----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่----------------------------------------
โหราศาสตร์กับดวงเมืองไทย
2550
ฉบับนี้ผมอยากนำเรื่องดวงเมืองและโหราศาสตร์มาเป็นเข็มทิศชี้แนวทาง
เพื่อตั้งอยู่ในความไม่ประมาท กล่าวได้ว่าโหราศาสตร์เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งว่าด้วยสุริยจักรวาล
เป็นการจัดเก็บข้อมูลในอดีตมาอ่านปัจจุบันและอนาคต ไม่ใช่เรื่องงมงายนะครับ
ถือเป็นศาสตร์หรือวิชาที่มีการยอมรับกันทั่วโลก
กลับเมืองไทยครั้งใดเมื่อผมไปเยี่ยมชาวมติชน
โดยเฉพาะพี่ช้างหรือคุณขรรค์ชัย
บุนปานและอาจารย์ป๋อง-
พงษ์ศักดิ์
พยัฆวิเชียร
ก่อนลากลับมักจะได้หนังสือชุดของมติชนเล่มต่างๆที่พี่ช้างสั่งเลขานุการจัดให้ ที่พลาดไม่ได้คือศาสตร์แห่งโหรหนังสือประจำปีที่ออกมาทำนายดวงเมือง,ดวงชาวบ้านและทำนายเศรษฐกิจ
โดยนำโหราจารย์ที่เก่งๆดังๆของเมืองไทยมาร่วมกันเขียนเป็นเล่ม
ผมได้มาตั้งแต่ปี
2542 บางปีก็ไม่ได้ ส่วนปี 2548-2549
อยู่ในครอบครอง อย่างเช่นปี
2548 หน้าปกเขียนไว้ว่ามีโหรคนหนึ่งชื่อ
ศตฉัน วิสัยจร
นามสกุลเหมือนเพื่อนผมคนหนึ่งที่เรียนวารสารศาสตร์
มธ.มาด้วยกันเปิดไปอ่าน
อ้าว นี่เธอ
ชวนชม วิสัยจรเปลี่ยนชื่อและไปเป็นโหรเสียแล้ว ผมทราบมาว่า คุณณรงค์ ผาผุย
อดีตนายกสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้กลับกรุงเทพฯก็ไปให้เพื่อนผมคนนี้เปลี่ยนชื่อให้ใหม่เป็น
ภูมิอินทร์
ผาผุย ใช้มาจนถึงทุกวันนี้
(ตอนแรกคุณณรงค์ตัวคล้ำๆ
พอเปลี่ยนชื่อใหม่
คราวนี้ภาพพจน์ของแกออกเขียวคล้ำครับ)
ตอนเรียนที่ธรรมศาสตร์ก็เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์อวบ
สาณะเสน ท่านสอนทั้งศิลปะและว่างๆก็สีไวโอลินให้ลูกศิษย์ฟังแถมผูกดวงให้อีกต่างหาก อาจารย์ธรรมศาสตร์หลายคนไปให้อาจารย์อวบผูกดวงให้ ต่อมาอาจารย์กมล
ฉายาวัฒนะ
สืบวิชาโหราศาสตร์จากอาจารย์อวบเพราะนั่งอยู่ห้องเดียวกัน
ผมเองก็พยายามเรียนวิชานี้โดยใช้ตำราของ
ร.ต.อ.เปี่ยม
บุณยะโชติ ถือว่าเก่าแก่พอสมควร
แต่จนแล้วจนรอดผมก็ยังไม่ได้เรื่องครับ
ในช่วงหลังมีโหราจารย์เกิดขึ้นมากและแตกแขนงมากเช่นกัน โหราจารย์บางท่านนิยมในการเปลี่ยนชื่อให้คนอื่นโดยถือว่าการตั้งชื่อถูกโฉลกกับวันเดือนปีเกิดจะทำให้เกิดศรีขึ้นในตัวอย่างเช่นอาจารย์เสฐียรพงษ์
วรรณปก ท่านชอบตั้งชื่อให้เด็ก,เปลี่ยนชื่อผู้คน
คนไทยสมัยใหม่จึงมีชื่อแปลกๆกันไป
บางรายก็อ่านยาก
บางรายเติมเข้าไปเช่น
มนูญกฤต,เสรีพิศุทธิ์
เป็นต้น
สำหรับชื่อรุ่นเก่าเช่นตระกูลนำหน้าว่าบุญ และ สม พวกคนสมัยใหม่ถือว่าเชยไปแล้วก็มี
อาทิเช่น บุญมี,บุญมา,บุญยก,บุญยืน,บุญหนา,บุญมาก,สมชาย,สมหวัง,สมศรี,สมศักดิ์,สมหมาย,สมใจ,สมควร,สมพงษ์
เป็นต้น ส่วนคำว่าสมที่ยังไม่เชยและไพเราะเพราะพริ้งก็มี
สมฤดี,สมถวิล,สมถวัลย์,สมเถา,สมสิริ,สมใจนึก
(แต่ผมยังไม่เห็นใครตั้งชื่อว่า
สมสู่)
ในหนังสือศาสตร์แห่งโหรผมพยายามจับเป็นรายบุคคลอาทิเช่นโหร"โสรัจจะ นวลอยู่" อาชีพจริงๆเป็นวิศวกรอยู่กรมชลประทาน
แต่หันมาสนใจวิชาโหราศาสตร์รู้สึกว่ามีความแม่นยำพอสมควร
ตัวอย่างเช่นคำทำนายที่กระทำไว้ตั้งแต่ต้นปี
2549 สำหรับเดือนสิงหาคม
ระบุว่า น้ำป่าเริ่มไหลบ่าจากทางภาคเหนือและอีสานลงมาทางใต้ต่อเลยมาถึงกรุงเทพฯ เขื่อนทั้งเล็กและใหญ่จะพังทลาย
เกิดน้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัด
พืชพันธุ์ธัญญาหารเสียหายหนักยิ่งกว่าครั้งใด
มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน
กรุงเทพฯต้องจมอยู่ใต้บาดาลเป็นเวลายาวนาน
การจราจรเป็นอัมพาต
ปรากฎว่าพายุไต้ฝุ่นช้างสารเข้าเมืองไทยในเดือนสิงหาคมทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า
40 ราย โดยน้ำท่วมพื้นที่ทั้งหมด 46 จังหวัดของประเทศไทย
ประชาชน 2 ล้านคนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจากภาคเหนือสู่กรุงเทพฯและน้ำท่วมมาถึงสิ้นเดือนตุลาคม
เดือนกันยายน
2549 บุคคลในเครื่องแบบจะมีบทบาททันที
เกิดการจลาจล
รัฐประหารครั้งใหญ่
เกิดการนองเลือด
ผู้คนล้มตายเป็นเบือ
ปรากฎว่ามีการรัฐประหาร
19 กันยายน พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร ถูกยึดอำนาจ แม้ว่าจะไม่มีการนองเลือดแต่การทำนายก็ใกล้เคียงความจริง
ทหารกลุ่มคปค.ยึดกุมอำนาจเปลี่ยนมาเป็นกลุ่มคมช.เป็นต้น
เดือนธันวาคม
2549 ธนาคารวิกฤตหนัก
หุ้นตกอย่างแรง
การบ้านการเมืองระส่ำระสายและมีภัยรอบข้าง
มีอัคคีภัยร้ายแรงทั่วทุกภาคของประเทศไทย
จะเกิดอุบัติเหตุหมู่เกิดรถไฟชนกันตายนับสิบและบาดเจ็บจำนวนมาก
ปรากฎว่ามีการลอบเผาโรงเรียนต่างๆเป็นระลอก หุ้นในตลาดหุ้นถูกแรงกระแทกจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่งสำรองเงิน
30 % ไม่ให้ต่างชาติเข้ามาฉกฉวยกำไรในระยะสั้น
เพื่อทำให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง
จึงมีการเทขายหุ้นออกมาก
ในกรุงเทพฯยังเกิดความระส่ำเมื่อมีการลอบวางระเบิด
8 จุดทำให้คนตาย
3 บาดเจ็บอีก
36 คนในวันส่งท้ายปีเก่า
สำหรับปี
2550 โหรโสรัจจะทำนายไว้ว่า ปีหมูหฤโหดยังเป็นปีแห่งการก่อวินาศกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างแท้จริง ความยุติธรรมจะค่อยๆถูกกลืนหายไป ผู้ใช้อำนาจเป็นธรรมจะหลงระเริงอยู่บนบัลลังก์ที่ได้มาด้วยการคอรัปชั่น เป็นยุคของอำนาจทมิฬที่แฝงมากับการนำประเทศไปสู่ระบอบการปกครองแบบใหม่ ประชานิยมสุดโต่ง
ปี 2550 จะเกิดการจลาจล บุคคลในเครื่องแบบแตกแยกเป็นสองฝ่าย เกิดสงครามกลางเมืองเลือดไทยไหลนองแผ่นดิน อาจต้องใช้กำลังทหารเข้าแก้ปัญหา ต้องรบราฆ่าฟันกัน สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก
ตอนต้นปี บุคคลสำคัญและมีชื่อเสียงของประเทศจะถึงแก่กรรม ผู้คนระส่ำระสาย
สำหรับปัญหาภาคใต้ ยังเป็นปีแห่งการก่อการร้ายและการก่อวินาศกรรมทั้งปีเหมือนปี 2549 ที่ผ่านมา และยังแก้ปัญหาไม่ตก อาจเสียอำนาจทางภาคใต้ของประเทศ การฆ่าผู้บริสุทธิ์รายวันยังคงดำเนินต่อไป ทำความยุ่งยากแก่รัฐบาล ประเทศไทยเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วโลก มีต่างชาติมาทำข่าว ความจริงจะเปิดเผยออกมา กระทบกระเทือนกับสัมพันธไมตรีกับประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง
เศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่สามารถแก้ไขได้ ขณะที่เศรษฐกิจโลกก็ประสบปัญหาเช่นกัน เป็นปีแห่งความหายนะทางเศรษฐกิจถึงขั้นล้มละลาย
ธนาคารของรัฐไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจฟื้นขึ้นมาได้ ธนาคารทั้งเล็กและใหญ่ปิดตัวลง ตลาดหุ้นกระทบรุนแรง ร่วงหล่นต่ำสุด พลเมืองประสบความยากจนค้นแค้นมากขึ้น
ปี 2550 ภัยพิบัติธรรมชาติยังรุนแรง ทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม ขาดการเหลียวแลเอาใจใส่จากภาครัฐ เกิดแผ่นดินถล่มและทรุดตัวไปทั่วประเทศ ไม่เว้นแม้แต่กรุงเทพฯ อาจต้องสูญเสียแผ่นดินทางภาคใต้ ฝั่งทะเลอันดามัน เพราะราวปลายปีจะเกิดสึนามิถล่มครั้งใหญ่ และให้ระมัดระวังวาตภัยเข้าถล่มภาคใต้ที่ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และสุราษฎร์ธานี
ปลายปี 2550 โลกเข้าสู่ยุคเข็ญ ตะวันออกกลางเริ่มเปิดฉากอาวุธปรมาณู ทำให้จุดวิกฤตของโลกเขม็งเกลียวอาจกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 ได้
มาถึงตอนนี้ผมก็ขอให้ทุกท่านอ่านอย่างวิเคราะห์
หรือคอยจับตาดูตามคำทำนายซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่อาจเกิดขึ้นก็ได้
เพราะเป็นเรื่องของการพยากรณ์
ไม่มีอะไร
100 % แต่อย่าตกอยู่ในความประมาท
ไม่ถึงกับต้องไปแก้บน
บางครั้งต้องนึกถึงคำพูดตามเพลงของอาจารย์สัญญา
ธรรมศักดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยพูดไว้ว่า
What ever will be , will be (อะไรมันจะเกิด
ก็ต้องเกิด)
สิ่งสำคัญคือการไม่ทำร้ายผู้อื่น ผู้อื่นก็จะไม่กลับมาทำร้ายเรา
ไม่ว่าจะด้วยการทำร้ายทางกาย,วาจาและใจต่อกัน
สำหรับรายละเอียดคำพยากรณ์ ท่านผู้อ่านสามารถหาคำตอบได้จากหนังสือ "ศาสตร์แห่งโหร พ.ศ.2550" ของสำนักพิมพ์มติชน
ตอนนี้น่าจะมีวางจำหน่ายตามร้านหนังสือดอกหญ้าหรือร้านหนังสือสยามบุ้ค
เซ็นเตอร์
ถือโอกาสโฆษณาให้ซะเลย
.....อ่านต่อ
|