
ทวีป วรดิลก
,หนังสือประวัติสาสตร์จีน,อั๊งยี่ครองเมือง
,กวีนิพนธ์หลู่ซิ่น
ทวีป วรดิลก
ผู้ร้อยรัดเสียงเพลง
คำรำพันอันว่าโดมในดวงใจ
ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นเพื่อเป้าหมาย
2 ประการ
ในประการแรกเพื่ออุทิศให้กับวันที่
10 ธันวาคมอันเป็นวันรัฐธรรมนูญและวันธรรมศาสตร์
ซึ่งสมาคมธรรมศาสตร์ฯและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะจัดงานสังสรรค์รื่นเริงเพื่อเฉลิมฉลองทุกปี ประการที่สองผมอยากจะให้คนรุ่นหลังรู้จักบุคคลผู้หนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อย่างมากมาย
แต่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายนัก
ยกเว้นจะรู้จักกันในหมู่นักเขียน
นักอ่านและคนธรรมศาสตร์บางส่วน
บุคคลผู้นั้นคือคุณทวีป
วรดิลก เจ้าของนามปากกาทวีปวร ,กฤษณ์ วรางกูร และ เทิด ประชาธรรม นามปากกาเหล่านี้จะใช้แตกต่างกันเช่นเมื่อแปลเรื่องจากต่างประเทศจะใช้คำว่า
กฤษณ์ วรางกูร เป็นต้น
ทวีป วรดิลก เกิดเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2471 ที่บ้านริมคลองวัดมกุฎกษัตริยาราม
เป็นบุตรพระทวีปธุระประศาสน์ (วร วรดิลก-
ซึ่งเคยเป็นเจ้าเมืองกระบี่และชุมพร)
กับนางทวีปธุระประศาสน์
(จำรัส ชีวกานนท์)
เป็นกวี นักกฎหมาย นักหนังสือพิมพ์
นักแต่งเพลง นักเขียน และนักแปล
เขาเขียนบทกวีออกอากาศตั้งแต่อายุ
14 ปี
ภายหลังจากเรียนจบมัธยมศึกษาต้นแล้วก็เข้าเรียนต่อที่เตรียมปริญญามหาวิทยาลัยวิชาธรรม
ศาสตร์และการเมืองรุ่น
6 หรือเรียกย่อว่า
ต.ม.ธ.ก.ก่อนที่จะเรียนจบเป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต(ธ.บ.),เป็นเนติบัณฑิตไทย,ในปี
2494 ระหว่างเรียนวิชากฎหมายอยู่นั้นเป็นบรรณาธิการวารสารธรรมจักรของสโมสรนักศึกษา
ม.ธ.ก.
ต่อมาทำงานหนังสือพิมพ์เช่นพิมพ์ไทย สยามนิกร สุภาพบุรุษประชามิตร ประชามิตรรายสัปดาห์
ข่าวภาพ และเสียงอ่างทอง
ปีพ.ศ.2495
คุณทวีปถูกจับในข้อหากบฎสันติภาพ
ซึ่งเป็นชื่อเรียกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่
10 พฤศจิกายน
พ.ศ. 2495 โดยรัฐบาลจอมพล
ป. พิบูลสงคราม
จับกุมประชาชนจำนวนมาก
ในรอบแรกวันที่
10 พฤศจิกายน
2495 จับกุมถึง
104 คน และมีการทะยอยจับกุมเพิ่มเป็นระยๆ
ในข้อหาว่าคณะบุคคลและจำเลยในคดีนี้ได้ร่วมกันล้มล้างรัฐบาลและเปลี่ยนแปลงประเพณีการปกครองและเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เป็นระบอบประชาธิปไตยแผนใหม่
บุคคลที่ถูกจับกุมมีอาทิเช่นกุหลาบ
สายประดิษฐ์(ศรีบูรพา)
นอกจากนี้ยังมีบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับในประเทศไทย,ปัญญาชน,นักคิดนักเขียนและนักการเมือง
โดยสรุปก็คือเป็นกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินนโยบายของรัฐบาลจอมพลป.
เพราะคัดค้านสงครามในคาบสมุทรเกาหลีเป็นต้น
ปี 2503 คุณทวีปยังถูกจับด้วยข้อหาคอมมิวนิสต์หรือที่เรียกว่ากบฎภายในและภายนอกราชอาณาจักรร่วมกับนักเขียน
นักหนังสือพิมพ์และนักการเมืองอีกหลายคน
ในสมัยจอมพลสฤษดิ์
ธนะรัชต์ เรืองอำนาจ
ระหว่างอยู่ในเรือนจำลาดยาว คุณทวีปได้แต่งเนื้อร้องเพลงมาร์ช เทิดสิทธิมนุษยชน โดยจิตร ภูมิศักดิ์แต่งทำนอง เขาพ้นข้อหาออกมาในปี
2504 ในห้วงเวลานี้เรามีวรรณกรรมออกมาหลายเล่ม
คุณทองใบ ทองเปาด์
ทนายแม็กไซไซผู้ถูกจับกถมด้วยคนหนึ่งก็เขียนหนังสือเล่มหนาชื่อ
คอมมิวนิสต์ลาดยาวออกมาให้ได้อ่านด้วย
ผลงานที่สำคัญของคุณทวีป
วรดิลก นอกจากงานเพลงเช่น
โดมในดวงใจ,โดมร่มใจ,โดมสัมพันธ์ ,ธรรมศาสตร์เกรียงไกร,ธรรมศาสตร์มาร์ชม.ธ.ก.
,มนต์รักนวลจันทร์,นิมิตสวรรค์
,ศกุนตลา,มาร์ชสิทธิมนุษยชน
ฯลฯ แล้ว
ยังมีงานวรรณกรรม
(เขียนและแปล)
อาทิ ลำนำแห่งลำน้ำเจ้าพระยา จูเลียสซีซาร์ กวีนิพนธ์โจวเอินไหล-เหมาเจ๋อตง-หลู่ซิ่น-อ้ายชิง จงเป็นอาทิตย์เมื่ออุทัย กำแพงเงา เก้ารัตนกวีโลก
เทพบุตรทมิฬ คนขี่เสือ พระแม่เจ้าทองคำ สารคดีชีวประวัติบุคคลสำคัญของโลก สารคดีชุดการเมืองทมิฬ
(อั้งยี่ครองเมือง-อาณาจักรยากูซ่า-มาเฟียปล้นชาติ)
และที่เป็นเกียรติประวัติอย่างยิ่งคือ
หนังสือ ประวัติศาสตร์จีน
ซึ่งไม่เพียงคนไทยจะชื่นชมเท่านั้น จนแม้แต่คนจีนแท้
ๆ ยังยกย่องสรรเสริญ
ในระหว่างมีชีวิตอยู่คุณทวีป
เป็นกรรมการบริหารชมรม ต.ม.ธ.ก.
สัมพันธ์,มูลนิธิและสถาบันปรีดี พนมยงค์ และยังรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของหน่วยงานต่าง
ๆ เช่น
บริษัทมติชน
จำกัด(มหาชน)
, มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป เมื่อปี
พ.ศ.2535 ได้รับโล่เกียรติคุณในฐานะนักหนังสือพิมพ์ที่ควรยกย่องและปี พ.ศ.2538
ได้รับคัดเลือกเป็นศิลปินแห่งชาติ
สาขาวรรณศิลป์
เมื่อวันที่
8 เมษายน 2549 คุณทวีปก็ละสังขารกลายเป็นตำนานที่นักเขียน
นักหนังสือพิมพ์
นักต่อสู้กับเผด็จการฝากไว้แก่อนุชนรุ่นหลังด้วยวัย
77 ปี
ต่อมาวันที่
8 กรกฎาคม 2548 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สมาคม ชมรม ในเครือธรรมศาสตร์ จัดงาน "โดมในดวงใจของ ทวีปวร" ขึ้นที่ หอประชุมศรีบูรพา (หอประชุมเล็ก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์เพื่อรำลึกถึงผลงานและเกียรติภูมิในฐานะที่เขาเป็นศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ผู้สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยมากมาย
นั่นคือประวัติของคุณทวีป
วรดิลก ซึ่งครั้งหนึ่งผมเคยได้พบตัวจริงระหว่างที่คุณทวีปและคณะเดินทางมาเที่ยวแอล.เอ.กว่า
10 ปีมาแล้ว โดยการประสานของคุณกมล
กมลตระกูล
เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผมได้พบเห็น แต่ก็แปลกเหมือนกันที่ผมยังได้พบเห็นคนตระกูลวรดิลกอีก
2 คนนั่นคือคุณสุวัฒน์
วรดิลก เจ้าของนามปากการพีพร อันลือลั่นปัจจุบันอายุ
85 ปี โดยการนำไปพบของคุณสุเทพ
วงศ์กำแหง
ระหว่างที่ผมไปกรุงเทพฯเมื่อปลายปี
2005 และอีกคนคือถวัลย์
วรดิลก น้องสาวผู้ใช้นามปากกาว่าถวัลย์วร ขณะนี้ก็ล่วงลับไปแล้ว
เมื่อผมมาพิจารณางานประพันธ์ของคุณทวีปแล้วหลายบทประพันธ์ต้องเรียกว่ามีวรรคทองเป็นของตัวเอง
กลายเป็นบทประพันธ์ที่อมตะและกินใจของผู้คน ไม่ว่าจะประพันธ์ในแนวโรแมนติกหรือในแนวสู้รบก็ตาม
อาทิเช่นเพลงศกุนตลา
ซึ่งคุณทวีปแต่งเนื้อร้องโดยมี
ครูเอื้อ สุนทรสนาน(สุนทราภรณ์)
เป็นคนแต่งทำนอง
จากนั้นก็ให้
เพ็ญศรี พุ่มชูศรี เป็นผู้ขับร้อง
เพ็ญศรีก็คือพี่สะใภ้ของคุณทวีปเพราะเป็นภรรยาของคุณสุวัฒน์ วรดิลก พี่ชายร่วมสายโลหิตของเขานั่นเอง
เพลงศกุนตลา
มีเนื้อร้องดังนี้....
ศกุนตลา นางฟ้าแมกฟ้าฤาไฉน
เดินทางนางเดียวเปลี่ยวใจ นางไม้แนบไม้มิได้ปาน
น้ำค้างกลางกลีบกุหลาบอ่อน คือเนตรบังอรหยาดหวาน
โอษฐอิ่มพริ้มรัตน์ชัชวาล เพลิงบุญอรุณกาลผ่านทรวง
ศกุนตลา นางฟ้าแมกฟ้าจากสรวง
คลื่นสมุทรสุดฤทัยไหวปวง คือทรวงนางสะท้อนถอนใจ
ยอดมณีศรีศิลป์ปิ่นสวรรค์ หล่อหลอมจอมใจขวัญผ่องใส
คือแก้วแพรวพร่างกระจ่างใจ อาบไออมรินทร์นิจนิรันดร
สำหรับอีกเพลงที่กินใจผู้คนทั่วไปไม่เฉพาะคนธรรมศาสตร์เท่านั้นคือเพลงโดมในดวงใจคุณทวีปแต่งเนื้อร้องและ
ครูเอื้อ สุนทรสนาน
เป็นผู้แต่งทำนอง
โดยมีเนื้อร้องว่า
ฟากฟ้าครามงามประกายเฉิดฉายโดม
รับแสงโสมส่องหล้ารุ่งราศรี
เหนือลำน้ำเจ้าพระยาพาชีวี
เริงฤดีคลื่นกล่อมยิ่งน้อมใจ
ทิวสนมวลล้วนสล้างเป็นทางแถว
ลมกระซิบเสียงแผ่วกิ่งก้านไหว
คำรำพันนั้นว่าโดมในดวงใจ
ยืนยงไปตราบสิ้นสุดดินฟ้า
โดมดำรงคงไว้ในดวงจิต
ชั่วชิวิตรักจะมั่นสุดหรรษา
มอบดวงใจให้แก่กันนิรันดร์มา
โดมคู่ฟ้ารักจะอยู่คู่ดวงใจ
บทกวีอีกบทหนึ่งในสายธารแห่งชีวิตที่คุณทวีปได้ใช้นามปากกาทวีปวรเป็นการปลุกเร้าพลังคนงานผู้ใช้แรงงานได้อย่างสวยสดงดงามดังนี้
จงเป็นอาทิตย์เมื่ออุทัย
เกรียงไกรในพลังสร้างสรรค์
เพื่อความดีงามร่วมกัน
แห่งชั้นชาวชนคนงาน
เข้ารวมร่วมพลังบังเกิด
แจ่มเจิดภพใสไพศาล
ชีพมืดชืดมาช้านาน
หรือจะทานแสงทองส่องฟ้า
แม้ว่าจะละสังขารไปแล้วก็ตาม คุณทวีปได้ฝากผลงานประพันธ์ประเภทอมตะไว้มากมาย ผมจึงเชื่อว่าชื่อของทวีปวร
ยืนยงไปตราบสิ้นสุดดินฟ้า
เหมือนบทประพันธ์ต่างๆที่ได้บรรจงร้อยรัดขึ้นมา.....อ่านต่อ
|