บ้านที่เมืองTemecula :พระเอาเงิน
ที่ไหนมาซื้อราคา 1.15 ล้านดอลลาร์

 ผมได้รับเอกสารจากบุคคลผู้หนึ่ง(ขอสงวนนาม)นำหลักฐานว่าพระสงฆ์ไทยรูปหนึ่งชื่อพระมหาสุวิทย์ ศรีสถาพร (Pramahasuwit Srisataporn )เป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 29172 E.Vallejo Ave., Temecula, CA 92592 บนเนื้อที่ 2.82 เอเคอร์หรือ 122,839 ตารางฟุต

 รายละเอียดของบ้านเป็นลักษณะบ้านเดี่ยว (Single Family) สร้างปี 2000 ขนาด 6 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ (5 ห้องแบบ Full อีกห้องคงไม่ใช่ห้องอาบน้ำแต่เป็นห้องน้ำแบบใช้ปลดทุกข์)  เนื้อที่ใช้สอย 3,909 ตารางฟุต เป็น Central heating, Central forced air มี Fire place พร้อม

 ราคาที่ดิน 111,344 ดอลลาร์ ราคาตัวบ้าน 540,510 ดอลลาร์ รวม 651,854 ดอลลาร์ ประเมินภาษีปีละ 7,487 ดอลลาร์ มีการซื้อขายกันเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2005 ตามเอกสารหมายเลข 65608 รวมราคาบ้านและที่ดิน 1,150,000 ดอลลาร์ (หรือตกตารางฟุตละ 294.2 ดอลลาร์) ในจำนวนนี้มีการขอกู้เงินจากสถาบันการเงินมาซื้อ 450,000 ดอลลาร์ แสดงว่ามีเงินสด 7 แสนดอลลาร์วางไป

 โลเคชั่นของบ้านหลังนี้หากท่านเคยไปบ่อนคาสิโนปาชังก้า จากแอล.เอ.วิ่งไปเข้าสาย 15 South เมื่อเห็นทางออกว่าไปบ่อนคาสิโนก็ Exit เลี้ยวซ้าย ครั้นตรงไปเล็กน้อยจะเห็นถนน La Paz เลี้ยวซ้ายเข้าไปจะเห็นถนน Vallejo Ave.,ตามเลขที่ข้างต้น

 ผมพยายามสอบถามรายละเอียดทราบว่าพระมหาสุวิทย์เป็นพระรุ่นแรกๆที่วัดพระธรรมกายส่งมาปฏิบัติหน้าที่ขณะวัดนี้ยังตั้งอยู่เมือง Maywood ,CA จากนั้นท่านก็กลับเมืองไทยและกลับมาอีกครั้งทราบว่ามาอาศัยอยู่แถวเมืองเซอร์ริโต๊ส แล้วก็ไปซื้อบ้านในนามของท่านเองที่เมือง Temecula  ตัวท่านเองพ้นจากความเป็นสมาชิกของสงฆ์วัดพระธรรมกายปทุมธานีเรียบร้อย ญาติโยมพยายามสอบถามสาเหตุก็ไม่ได้รับคำตอบ

 “ท่านจะเป็นพระที่ไม่พูดอะไร พวกเราก็อยากรู้เหมือนกันว่าเรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร”ญาติโยมผู้คุ้นเคยกับวัดพระธรรมกายคนหนึ่งเล่าให้ผมฟัง เมื่อทราบดังนี้ผมจึงไม่อยากตามไปสอบถามจากปากของท่าน เพราะท่านคงไม่พูด

 ล่าสุดทราบว่าท่านมาเรียนหนังสืออยู่ที่ West University ในสังกัดวัดชีไหล มหาวิทยาลัยแห่งนี้ อยู่เมือง Rosemead ส่วนพระมหาสุวิทย์ก็คงไปๆมาๆระหว่างหอพักของมหาวิทยาลัยกับบ้านที่ Temecula  ยิ่งไปกว่านั้นทราบว่าที่บ้านเทเมคคิวล่ามีสตรี 2 คนอยู่ในบ้านหลังนั้นด้วย คนหนึ่งติดตามท่านมาจากเมืองไทย อีกรายเป็นคนอยู่ที่นี่มาก่อน ญาติโยมชาวลาวในเขตซาน ดิเอโก้ ไปเห็นเข้าก็หมดศรัทธา

 ประเด็นแรกที่ผมนำเสนอนี้คงไม่มีใครทำอะไรได้ นอกจากมหาเถรสมาคม(มส.)ที่ประเทศไทยจะประกาศไม่ยอมรับ หากท่านครอบครองสมบัติตามการจดทะเบียนซื้อขาย เพราะสงฆ์ซึ่งไม่เคยมีรายได้ ไม่ได้ทำการค้า ไม่เคยเสียภาษี แต่เอาเงินมาจากไหน หรือว่าญาติโยมบริจาคกันมากมายแล้วเข้าพกเข้าห่อตัวเอง ผมก็สุดจะเดา หรือว่าญาติโยมซื้อแล้วใส่ชื่อท่าน ผมว่าในอเมริกานี้ไม่น่าจะเป็นไปได้(ยกเว้นญาติโยมคนนั้นมีเอี่ยวบางประการ เช่นยืมชื่อพระมาฟอกเงินเป็นต้นซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย)

 เท่าที่ผมทราบอย่างวัดไทยแอล.เอ. กุฎิ 6 คุณเจริญ-คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี เจ้าสัวเบียร์และเหล้า ซื้อถวายแก่วัดไทย เป็นการมอบให้กับองค์กรไม่แสวงหากำไรและผู้ซื้อให้คงนำไปลดหย่อนภาษีได้ ไม่ใช่ซื้อถวายหลวงพ่อพระราชธรรมวิเทศ รูปเดียวนะครับ

 ถามว่าในสหรัฐการซื้อขายมีความผิดไหม หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าเงินมาจากไหน IRS อาจจะตามไปจี้ก้นซึ่งคนไทยหลายคนโดนมาแล้ว

ในแง่ของความเป็นสงฆ์ก็เช่นกันในสหรัฐถือว่าไม่ผิด เพราะทุกคนได้รับการคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญมาตรา 1 เท่าเทียมกันว่าด้วยเสรีภาพในการนับถือศาสนา การแสดงออกทั้งด้านวาจา การเขียนและหนังสือพิมพ์ ใครจะตั้งศาสนาใหม่ก็ได้

นอกจากนี้ในทางปฏิบัติพระฝรั่งก็มีความแตกต่างกันเช่นพระคริสเตียน (ไม่นับถือพระแม่มารีอา แต่นับถือพระเยซูเท่านั้น) สามารถมีครอบครัวได้ แต่จะไม่แตะต้องของมึนเมาและบุหรี่ ส่วนพระในนิกายคาธาลิค มีเมียไม่ได้สามารถดื่มไวน์เพื่อทำพิธีได้ สูบบุหรี่ได้ ดังนั้นเราจึงมักได้ยินข่าวเสมอว่าพระคาธอลิคมีปัญหาเรื่องการ”ตุ๋ยเด็กผู้ชาย”(ละเมิดทางเพศ) จนถูกฟ้องร้องทำให้ศาสนจักรต้องเสียเงินทองมากมาย

 กรณีของพระมหาสุวิทย์ ผมคิดว่าคงไม่ได้สังกัดสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา อันเป็นองค์กรปกครองสงฆ์ไทยในสหรัฐที่ได้รับมอบอำนาจหน้าที่จากมส. มีพระไทยหลายรูปที่ไม่ได้ขึ้นสังกัด(อย่าให้ผมเอ่ยชื่อเลยครับ) เพราะหลังจากที่มาเป็นพระธรรมทูตและได้ใบเขียวแล้ว อาจจะกลับหรือไม่กลับเมืองไทยก็มีถมไป บางท่านได้ใบเขียวเมื่อกลับไปสึกหาลาเพศ แล้วกลับมาใหม่เพื่อแต่งงาน ก็ไม่ได้มีปัญหาใดเพราะถือว่าท่านได้สละเพศบรรพชิตแล้ว  

แต่มีบางรายไม่ยอมสึก เพราะไม่ทราบว่าจะไปทำมาหากินอะไร บวชมาตั้งแต่เด็ก อาชีพก็ไม่ได้ฝึก นอกจากเป็นคนสั่งสอนธรรม ดังนั้นเมื่อกลับมาใหม่คราวนี้มส.ไม่ได้ส่งมา จึงต้องมาตั้งสำนักสงฆ์กันเอาเอง บางรายดีก็ดีไป บางรายยังมีทั้งกิเลศและตัณหาอยู่ก็ไม่มีใครไปว่ากล่าวตักเตือนได้ พวกนี้น่าจะมา”ขุดทอง”กันมากกว่ามาเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์

 พระเหล่านี้เวลาจะต่ออายุพาสปอร์ตต้องกลับไปต่อเมืองไทย ยกเว้นพระสงฆ์ที่เป็นพระธรรมทูตสังกัดสมัชชาสงฆ์ไทยฯจึงจะต่ออายุพาสปอร์ตได้ นี่เป็นกฎระเบียบปฏิบัติประการหนึ่งที่มส.ให้ไว้กับกระทรวงการต่างประเทศ

 ประการที่สองแหล่งข่าวของผมตั้งคำถามว่าสมควรหรือไม่ที่มีอิสตรี 2 คนอยู่ในบ้านนั้นกับพระ

เรื่องนี้ผมยังไม่ได้สรุปนะครับ เพียงแต่อยากนำเสนอในวงกว้างถึงความเหมาะสมความถูกต้อง ในความเห็นของผมมีทางเดียวคือใช้ระบบของศาสนาคริสต์คือ Excommunication คือไม่ติดต่อสุงสิงด้วย ไม่พูดด้วย ไม่ไปทำบุญแล้วประกาศให้ทุกคนรับทราบถึงพฤติกรรมอันไม่ต้องด้วยพุทธศาสนานิกายหีนยาน(เถรวาท)

ผมเห็นว่าเป็นการเอาเปรียบคนแบกจ๊อบอย่างชาวบ้านทั่วๆไปมากเกินไป และขอให้ผู้อ่านช่วยตรวจสอบบัญชีเงินในแบงก์ของท่านด้วยว่าท่านมีเงินฝากถึง 7 แสนดอลลาร์กันหรือยัง ?
สถานที่ตั้งของบ้านคลิกเข้าไปดูแผนที่ได้ที่เมือง Temecula http://maps.yahoo.com/

.....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping