|
พลเอกสุรยุทธ์
จุลานนท์(1):เลือดทหาร
คุณตาเป็นกบฎ-คุณพ่อเป็นคอมมิวนิสต์
พลเอกสุรยุทธ์
จุลานนท์ ได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่
24 ของประเทศไทย
โดยรับจัดพิธีรับพระบรมราชโองการเมื่อวันที่
1 ตุลาคม 2549 ที่ทำเนียบรัฐบาล
ผมอยากเขียนถึงประวัติของท่านอย่างไม่เป็นทางการคือทั้งค้นทั้งคว้าและไปรับฟังมา
ประวัติจาก
สารานุกรมประเทศไทย
เขียนไว้ว่า
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี อดีตผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารสูงสุด เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 28
สิงหาคม พ.ศ.
2486 ที่จังหวัดเพชรบุรี เป็นบุตรของพันโทพโยม จุลานนท์ อดีตส.ส.เพชรบุรีกับนางอัมโภช จุลานนท์ มีชื่อเล่นแอ๊ด
(หมายเหตุ-พันโทพโยม
บางแห่งก็เขียนว่าพันโทโพยม)
สมรสกับพันเอกหญิง คุณหญิง จิตรวดี จุลานนท์ (สันทัดเวช) ทราบว่าเป็นภรรยาคนที่
2 ของท่านมีลูกด้วยกัน
2 คน ส่วนลูกกับภรรยาคนแรกอีก
1 คนสรุปแล้วมี
ลูก 3 คนประกอบด้วย
ร.ต.นนท์ จุลานนท์
นายสันต์ จุลานนท์ และนายจุลล์
จุลานนท์
พันเอกหญิง
คุณหญิงจิตรวดีเคยให้สัมภาษณ์ในขณะเป็นนายกสมาคมแม่บ้านทัพบกปี
2545ว่าหลังจากเรียนจบก็ไปเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษแก่นายทหารที่จะเดินทางมาศึกษาต่อต่างประเทศ นายทหารทุกคนจะต้องเข้ารับการเรียน
4 เดือน
และที่นี่ได้มีโอกาสพบกับเนื้อคู่ ที่ชื่อสุรยุทธ์
จุลานนท์ แต่งงานกันตอนที่คุณหญิงอายุ
31 ปี ปัจจุบันคุณหญิงอายุระหว่าง
56-57 ปี
พลเอกสุรยุทธ์เรียนจบจากโรงเรียนเซนต์ฟรังซิสซาเวียร์คอนแวนต์,โรงเรียนเซนต์คาเบรียล(เลขประจำตัว 4925 )และโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ก่อนเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 1(ตท.1) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 12 (จปร.12 มีหมายเลขประจำตัวจปร.
6893) เริ่มรับราชการในยศร้อยตรี ตั้งแต่ พ.ศ.
2508 ทำงานในหน่วยรบต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ ขณะที่บิดาก็ยังเป็นแกนนำของพรรคคอมมิวนิสต์ในขณะนั้น
การศึกษาในต่างประเทศ
ปีพ.ศ.2511 เข้าศึกษาหลักสูตรชั้นนายพันเหล่าทหารราบ สหรัฐ อเมริกา
ปี 2517 มีโอกาสศึกษาหลักสูตรผู้บังคับบัญชาและฝ่ายอำนวยการ
ที่ฟอร์ธลีเวนเวิร์ท,แคนซัส
และปี 2518 เข้ารับการศึกษาหลักสูตรการบริหารทรัพยากรของชาติที่
U.S. Naval Post Graduate School เมืองมอนเทอเรย์
รัฐแคลิฟอร์เนีย
ตำแหน่งหน้าที่สำคัญมีดังนี้พ.ศ.
2521 - 2531 เป็นนายทหารคนสนิทของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี พ.ศ.2535 เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ(ป่าหวาย-ลพบุรี) พ.ศ.2537 เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ปีพ.ศ. 2541-2545
เป็นผู้บัญชาการทหารบก ปีพ.ศ. 2545-2546 เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ภายหลังจากปลดเกษียณทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งองคมนตรี เมื่อพฤศจิกายนพ.ศ.
2546
ต่อมาพลเอกสุรยุทธ์
กราบถวายบังคมลาอุปสมบท ณ วัดป่าดานวิเวก
ต.ศรีชมภู อ.โซ่พิสัย
จ.หนองคาย เป็นเวลา
3 เดือน โดยมีหลวงปู่ทองพูล
สิริกาโม เจ้าอาวาสวัดป่าภูกระแต
เป็นพระอุปัชฌาย์
ได้ฉายาว่าสุรยุทโธและออกธุดงค์ไปในภาคอีสาน ลาสิกขาจากเพศบรรพชิต
เมื่อวันที่
29 ตุลาคม 2547
พล.อ.สุรยุทธ์เคยให้สัมภาษณ์กับนักข่าวสายทหารเกี่ยวกับการถูกโจมตีเรื่องตำแหน่งผบ.ทบ.ในระหว่างเป็นผบ.ทบ.ว่า
"คนส่วนใหญ่ไปกราบพระแล้วขอพร
แบบนั้นไม่ใช่เลย
หรือสวดมนต์ภาษาบาลีได้
แต่น้อยคนจะสนใจจริงๆ
ว่าหมายถึงอะไร
ความจริงพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้เราไปขอ
ให้เราจัดการของเราเอง
ตัวอย่างเรื่องของความพยายามที่จะทำงานให้บรรลุผลสำเร็จอะไรสักอย่าง
เริ่มแรกจะต้องมาจากความพอใจในงานนั้นๆ
ตามหลักฉันทะ
วิริยะ จิตตะ
วิมังสา ถ้าทำได้อย่างนี้ก้าวหน้าแน่ๆ"
ในระหว่างเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้รับเลือกจากนิตยสารไทม์ เอเชีย ให้เป็นวีรบุรุษ อาเซียนประจำปี 2002 (ASEAN Hero of theYear 2002) เนื่องจากเป็นทหารอาชีพที่มีวิสัยทัศน์ยอดเยี่ยม ด้านความมั่นคง โดยให้เครดิตพลเอกสุรยุทธ์ในเรื่องการสร้างกองทัพจนมีประสิทธิ
ภาพเพียงพอต่อการเป็นกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในติมอร์ตะวันออก ต่อด้วยอัฟกานิสถานและอาเจะห์ แม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จในการขึ้นเงินเดือนให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ภายใต้การทำงานของนายพลเอกผู้นี้กองทัพไทยได้รับการปันส่วนที่ดีขึ้น มีเคหสถานที่ดีกว่าเดิมและมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ดีกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
นิยสารไทม์ย้ำว่ามีไม่มากนักที่นายทหารผู้หนึ่งจะได้รับคำยกย่องชมเชยจากทั้งเพื่อนทหารด้วยกัน จากกลุ่มต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ผู้สื่อข่าวและนักวิเคราะห์กิจการด้านการทหารเหมือนนายทหารผู้นี้แน่นอน
นอกจากนี้ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นบุคคลสำคัญของท้องถิ่นจังหวัดเพชรบุรี
ลำดับที่ 34 จากปัจจุบันมี
35 อันดับ จังหวัดเพชรบุรีเป็นบ้านเกิดของบิดาและตัวพลเอกสุรยุทธ์ก็เกิดที่จังหวัดนี้
ส่วนมารดาเป็นคนกรุงเทพฯ
บุคคลสำคัญของเพชรบุรีเท่าที่เราคุ้นชื่ออาทิเช่น สมเด็จพระสังฆราช (แตงโม),ขรัวอินโข่ง,
พระยาปริยัติธรรมธาดา (แพ ตาละลักษณ์),มนัส จรรยงค์,
ศาสตราจารย์พูน เกษจำรัส,ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา
เป็นต้น
พลเอกสุรยุทธ์ เป็นผู้นิยมการเดินป่าชมธรรมชาติ เป็นประธานมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และเป็นที่ปรึกษาของเยาวชนกลุ่ม"รักษ์เขาใหญ่" ตั้งแต่ พ.ศ.
2535 ในชื่อ "ลุงแอ๊ด"
คือประวัติที่ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ ส่วนที่กึ่งทางการนั้นพอจะทราบว่าคุณแม่ของท่านเป็นพี่สาวแท้ๆของพ.ญ.โชติศรี ท่าราบ เจ้าของนามปากกาจิ๋ว บางซื่อนักเขียน นักวิจารณ์เพลงและอื่นๆ
เช่นเรื่องราวเกี่ยวกับคีตกวีและคีตนิพนธ์ที่มีชื่อของโลกในด้านดนตรีคลาสสิก ไปจนถึงเรื่องบัลเล่ต์ ละครและหุ่น ท่านเขียนไว้เป็นตอนๆ ในคอลัมน์ "กลางกรุง" ของนิตยสารชาวกรุง มาตั้งแต่ พ.ศ.
2495
หมอจิ๋วหรือป้าจิ๋วนั้นรักษาคนไข้อยู่วิทยาศรม
ราชดำเนิน เมื่อผมทำงานอยู่นสพ.มติชนแพร่งสรรพศาสตร์ ครั้นเจ็บไข้ได้ป่วย
ทางหนังสือพิมพ์ก็ส่งไปหาป้าหมอให้ช่วยรักษา
จึงเป็นคนไข้ท่านตั้งแต่นั้นมา
ป้าหมอเป็นน้าสาวแท้ๆ ของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ กล่าวคือแม่ของพลเอกสุรยุทธ์คือคุณแม่อัมโภชเป็นพี่สาวคนโตของครอบครัวเป็นลูกของพันเอกพระยาศรีสิทธิสงคราม
(ดิ่น ท่าราบ)
ภรรยาของพระยาศรีฯชื่อตลับ
นามสกุลเดิมอ่ำสำราญ พันเอกดิ่น
ท่าราบเป็นนายทหารปืนใหญ่เข้าร่วมกับพระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าบวรเดช
อดีตเสนาบดีกระทรวงกลาโหมก่อการกบฎเพื่อยึดอำนาจคืนจากคณะราษฎร
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองวันที่
24 มิถุนายน 2475
จนพันเอกดิ่นถูกยิงเสียชีวิตในสนามรบที่ทหารฝ่ายรัฐบาลนำกำลังออกตอบโต้
พลเอกสุรยุทธ์จึงเป็นหลานชายของพันเอกพระยาศรีสิทธิสงคราม พอจะกล่าวได้ว่าเลือดทหารของท่านส่วนหนึ่งก็ผ่านมาจากคุณตา (ฉบับหน้าว่าด้วยกบฎบวรเดช).....อ่านต่อ
|