ผมรู้จัก
สนธิ ลิ้มทองกุล
ได้อย่างไร
ฉบับที่แล้วผมทิ้งท้ายไว้ว่าเมื่อไปพบกับคุณสนธิ
ลิ้มทองกุล
ในวันที่ 19 พฤศจิกายน
2006 ที่ฮอลลีวู้ด
พาร์ค เมืองอิงเกิ้ลวู้ดในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร โดยการนำไปของคุณสมศักดิ์
กูรมะโรหิต
นั้น ผมยกมือไหว้
คุณสนธิถึงกับอุทานว่าอ้าว ไพสันติ์นี่
เราสอบถามสารทุกข์สุกดิบกันได้ไม่มากเพราะมีผู้คนเข้าไปพบกับคุณสนธิจำนวนมาก
ผมจึงเลี่ยงไปทักคุณคำนูณ
สิทธิสมาน
สวัสดีครับคุณคำนูญ เขามองๆผม สักพักพูดขึ้นมาว่า
พี่ไพสันติ์
ใช่ไหมครับ
ผมจำเค้าหน้าได้ เขาตอบ-เราก็ทักทายกันด้วยดี
คุณสนธิเข้าไปทำหนังสือประชาธิปไตยรายวันเมื่อเดือนเมษายน
2516 ในตำแหน่งบรรณาธิ
การบริหารอันเป็นช่วงที่คณะของเรายกทีมออกจากนสพ.ประชาธิปไตยนำทีมโดยอาจารย์พงษ์ศักดิ์
พยัฆวิเชียร
หรืออาจารย์ป๋องซึ่งเป็นข่าวเกรียวกราวเมื่อเร็วๆนี้ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทอสมท.นั่นล่ะครับ
ขณะนั้นผมยังเป็นนักข่าววัยเด็กคือเพิ่งเริ่มทำงานและอายุน้อยที่สุดในบรรดาพี่ๆที่ยกขบวนกันออกมา
หลังจากคณะฯไปพลิกฟื้นหนังสือพิมพ์ประชาธิปไตยให้มีรูปโฉมใหม่ เดิมทีนสพ.ประชาธิป
ไตย พิมพ์ด้วยระบบฉับแกะตั้งสำนักงานอยู่สี่แยกแม้นศรี อาจารย์ป๋องและรุ่นพี่อีกหลายคนรวมทั้งผมด้วยเคยไปดูงานมาก่อนที่จะนำมาเปลี่ยนโฉม
ที่นั่นพบท่านอาวุโสในวงการหนังสือพิมพ์นั่งทำงานกันอยู่ แต่ละคนแก่มากในสายตาของผมตอนนั้นอาทิเช่นท่านเฉลิม
วุฒิโฆษิต
,อาจารย์เสฐียร
พันธรังสี
(ซึ่งก็สอนผมที่วารสารศาสตร์ฯ
มธ.) และคนอื่นๆอีก
ท่านเหล่านี้คงล่วงลับกันไปหมดแล้ว
หากมีชีวิตอยู่ก็
90 เศษหรือเป็น
100 แล้วก็ได้
ผมมาทราบตอนหลังว่าอาจารย์ป๋องได้รับการทาบทามจากคุณณรงค์
เกตุทัต ให้มาพลิกโฉมหนังสือพิมพ์รายวันเพราะตอนนั้นคุณณรงค์ทำนิตยสารรายเดือนมหาชนและอีก
2-3 เล่ม แต่อยากเป็นเจ้าของนสพ.รายวัน
ผมคิดว่าดีลนี้คงผ่านมาจากคุณวินัย
อุกฤษณ์ (เจ้าของเพลงนกสีเหลือง)ที่ทำงานอยู่กับคุณณรงค์และเชื่อมต่อมายังอาจารย์ป๋อง
นสพ.ประชาธิปไตยตั้งอยู่ในซอยเพชรบุรี
ข้างวิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ หรืออยู่ตรงข้ามกับซอยกิ่งเพชร
ไปอีกเล้กน้อยก็เป็นสี่แยกราชเทวี
ทีมงานในห้วงนั้นมีอาทิเช่น
สำริง คำพะอุ,วีรประวัติ
วงศ์พัวพันธ์,บริสุทธิ์
บูรณะสัมฤทธิ์,ดนัย
เยาวหะรี,จันทรา ชัยนาม,ทรัพย์ศิริ
สิงหลกะ ส่วนทีมข่าวก็มีอาทิเช่นศิราพร
ภูพงศ์ไพบูลย์(ล่วงลับ),ประสาทพร
ภูสุศิลป์ธร
(คมทวน คันธนู),ปราโมทย์
ฝ่ายอุประ
(ตอนนี้อยู่ในระดับอาวุโสของนสพ.ไทยรัฐ),ถวัลย์
วงศ์สุภาพ,นักข่าวสตรีอีกคนจากนิเทศศาสตร์
จุฬาฯชื่อเล่นชื่อจี๊บ ผมจำชื่อจริงไม่ได้
และก็มีผมไปร่วมแจม
ช่วงหลังเฮียไชยวัฒน์
ยนต์เปี่ยม(ล่วงลับ)มาร่วมด้วย
หลังจากคณะของอาจารย์ป๋องยกทีมออกคงขัดแย้งกันหลายเรื่องเป็นเรื่องของผู้ใหญ่
แต่ผมว่าจุดสุดท้ายน่าจะมาจากคดีซุงที่นสพ.ประชาธิปไตยเสนอข่าวเรื่องคุณสนั่น
เกตุทัต บิดาคุณณรงค์ในสมัยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร(มาปลดเกษียณเอาตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง)
ทางคุณณรงค์ก็คงไม่แฮปปี้แน่นอน
คณะที่อยู่ทำงานต่อเท่าที่ผมทราบก็มีคุณจันทรา
ชัยนาม,คุณทรัพย์ศิริ
สิงหลกะ,คุณวิรัช
ทศานนท์,โดยมีคุณสุวัฒน์
ทองธนากุล
เพิ่งจะเข้าไปเป็นนักข่าวใหม่
และในตอนนั้นผมก็เห็นคุณธนา
ดำรงมณี ถือกระเป๋าเจมส์บอนด์ไปทำหน้าที่เป็นฝ่ายมาร์เก็ตติ้งและโฆษณาให้กับนสพ.ประชาธิปไตยด้วย
หลังเหตุการณ์
14 ตุลาคม 2516 ผ่านไป
ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของแต่ละภาคส่วน
คุณวินัย อุกฤษณ์
ออกมาทำนิตยสารสัญญาณตั้งสำนักงานอยู่ตึกหน้าโรงหนังราชเทวี
โดยมีวิทยากร
เชียงกูล เป็นที่ปรึกษา
คณะที่ร่วมกันทำก็มีถวัลย์
วงศ์สุภาพ,อุดร
ทองน้อย(ตอนนั้นเป้นผู้สื่อข่าวไทยรัฐอยู่ด้วย)
และผม เป็นงานไม่หนักเพราะรายเดือน
มีอยู่วันหนึ่ง
คุณสนธิ ลิ้มทองกุล
ติดต่อมายังผมขอพบบอกว่ามีงานให้ทำ ผมก็ไปที่ตึก
Advanced Media ซึ่งคุณสนธิไปร่วมงานกับคุณพอล
สิทธิอำนวย บนตึกนั้นผมยังได้พบกับเจ๊แดงหรือคุณจันทรา
ชัยนาม นั่งเป็นบก.นิตยสารดิฉันยุคนั้น
พบกันก็ดีใจครับหลังจากแยกย้ายกันที่
ประชาธิปไตย
คุณสนธิใช้ให้ผมไปทำสารคดีที่โค้งบางปิ้ง
จังหวัดสมุทรปราการ
คำว่าบางปิ้งสมัยนั้นถ้าพูดถึงก็คือซ่องโสเภณี,รวมถึงงานพระสุมทรเจดีย์ปากน้ำที่โด่งดังก็มีโรงจ้ำบ๊ะเปิดแสดง
แต่โค้งบางปิ้งที่ผมไปทำหมายถึงเรื่องความตายที่รถยนต์มักจะแหกโค้งกันบ่อยๆ
จนถึงกับมีการสร้างศาลขึ้นมา
ผมต้องออกสนามไปเก็บข้อมูล
ถ่ายภาพและนำมาเขียนเรื่องส่งลงตีพิมพ์ในนิตยสารยานยนต์ที่อยู่ในเครือของแอดว๊านซ์
มีเดีย
ผมจำได้ว่าเป็นค่าเรื่องที่ผมได้รับดีมากคือเรื่องเดียวจ่าย
500 บาท มากกว่าค่าเรื่องสั้นที่เขียนส่งตามนิตยสาร
(บางแห่งมีการชักเงินค่าเรื่องสั้นผมอีก
คือมีคนหักแบ่งไปบ้าง
อย่าให้เอ่ยเลยครับ
ดีกว่าเขาชักดาบทั้งหมด)
เรื่องสั้นที่ผมเคยเขียนก็ตีพิมพ์ในนิตยสารต่างๆเช่นสยามรัฐ
สัปดาห์วิจารณ์,นิตยสารแพรวฉบับที่
2 ก็เป็นเรื่องที่ผมเขียน
(ไปเปิดดูได้นะครับ)และนิตยสาร)ฉบับอื่นๆ
มาพบกับคุณสนธิอีกครั้งเมื่อ
10 กว่าปีมาแล้วที่ห้องอาหารเทพรส
ฮอลลีวู้ดสมัยที่คุณเชาวน์
บูรณะสมบัติ
ยังเป็นเจ้าของ(ปัจจุบันคือห้องอาหารเครื่องเทศ)
ตอนนั้นคุณสนธิมาธุรกิจและไปเล่น
Snow Ski ที่ยูท่าห์เกิดพลาดท่าถึงกับแขนหัก
จากนั้นไม่ได้พบกันอีกเลย
แม้ว่าจะไปเมืองไทยขึ้นไปยังกองบก.นสพ.ผู้จัดการก็พบแต่เพื่อนเก่าๆอาทิเช่น
สุวัฒน์ ทองธนากุล,สิทธิเดช
จันทรศิริ
วันนั้น
ตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์
บก.ผู้จัดการสมัยนั้นนำผมไปเลี้ยงแถววัดตรีทศเทพ คณะที่ไปรับประทานอาหารกลางวันกันประกอบด้วยน้าแถมหรือคุณแถมสิน
รัตนพันธ์(นามปากกาลัดดา-คนเดียวกัน)
อาจารย์ปาน
หรืออาจารย์ชัยสิริ
สมุทวณิช และคนอื่นๆอีก
ก็ติดตามงานด้านสื่อของคุณสนธิตลอดมา
จนมาถึงกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ที่กลายมาเป็นปรากฎการณ์สนธิ น้อยนักที่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อจะออกโรงไปทำงานการเมืองเสียเอง แต่ผมคิดว่าคุ้ม
ดูจากผลลัพธ์ที่ออกมาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทยอีกระลอกหนึ่ง
ที่สำคัญคุณสนธิเป็นคนโชคดีคนหนึ่งที่ได้ผ่านกระบวนการทางธุรกิจและทางการเมืองมาหมดมีประสบการณ์ทั้งในสหรัฐรวมไปถึงเมืองไทยไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์
14 ตุลาคม 2516,เหตุการณ์
6 ตุลาคม 2519 และเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ
2535 เหล่านี้คือ
เบ้าหลอมที่มีส่วนสำคัญให้คุณสนธิและคณะประสบผลสำเร็จในการทำงานการเมือง.....อ่านต่อ
|