อการปฏิรูป
ผมถือว่าเป็นคนละปะเด็นกับการแก้ปัญหา
เพราะสื่อมีหน้าที่รายงานข่าว
ยิ่งเป็นข่าวเกี่ยวพันกับพ.ต.ท.ทักษิณคนก็ยิ่งสนใจอยากติดตามว่าเขาไปทำอะไร
อยู่ที่ไหน
มีส่วนเกี่ยวข้องกับระเบิดตามที่คนกังขาหรือไม่
มองในแง่ของคนทำสื่อ
ผมถือว่าเรื่องร้ายๆคือข่าวดีของสื่อทั่วโลก แต่เรื่องดีๆกลับ
เป็นแค่ข่าวประชาสัมพันธ์
ดังนั้นใครไม่อยากตกเป็นข่าวก็อย่าได้ไปทำเรื่องร้ายๆให้เกิดขึ้น
จงจำไว้เรื่องร้ายๆคือข่าวอันโอชะของสื่อรวมทั้งผู้เสพย์สื่อโดยทั่วไป
เรื่องร้ายๆคือสิ่งที่ผิดไปจากปกติธรรมชาติอาทิเช่นเรื่อง
Sex, Crime and Scandal ส่วนผู้เสพย์สื่อก็คือผู้อ่านผู้ฟังผู้ดู
ถือเป็นเรื่องธรรมดาตามวิสัยของมนุษย์ที่ชอบ
สอดรู้เสือกเห็นเรื่องร้ายๆและความฉิบหายของผู้อื่น
ยิ่งเรื่องที่นำมาเล่าสู่กันฟังแล้วบอกว่า
เรื่องนี้อย่าไปบอกใครนะ
ว่าผมเล่าให้คุณฟัง ถ้าผู้อ่านตีความให้ดี คนเล่าเรื่องให้ฟังบอกให้ช่วยเล่าเรื่องร้ายๆต่อไป แต่อย่าบอกแหล่งที่มาของข่าว
ในภาษาสื่อจึงเกิดคำว่าแหล่งข่าวเปิดเผยว่า
ผมคิดว่าปัญหาของคมช.ในขณะนี้
ภาษาชาวบ้านเรียกว่าปัสสาวะไม่สะเด็ดน้ำกล่าวคือเมื่อยึดอำนาจเสร็จ
จะต้องอายัดทรัพย์ของอดีตผู้นำไว้ก่อน
ครั้นผู้ถูกอายัดพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินที่มีอยู่มากมายได้มาอย่างถูกต้องก็คืนเขาไป
ทรัพย์ที่ได้มาจากการฉ้อราษฎร์บังหลวงก็นำไปสู่การยึดทรัพย์ ดังนั้นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือน้ำปัสสาวะ กลับมารดกางเกงคมช.เอง
จนคมช.ถูกมองว่าหน่อมแน้ม ตามคำพูดของบิ๊กบัง-พลเอกสนธิ
บุญยรัตกลิน ประธานคมช.
ปัจจุบันสิ่งที่คมช.ต้องเร่งทำก็คือเหตุผล
4 ประการในการยึดอำนาจต้องกระทำให้ปรากฎ
โดยเร็วเพื่อหาคนผิดมาลงโทษตามกฎหมาย
ถ้าหาผู้ต้องหาได้ว่าเป็นใครก็ควรปล่อยให้พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับเข้ามาเพื่อรับทราบข้อหา เพราะพ.ต.ท.ทักษิณคือหัวหน้ารัฐบาลในขณะนั้นจะต้องรับผิดชอบโดยตรง
หากยังไม่มีข้อหาก็ควรปล่อยให้ทักษิณกระโดดชกลมอยู่รอบๆประเทศไปก่อน
เรื่องนี้ควรให้กำลังใจคมช.และรัฐบาลในการแก้ปัญหาของประเทศ
คงใช้เวลาระยะหนึ่งเพราะเป็นเรื่องของกฎหมายต้องมีหลักฐานอย่างรัดกุม ประเภทจับให้มั่นคั้นให้ตาย ไม่ใช่ทำสำนวนรวกๆอาจทำให้คนผิดลอยนวลไปได้ง่าย
ประเด็นที่สองมองคุณนพดลในแง่ของทนายความ คุณนพดลเป็น
Counsel ตามภาษากฎหมาย
ประเด็นนี้คุณนพดลทำหน้าที่ของตนได้ถูกต้อง
เมื่อรับจ้างพ.ต.ท.ทักษิณมาทำงานก็ต้องทำให้คุ้มค่ากับค่าจ้าง จะถูกหรือผิดคุณนพดลไม่สนใจ
จะชอบด้วยความรู้สึกของคนส่วนใหญ่หรือไม่
ไม่ใช่เรื่องที่คุณนพดลเป็นกังวล
เหมือนเช่นทนายความรับว่าความให้จำเลยอยู่เรื่อยๆ
ทนายคนนั้นจึงถูกเพื่อนล้อเลียนว่าเป็นทนายโจร
แต่เขาจะเรียกตัวเองว่าทนายจำเลย
หน้าที่ของทนายความคือช่วยแก้ต่างให้ลูกความและช่วยให้ลูกความของตัวเองพ้นผิด
ตรงนี้ต่างหากน่าสนใจ
ผมจึงไปศึกษาประวัติคุณนพดลเพราะถือว่าเป็นโฟกัสทางการเมืองคนหนึ่งในปัจจุบัน
คุณนพดล
ปัทมะ เกิดวันที่ 23 เมษายน พ.ศ.
2504 ที่กิ่งอำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา
พ่อเป็นครูประชาบาลและยังเป็นหัวคะแนนให้นักการเมืองโคราช
เขาจึงซึมซับเอาการเมืองไว้ตั้งแต่เด็ก ส่วนแม่เป็นเกษตรกรเลี้ยงหมูมีกิจการโรงสี
เข้ากรุงเทพฯมาเป็นเด็กวัดอยู่วัดจันทร์สโมสร
7-8 ปี เรียนจบมัธยมศึกษาที่โรงเรียนโยธินบูรณะ
สอบเข้าเรียนคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เรียนจบปีพ.ศ.2525
ได้เกียรตินิยมอันดับ
1 ในปีเดียวกันนั้นสอบชิงทุนได้รับพระราชทานทุนหลวงอานันทมหิดลอันดับ
1 ไปเรียนปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด
เรียนจบได้เกียรตินิยมอันดับ
2 ต่อมาเรียนกฎหมายเพิ่มเติมที่ Christ Church College จากนั้นยังได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดลเรียนจบปริญญาโทด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยลอนดอนในปี
2533
สมัยเรียนอยู่ลอนดอนเคยเป็นนายกสมาคมนักเรียนไทยอันเก่าแก่ชื่อว่าสามัคคีสมาคม
เคยเป็น ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์
เพราะตอนเรียนอยู่อังกฤษได้พบกับคุณชวน
หลีกภัย นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ขณะเดินทางไปลอนดอนและคุณชวนทาบทามให้มาร่วมทำงานการเมือง
ช่วงหลังคุณนพดลให้สัมภาษณ์ว่าได้รับการติดต่อจากคุณยงยุทธ
ติยะไพรัช(ยุทธ
ตู้เย็น) อดีตรมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านศาสตราจารย์สุรพล
นิติไกรพจน์
(สมัยเป็นคณบดีคณะนิติศาสตร์
มธ.- ปัจจุบันท่านเป็นอธิการบดี)ให้มาเข้าร่วมพรรคไทยรักไทยเพื่อปรับปรุงกฎหมายด้านสภาพแวดล้อมจึงลาออกจากปชป.มาอยู่กับพรรคไทยรักไทยและได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยรมว.กระทรวงทรัพยากรฯ
ในช่วงปี
2544-2548 ว่างเว้นจากการเมืองมาจัดตั้งสำนักงานกฎหมายสากลอ๊อกซ์ตันและจัดอบรมภาษาอังกฤษแก่นักกฎหมาย เป็นภาษาอังกฤษเฉพาะทาง เช่นคำศัพท์สำนวน การร่างสัญญาภาษาอังกฤษทางกฎหมาย เพราะว่าประเทศไทยยังขาดอยู่ ไม่มีการอบรมหรือจัดทำกันในด้านนี้
นักกฎหมายนั้น ภาษาอังกฤษจะแย่ ไม่ค่อยดี ผมก็ใช้ความรู้ของผมหาเลี้ยงชีพโดยสุจริต
จากนั้นผมก็ทำ
Law
Dictionary หรือพจนานุกรมศัพท์ทางกฎหมายทั้งอังกฤษ-ไทย , ไทย-อังกฤษ ก็ทำไปแล้ว 80% แต่บังเอิญได้รับแต่งตั้ง (เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี) ผมก็ชะลอโครงการนั้นไป คุณนพดลเคยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจฉบับวันที่
10 พฤศจิกายน
2549
อ่านประวัติความเป็นมาแล้วผมเห็นว่าคุณนพดลเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญคนหนึ่งของประเทศไทย
เขายังมีความรู้ทางกฎหมายอีกมากมายที่จะนำมาสอนคนรุ่นหลัง คุณนพดลเลือกที่จะยืนอยู่ข้างพ.ต.ท.ทักษิณ
ถือเป็นทั้งนายจ้างและอดีตผู้บังคับบัญชาซึ่งก็เป็นสิทธิของคุณนพดล
เมืองไทยยังมีนักกฎหมายเก่งๆอีกมากมายครับ เอาไว้มีโอกาสแล้วผมอยากจะเขียนถึงคุณกล้านรงค์
จันทิกและอาจารย์แก้วสรร
อติโพธิ ซึ่งยืนอยู่ตรงข้ามกับระบอบทักษิณอย่างสิ้นเชิง
ทั้งคู่กำลังทำหน้าที่ตรวจสอบทักษิณอีกด้วย
ทั้งหมดก็มาจากสำนักกฎหมายท่าพระจันทร์เหมือนกัน.....อ่านต่อ
|