เมื่อวันที่ 25 กันยายนบรรดานักเต้นสวมชุดนุ่งน้อยห่มน้อยแต่เป็นชุดเหมือนทหารออกเต้นรำบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าหน้ารถถัง กลายเป็นการทำรัฐประหารที่นิ่มนวล แต่โฆษกคปค.ติงว่าไม่เหมาะสมขอให้เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ส่วนอีกภาพเป็นการรำอวยพร (AP Photo/Ed Wray/Sakchai Lalit)  
 
         

เจตนารมณ์ของการยึดอำนาจ
เพราะเราไม่อาจ”ผ่าทางตัน”ได้

การปฏิรูปการปกครองเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ต้องบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ทางการ เมืองของประเทศไทยอีกครั้ง เป็นการรัฐประหาร(Coup d’etat )โดยมีคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือคำย่อคือ คปค. (ภาษาอังกฤษเขียนว่า the Council for Democratic Reform under Constitutional Monarchy)เข้ามายึดอำนาจยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2540 จากนั้นได้ออกประกาศ-คำสั่งคณะปฏิรูปฯซึ่งถือเป็นกฎหมายให้ทุกคนปฏิบัติ

ขั้นตอนที่ตามมาคือแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เข้าบริหารประเทศ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว (ในระหว่างยังไม่มีรัฐธรรมนูญถาวร)จัดตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณากฎหมายรวมถึงพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต่อมาจัดตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญ ครั้นเห็นว่าเหมาะสมผ่านขึ้นตอนแล้วจึงส่งให้สภานิติบัญญัติฯประกาศใช้และจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ระเบียบปฏิบัติที่ทำกันมาในอดีตเป็นเช่นนี้ ตั้งแต่ยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มาถึงยุคพลเอกสุจินดา คราประยูร หรือ รสช.

การยึดอำนาจครั้งนี้ผมมองว่าเป็นการ”ผ่าทางตัน”ที่เราไม่มีทางออกกับระบอบทักษิณ เพราะพ...ทักษิณ ชินวัตร ขายชินคอร์ป 73,300 ล้านบาท แต่เล่นแร่แปรธาตุจนไม่ต้องเสียภาษีสักบาท คนดีของประเทศไม่ทำหน้าที่เสียภาษีจะเป็นคนดีได้หรือ ลองตั้งคำถามกับตัวเองดู ? ทักษิณบอกกับพรรคฝ่ายค้านว่าจะลงสัตยาบันเพื่อปฏิรูปการเมือง แต่กลับชิงยุบสภาให้เลือกตั้งใหม่ และการเลือกตั้งเป็นโมฆะ กกต. 3 คนต้องคดีถึงติดคุกเพราะวางบ่วงไว้เป็นกับดักตัวเอง ทักษิณแกว่งเท้าซื้อเวลาของตัวเองไปเรื่อยด้วยการ”รักษาการ”และสิ้นสุดด้วยการถูกรัฐประหาร ดังนั้นผมมองว่าในตัวตนของทักษิณจึงมีทั้งความฉลาดและความโง่

ขณะเดียวกันการยึดอำนาจมีคนไม่เห็นด้วยเพราะถือว่าไม่ใช่วิถีทางของประชาธิปไตยหรือไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ตัวอย่างเช่นการต่อต้านของ”เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร” นำโดยนายใจ อึ๊งภากรณ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ(ลูกชายคนเล็กของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์) ร่วมด้วยกลุ่มโดมแดง มธ.,ศูนย์ข่าวกิจกรรมนักศึกษา เครือข่ายนิสิตจุฬาเพื่อเสรีภาพ,สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน เป็นต้นกลุ่มนี้ประกาศตัวเป็นอารยะขัดขืนคปค.  

 เรื่องนี้ถือเป็นสิทธิของกลุ่มฯที่จะไม่เห็นด้วยเพราะเรามีความคิดหลากหลาย แต่ผมคิดว่าเราจะปล่อยให้บ้านเมืองเข้ามุมอับไม่ได้ เราจะต้องเลือกเอาในระหว่างการแก้ปัญหาบ้านเมืองกับการยอมเสียหลักการเลือกตั้ง(ชั่วคราว)ไป

ในโลกนี้บ่อยครั้งที่เราไม่ได้มีโชคดีพร้อมกัน ดังนั้นหากเราได้สิ่งหนึ่ง เราก็ต้องเสียสิ่งหนึ่งไป

เมื่อเราเสียรัฐบาลทักษิณ แต่เราก็จะได้รัฐบาลใหม่ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ครั้นทุกฝ่ายแก้ปัญหาเสร็จเราก็จะได้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง

โดยหลักของกฎหมาย จะต้องดูที่”เจตนา”คู่กับ”การปฏิบัติ” เจตนารมณ์ที่คปค.ประกาศออกมาอาทิเช่นยังคงไว้ซึ่งพรรคการเมืองไม่มีการยุบ แต่ยังไม่เปิดรับจดทะเบียนพรรคใหม่ และห้ามชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน,แต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง 5 คนกลับเข้ามาทำหน้าที่,ตั้งผู้ตรวจการแผ่น ดินของรัฐสภา,ตั้งคณะกรรมการ 7 คนพิจารณาตรวจสอบและอายัดทรัพย์นักการเมือง, อดีตรัฐมนตรีและข้าราชการในรัฐบาลทักษิณที่สืบได้ว่าได้ทรัพย์มาโดยคอร์รัปชั่น

จุดที่น่าสนใจก็คือการแต่งตั้งคณะกรรม การป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (...) 9 คนมาทำหน้าที่โดยมีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ที่ปรึกษาคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) เป็นประธานกรรมการและมีนายกล้านรงค์ จันทิก อดีตเลขาธิการ ...เป็นกรรมการร่วมด้วย ผมจึงมั่นใจเพราะคุณกล้านรงค์แกเป็นนักกฎหมายที่ตรงไปตรงมา  

คณะกรรมการเหล่านี้คงจัดการ”ลงดาบ”บรรดาคนขี้ฉ้อแตแหลต่อประเทศชาติต่อไป

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะเราจะต้องไม่ปล่อยให้คนโกงลอยนวล แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นต้องใช้ขบวนการยุติธรรมผ่านทางศาล โดยส่งคดีให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดเพื่อแยกแยะว่าทรัพย์ใดคือ”สินเดิม” ทรัพย์ใดคือ”สินใหม่”เป็นสินใหม่ที่ได้มาถูกต้องหรือไม่ – นี่คือความเป็นธรรมที่มอบให้กับคนฉ้อโกง(ถ้ามี)

 ในขณะที่ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากระบอบทักษิณไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม รวมทั้งผู้ที่เชียร์ทักษิณอย่างสุดจิตสุดใจก็คงไม่พอใจเพราะต้องสูญเสียผลประโยชน์(คนที่เชียร์ทักษิณก็เสียประโยชน์ทางใจและทางอารมณ์) ตัวอย่างเช่นเพื่อนทหารตำรวจร่วมรุ่นมีเตรียมทหารรุ่น10(ตท.10) และนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 26(นรต.26) ซึ่งอยู่ในฝ่ายพ...ทักษิณ ชินวัตร ก็คงถูกโยกย้ายเข้ากรุไปตามระเบียบ ทั้งๆที่พวกเขากำลังจะก้าวกระโดดขึ้นมาเรืองอำนาจ

 นอกจากนี้ยังมีกลุ่มธุรกิจ-กลุ่มทุนต่างๆที่เข้าไปสนับสนุนระบอบทักษิณอาจถูก”เช็กบิล”หรือไม่ได้รับสัมปทานจากรัฐอีกต่อไป แต่พวกนี้ก็สบายไปแล้ว หลายรายคง”พุงกาง”แบบเซ็งลี้ฮ้อกันเต็มๆ

 ระบอบประชาธิปไตยนั้นไม่ได้หมายความว่าหย่อนบัตรเลือกตั้งแล้วก็จบ ตามความเข้าใจของคนทั่วไปรวมทั้งประเทศตะวันตก จากนั้น”อั๊วได้เสียง 19 ล้าน พวกลื้ออยู่เฉยๆ อั๊วจัดการประเทศเอง และไม่ต้องมาตรวจสอบอั๊วด้วย” นี่จะเป็นประชาธิปไตยได้ยังไงแล้วจะเอาคนอีก 37 ล้านคนไปวางไว้ที่ไหน

 “ก็ในเมื่อพวกลื้อเอาเงินภาษีอั๊วไปบริหารประเทศ ไปยัดไส้ยัดพุงพวกลื้อจะไม่ให้อั๊วตรวจสอบได้ยังไง” ผมก็ต้องบอกยังงี้

 เมื่อหนังสือพิมพ์เข้าไปตรวจสอบทำหน้าที่ของตัวเองกลับถูกทักษิณฟ้องร้องเรียกเงิน แต่ละคดีเป็นพันล้านบาท ผมถือว่าใช้อำนาจเงินเข้ามาปิดทางการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหนังสือพิมพ์ ถือเป็นการปล้นสิทธิเสรีภาพของประชาชนเพราะรู้ๆอยู่ว่าหนังสือพิมพ์คือปากเสียงของคนทั้งประเทศ ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล หากหนังสือพิมพ์เล่มใดร่วมหัวจมท้ายกับรัฐบาล เมื่อรัฐบาลเข้าป่าไปหนังสือพิมพ์เล่มนั้นก็ไปด้วย เป็นสัจธรรมที่ผมได้เห็นตลอดมา

 อีกประการหนึ่งรัฐบาลทักษิณไม่เข้าใจหรือแกล้งไม่เข้าใจระหว่างการเป็นรัฐบาลกับการเป็น CEO ของบริษัท เมื่อหนังสือพิมพ์(หรือพรรคฝ่ายค้าน)เสนอข่าวผิดพลาดในข้อเท็จจริง รัฐบาลมีหน้าที่”ชี้แจง” เพื่อให้หนังสือพิมพ์แก้ไขข่าวให้ถูกต้อง รัฐบาลไม่ได้มีหน้าที่ให้ทนายยื่นฟ้อง

 ตรงนี้เป็นอีกประเด็นที่รัฐบาลทักษิณกลายเป็นศัตรูของหนังสือพิมพ์ อย่าลืมว่าการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายแต่ละครั้งเป็นพันล้านบาทนั้นถือว่า”กลั่นแกล้งกันเกินเหตุ” (ภาษาชาวบ้านเรียกว่าหมาที่ไหนจะมีให้) หนังสือพิมพ์เก็บความรู้สึกนี้ไว้ตลอดมา หลังจากนั้นก็ต้องใช้สุภาษิตกำลังภายในเมื่อได้โอกาสคือ “บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ” ชำระด้วยการขุดคุ้ย-เปิดโปงและบดขยี้ สิ่งที่ฉ้อฉลคนทั้งประเทศออกมาให้ได้รู้กัน  

 .. – หนังสือพิมพ์ก็จะต้องยึดมั่นในหลักของจรรยาบรรณ มีคุณธรรม อย่าใช้ความเป็นหนังสือพิมพ์ไปสร้างผลประโยชน์ทับซ้อนเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเอง แยกแยะให้ถูกระหว่างงานหนังสือพิมพ์กับผลประโยชน์ทางธุรกิจ-สังคมก็จะเป็นสุขครับ.....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping