จากวันปิยมหาราชถึงวันเกิด
ฉบับนี้ค่อนข้างจะเป็นเรื่องส่วนตัวพอสมควร
วันอาทิตย์ที่
22 ตุลาคม สมาคมสื่อมวลชนไทยในสหรัฐอเมริกาไปร่วมวางพวงมาลาในวันปิยมหาราช
ที่วัดไทยจัดโดยสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯซึ่งสมาคมสื่อมวลชนฯได้ปฏิบัติตลอดมาในการมีส่วนร่วม บางปีไม่มีคนไปเดินก็ต้องไหว้วานเจ้าภาพช่วยจัดการให้
แต่ปีไหนอากาศดีเราก็ยกขบวนออกไปกันสักครั้ง
หลายท่านบอกว่าปีนี้คึกคักดีทีเดียวทั้งพวงมาลาและผู้คนที่ไปร่วมงาน อาจจะเป็นเพราะว่าวัดไทยมีงานทุกเสาร์อาทิตย์ทั้งเด็กนักเรียน,ตลาดนัดแถมวันนั้นยังมีการจัดงานช่วยเหลือน้ำท่วมโดยสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้อีกงาน
วันปิยมหาราชเป็นวันรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่
5 พระองค์ทรงประกาศเลิกทาส
นี่เป็นงานหลักงานใหญ่ที่พระองค์ทรงกระทำ นอกจากนั้นยังทรงนำความทันสมัยอื่นๆเข้าสู่เมืองไทยไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูประบบราชการ,การสร้างทางรถไฟ,สร้างระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาและอีกหลายแปดพันเก้า
แม้กระทั่งถนนราชดำเนินหากท่านเคยไปปารีสท่านจะเห็นถนนฌอง-เซลิเซ่มีประตูชัยตั้งอยู่ ตึกถนนราชดำเนินก็ถอดแบบมาจากตึกบนถนนฌอง-เซลิเซ่
ได้พบกับหน้าเก่าๆ คำว่าหน้าเก่าๆในที่นี้หมายถึงว่าเวลาผมไปงานไหนก็มักจะเจอท่านเหล่านี้เรียกว่าเป็นคนของสังคม ไปพบก็หยอกล้อกันบ้างเป็นธรรมเนียม
อย่างเช่นคุณพูนศิริ
ลิมพะสุต ผมถามว่ามาเดินให้สมาคมไหนหรือ เขาตอบว่าก็อำนวยศิลป์ไง
ผมเปรยขึ้นว่าน่าจะเป็นชมรมผู้สูงอายุนะ
เพราะเราใช้สีของเส้นผมเป็นตัวตั้ง
คุณไก่รีบเดินเลี่ยงๆออกไป
พอเจอจ่าหมูหรือ
พ.จ.อ.วัฒนา
ศาสตร์สมบูรณ์
ผมถามว่าอย่างผมเป็นจ่าตักแกงประจำกองร้อยไม่เคยออกรบ
จะร่วมชมรมอดีตทหารไทยฯได้หรือไม่
จ่าหมูเป็นงง
เท่าที่ผมสังเกตจะพบว่าสมาชิกของแต่ละสมาคมฯไปกันน้อยหรือไม่ไปก็มี
จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าภาพจะต้องช่วยกันนำพวงมาลาไปวาง แต่หลายสมาคมที่สมาชิกมีหลายสถานะ
เช่นป้าจรวยพร
อิศรางกูร
ณ อยุธยา เพิ่งออกจากโรงพักฟื้นหลังการผ่าตัด ป้าก็มาเดินให้กับสมาคมชาวเหนือฯเพราะในอดีตป้าเป็นสาวเครือฟ้าเมืองเชียงใหม่
ปัจจุบันเป็นสาวน้อยอยู่นสพ.ไทยแอล.เอ. พร้อมกันนั้นป้ายังเดินให้สมาคมพยาบาลและสมาคมสื่อมวลชนฯอีกด้วย
เสร็จจากวางพวงมาลา
พวกเรานัดแนะกันไว้แล้วว่าจะไปเลี้ยงวันเกิดให้คุณทอม
ศรีพิพัฒน์
กรรมการอำนวยการสมาคมฯที่ห้องอาหารครัวไทยของคุณธานิน
อิงอุดมนุกูล
เราให้คนเกิดเป็นผู้เลือกสถานที่
เมื่ออยู่ใกล้บ้านก็ใช้บริการครัวไทย คุณทอมอายุครบ
60 ปีเมื่อวันที่
16 ตุลาคม 2006 หากเป็นข้าราชการไทยก็เกษียณอายุ
เราบอกเพื่อนๆไปกันทั้งกลุ่มกอล์ฟและกลุ่มสื่อมวลชน
หลายรายติดงานอย่างเช่นกอล์ฟของสมาคมไทยกอล์ฟฯก็ปิดสนามพอดี เป็นงานชนงาน
บางคนมาแล้วรีบขอตัวเพื่อไปงานอื่น
เมื่อผมมาดูรูปถ่ายอีกครั้งก็พบว่าคนที่ไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดไม่น่าจะมีใครอายุน้อยกว่า
50 ปี คิดแล้วก็รู้สึกใจหายเหมือนกันว่า เวลามันผ่านไปรวดเร็วจริงๆ
เราเคยพบกันเมื่อ
20 ปีเศษมาแล้ว
ตอนนี้ก็หดสั้นลงเหมือนเรื่องชีวิตที่เหลืออยู่ของใครบางคนเขียนไว้
งานเลี้ยงวันนั้นไม่มีอะไรซีเรียสเพราะเราถือว่าเป็นงานแห่งความหฤหรรษ์ คุยกันสัพเพเหระมากกว่า
แม้กับคุณธานิน
เจ้าของร้านที่มานั่งร่วมวง(และอภินันทนาการไวน์อีกต่างหาก)ก็ไม่ค่อยได้คุยการเมืองกันเท่าไรนัก
จะคุยกันเรื่องห้องอาหาร
เรื่องชุมชนไทยเพราะเราถือว่าการทำมาหากินอยู่ที่นี่
เรื่องหลักก็คือทำอย่างไรให้มีชีวิตอยู่รอด(โดยไม่ต้องฉ้อโกงหรือขี้ฉ้อตอแหลคนอื่น)
ต่อไปก็เป็นเรื่องของชุมชน
สังคมและอาจลามไปถึงประเทศไทยบ้างเพราะเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของเรา
ถึงเวลานี้เราก็ต้องแลไปข้างหน้าว่าจะช่วยกันจัดการและแก้ปัญหาของประเทศอย่างไรให้ถูกต้องและเป็นธรรมอย่างแท้จริง
เราจะเอาทักษิณหรือไม่เอาทักษิณ
คงไม่เกิดประโยชน์ ควรคิดถึงอนาคตของประเทศไทยของลูกหลานพวก
New Generation ดีกว่า
การคิดแบบนี้เขาเรียกว่าคิดแบบ
รัฐบุรุษ พวกที่คิดถึงแต่ความหลังอันเรืองรองในอดีตเขาเรียกว่าคิดแบบข้าทาส ซึ่งพระปิยมหาราชท่านก็ทรงปลดปล่อยไปแล้ว
หรือท่านว่าไม่จริง
?.....อ่านต่อ
|