บ้านดำ ตำบลนางแล เมืองเชียงราย พิพิธภัณฑ์ศิลปะของถวัลย์ ดัชน
อาจารย์ถวัลย์(ขวา)ทำให้ผู้ร่วมรับฟังการสนทนาหัวร่องอหงายไปตามๆกันเมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่วัดไทย
 
 
ภาพอันทรงพลัง Hawk,2004 Oil on Canvas 30” X 40” Collection of Mr. & Mrs. Surapol Mekpongsatorn, Los Angeles 
 
 
 

----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่----------------------------------------

เมื่อผมถูก”อำ”โดยช่างวาดรูป ถวัลย์ ดัชนี

 ฉบับนี้ส่งท้ายปีเก่าพ.ศ.2549 ขึ้นปีใหม่ 2550 ผมถือว่าเป็นโชคเมื่อได้รับการ”อำ”จากศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ประจำปี 2544 บุคคลท่านนี้คืออาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

ลักษณะการ”อำ”ของอาจารย์ถวัลย์ ไม่ใช่การ”อำ”ของผี แต่เป็นการ”อำ”แบบตรงไปตรงมา กล่าวคือวันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม ผมแวะไปที่วัดไทย นอร์ธ ฮอลลีวู้ด ท่านถวัลย์ถามผมว่า”มาทำไมหรือ ? ” เอ... ผมจะตอบยังไงดี ก็ในเมื่ออาชีพของผมทำงานด้านข่าวคือเป็น”ช่างเขียนข่าว” ผมก็ต้องมาทำข่าว ตรงไหนจะเกิดข่าวก็ต้องไปทำ อย่างวันนั้นมีงานแสดงศิลปะของยุวศิลป์บริเวณวัดไทย ก็เป็นข่าวหนึ่ง

 อีกข่าวหนึ่งอนุสาวรีย์หลวงเตี่ยหรือพระธรรมราชานุวัตรมาถึงวัดไทยแล้ว โกมะหรือคุณ

สุรพงษ์ ชิโนทัยกุล ให้ผมไปช่วยทำข่าว-ถ่ายภาพเพราะวันพฤหัสบดีที่ 28 ธันวาคมเวลา 9.09 น.จะมีพิธีบรรจุอัฐิหลวงเตี่ยในฐานที่ตั้งอนุสาวรีย์ จากนั้นก็จะยกอนุสาวรีย์ขึ้นประดับบนแท่นฐาน ส่วนงานพิธีเปิดอย่างเป็นทางการกำหนดไว้วันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2550

 อาจารย์ถวัลย์เล่าให้คนอื่นๆฟังอีกว่า “พี่เทพมาอเมริกาทีไร บอกว่าไพสันติ์มีไวน์ดีๆมาให้ดื่ม ที่ไหนได้ไปซื้อจากคอสโก้ 3 ขวด 10 เหรียญมาให้แล้วแกะเอาสลากออก พี่เทพก็ดื่มเมา ไม่รู้เรื่อง บอกว่าไวน์ดี” อาจารย์ถวัลย์”อำดับเบิ้ล”หมายถึง สุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติอีกท่านหนึ่ง

 “ไปแต่งานปาหี่ ที่นี่มีงานศิลปะ ไม่มีการประกวดเหมือนธิดาโดม”อาจารย์ถวัลย์อำไปเรื่อยๆ

 หลังจากผมได้พบกับอาจารย์ถวัลย์ในงานเลี้ยงต้อนรับเมื่อเดินทางมาถึงอเมริกา(ครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้) ที่ห้องอาหารThaitalian ,Old Town Pasadena วันนั้นคุณสุรพล เมฆพงษ์สาทร เจ้าของห้อง อาหารจัดเลี้ยงต้อนรับ ตอนงานเปิดแสดงศิลปะที่ดาวน์ทาวน์ของอาจารย์ถวัลย์ผมก็ไม่ได้ไป ที่สแตนฟอร์ดก็ไม่ได้ไป รวมทั้งงานเปิดแสดงของยุวศิลปินที่สำนักงานททท.ผมก็ไม่ได้ปรากฎตัว นี่คงเป็นเหตุผลที่อาจารย์ถวัลย์”อำ”ว่าผมไปแต่งาน”ปาหี่”อื่นๆ

 ความจริงแล้วหนังสือพิมพ์เรามีบก.ข่าวคือคุณสายธาร เดชาติวงศ์ ไปทำหน้าที่ข่าวและอีก

คนหนึ่งคือคุณทัพพร ศิริชู ไปทำหน้าที่ช่างภาพ ความลงตัวอยู่ตรงนั้น เพราะคุณทัพพรหรือคุณ Jump เป็นนักเรียนศิลปะจบจากโรงเรียนช่างศิลป์,วิทยาลัยเพาะช่างและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี่ราชมงคล แต่หันมาจับงานด้านกล้องถ่ายรูปอันเป็นศิลปะอีกด้านหนึ่ง เจริญรอยตามบิดาของเขาคือคุณรังสรรค์ ศิริชู ช่างภาพมีชื่อเสียงคนหนึ่งของเมืองไทย

 หนังสือพิมพ์ไทยที่อเมริกาดินแดนแห่งเสรีภาพนี้มีบุคคลากรจำกัดมากคือคนเดียวสามารถทำงานได้หลายอย่าง ทำข่าว ถ่ายภาพ หาโฆษณา ตามเก็บเงินค่าโฆษณา เสร็จแล้วยังขับรถส่งหนังสือพิมพ์วางตลาดได้เองอีกต่างหาก แต่ละฉบับจึงแบ่งสรรงานกันให้ทั่วถึง ผมว่าหนังสือพิมพ์ไทยในแอล.เอ.คล่องตัวน้อยกว่าหนังสือพิมพ์โคราชรายวันของคุณสุนทร จันทร์รังสี อย่างแน่นอน

เป็นเหตุให้ผมไม่ได้ไปร่วมรับสุนทรียศาสตร์ประเภท”ขาประจำ”บ่อยนัก อีกประการหนึ่งงานข่าวกระทำได้ 2 จังหวะคือ”หน้า-หลัง” ด้านหน้านั้นคือการประโคมข่าวก่อนที่จะเปิดการแสดง ด้านหลังเราประโคมเมื่อเปิดแสดงแล้ว  หนังสือพิมพ์ได้ทำหน้าที่ตรงนี้

 ผมยังจำภาพที่อาจารย์ถวัลย์”กระซวก”แปรงออกมาเป็นรูปพญาอินทรีย์ที่สำนักงานททท.เมื่อครั้งก่อน ประทับใจอยู่มิรู้ลืม เมื่อผมไปห้องอาหารสนามหลวงนอร์ธ ฮอลลีวู้ดของโกมะคราวใดจะเห็นภาพนั้นประดับติดฝาผนังอยู่จนทุกวันนี้

 งานวาดของอาจารย์ถวัลย์เป็นภาพของสัตว์ต่างๆที่ทรงพลังนั้นกล่าวกันว่าเป็นงาน”ยุคดึกดำบรรพ์ หรือยุคล่าสัตว์ ภาพเขียนทั้งบนผ้าใบและกระดาษมีการแสดงออกของ ฝีแปรงอย่างฉับพลันรุนแรง แสดงให้เห็นถึงพลังของชีวิต ผ่านรูปทรงของสัตว์ป่าที่เป็นสัญลักษณ์ ของความเข้มแข็งและอำนาจ”

 อีกประการหนึ่งหากท่านได้รับฟังการเล่าเรื่องการสนทนาจากอาจารย์ถวัลย์ ท่านต้อง”ท้องแข็ง” เพราะมีเรื่องราวมากมาย จนโกมะบอกว่าน่าจะจัด Talk show กลางแจ้งลานวัดไทยสักวัน เป็นเสน่ห์ประการหนึ่งของอาจารย์ถวัลย์นอกเหนือจากงานศิลปะอันทรงพลังที่ทำให้ผู้เสพได้อิ่มเอมในงานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นมา

 อีกด้านหนึ่งอาจารย์ถวัลย์เป็นกวีด้วยการนำถ้อยคำมาร้อยรัดได้อย่างหมดจด เหมือนกวีนิพนธ์ของ คาห์ลิล ยิบราน(Kahlil Gibran) ตัวอย่าง เช่นเคยให้คำจำกัดความของตัวเองไว้ว่า “ผมเป็นช่างวาดรูป เพราะฉะนั้น ผมก็ต้องทำหน้าที่ของช่างวาดรูป คนจะดูหรือจะไม่ดูก็ไม่เกี่ยวกับผม เพราะไม่ใช่กิจของนักวาดรูป ผมไม่เคยถามดวงดาวในห้วงเวหาว่าเปล่งแสงไปที่ไหน ไม่เคยถามนกที่ร้องเพลงในอากาศว่าทำไมถึงร้องเพลง  ผมไม่เคยถามถึงรสหวานที่มีอยู่ในกลีบดอกไม้ เพราะมันคือธรรมชาติ”

จึงอยากนำประวัติสั้นๆมาลงประดับไว้ในคอลัมน์นี้ ถวัลย์ ดัชนี เกิดเมื่อวันที่ 27 กันยายน .. 2482 ที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย จบชั้นมัธยม 6 ที่เชียงรายก็ได้รับทุนมาเรียนต่อที่โรงเรียนเพาะช่าง และเป็นนักเรียนดีเด่น ด้วยฝีมือการวาดรูปที่แม่นยำ เฉียบคม ฉับไว จึงเป็นหนึ่งในนักเรียนเพาะช่างดีเด่นด้านจิตรกรรม ที่ผลงานได้รับการคัดเลือกไปแสดงในหอศิลป์แห่งชาติ นครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้น ถวัลย์ ดัชนี จึงเข้าศึกษาต่อที่คณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร และได้เป็นศิษย์รุ่นท้ายๆ ของ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี

ผมเคยอ่านประวัติอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ท่านเคยทำเรื่องขอขึ้นเงินเดือนตัวเองจากทางราชการ ท่านบอกว่าเงินที่ขอนั้นเพื่อให้พอเพียงแก่การดำรงชีวิตและเพื่อนำมาไว้รักษาเกียรติยศ (คือจะได้ไม่ไปขอคนอื่น ทำให้หมดคุณค่าของความเป็นคนไป)

ตอนเรียนอยู่ที่ศิลปากรในชั้นปีที่ 1 ถวัลย์ ดัชนี ทำคะแนนการวาดรูปได้ถึง 100+ แต่เมื่อขึ้นปี 2 เขากลับทำได้แค่ 15 คะแนน เพราะเหตุผลที่ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ให้ไว้ว่า” ปลาของนายไม่มีกลิ่นคาว นกของนายแหวกว่ายไปในอากาศไม่ได้ ม้าของนายไม่สามารถที่จะควบหรือวิ่งทะยานออกไปได้ นายเป็นเพียงแค่นักลอกรูป มันไม่ใช่งานศิลปะ”

คำกล่าวนี้ทำให้ถวัลย์ ดัชนี เปลี่ยนแปลงการทำงานทุกอย่างใหม่หมด เมื่อคิดและดำรงอยู่ในวิถีทางแห่งศิลปะได้แล้ว เขาจึงได้รับการสนับสนุนจากศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ให้สอบชิงทุนไปศึกษาต่อปริญญาโทที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้านสาขาจิตรกรรมฝาผนัง อนุสาวรีย์ ผังเมือง และในระดับปริญญาเอก สาขาอภิปรัชญา และสุนทรียศาสตร์ ที่ราชวิทยาลัยศิลปะอัมสเตอร์ดัม

อยู่เมืองนอกนานๆทำให้เขาพูดได้ถึง 6 ภาษา(นับรวมทั้งภาษาเหนือ-ภาษาใต้และภาษาอีสาน) พร้อมทั้งดัดแปลงภาษาได้อีกมากมายอาทิเช่นที่เชียงรายมีชื่ออำเภอหนึ่งเหมือนภาษาเยอรมันคืออำเภอสะบรวก (Sabrug) จริงๆแล้วคืออำเภอสบรวก (สบ-รวก) นั่นเอง

ปัจจุบัน ถวัลย์ ดัชนี ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่บ้านดำ หมู่บ้านปูคง ตำบลนางแล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงรายมีหมู่เรือนทั้งหมด 35 หลัง แต่ละหลังมีวิธีคิดของวัฒนธรรมที่ต่างกัน เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า

"ผมมีบ้านเฉพาะในกลุ่มนี้ 35 หลัง อยู่ในเมือง 2 หลัง อยู่ในกรุงเทพฯ 3 หลัง อยู่ที่เยอรมนี 3 หลัง ออสเตรเลีย 1 หลัง อเมริกา 1 หลัง ข้าวของและทรัพย์สมบัติที่มีในบ้านแต่ละหลัง เป็นเครื่อง กระตุ้นความทรงจำ เป็นเครื่องลับจินตนาการที่เฉียบคม เป็นเรือที่ผมข้ามฟากและเอาวางไว้ให้แก่คนซึ่งยังข้ามฟากไม่ได้ ได้ดูว่า อันนี้ไงเล่าโคตรเหง้า"  บ้านเรือนเหล่านี้อาจารย์ถวัลยบอกว่าเป็น”ของเล่น”คือ...บ้านนี้เป็นเรือใบไม้ไว้พลิ้วคลื่นในโมงยาม...

ถวัลย์ได้รับรางวัลและเกียรติคุณมากมาย เช่นได้รับคัดเลือกจากองค์การสหประชาชาติ ให้เป็นผู้แทนวัฒนธรรมทางศิลปะตะวันออก (ปี 2540) และในปี 2544 ได้รางวัลศิลปวัฒนธรรมแห่งอาเซียนจากประเทศญี่ปุ่น และในปีเดียวกันยังได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม)

อย่าถามถึงเรื่องเงินนะครับเพราะอาจารย์ถวัลย์เคยพูดปนเปื้อนอารมณ์ขันไว้ว่าเงินของท่านหากนำมากองรวมกันอาจสูงพอๆกับภูเขาทองวัดสระเกศ

กลับเมืองไทยครั้งต่อไปผมอยากไปเยี่ยมชมบ้านดำของอาจารย์ถวัลย์ รวมทั้งอยากเชิญท่านลงมากรุงเทพฯ โดยจะไปขอยืมรถอีแต๋นของคุณยงยุทธ ติยะไพรัช (ยุทธ ตู้เย็น) ขี่ลงมากรุงเทพฯด้วยกัน เพื่อไปเบิกเงินจากธนาคารมากองทาบแข่งกับภูเขาทอง ผมว่ามันน่าจะเป็นงานศิลปะอันยิ่งใหญ่ที่ลงในกินเนส บุ้ค เวิลด์ ออฟ เร็คคอร์ด –จะทำให้โลกทึ่งกับเมืองไทยอย่างแน่นอน.....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping