พลเอกสินธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.และหัวหน้าคณะปฏิรูปฯนำคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่เข้ารับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นหัวหน้าคณะปฏิรูปฯ
พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ขณะเข้ารับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ชีวิตภายใต้อำนาจรัฐประหาร

 ผมมีชีวิตอยู่ในเมืองไทยภายใต้อำนาจรัฐประหาร( Coup d’etat) ตลอดมาเหมือนเช่นคนอื่นๆ กล่าวคือเกิดในสมัยจอมพลป.พิบูลสงคราม เรืองอำนาจ ตอนเป็นเด็กจอมพลป.และพลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ ถูกจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จเมื่อปี 2501 ส่งผลให้อำนาจจากกลุ่ม”บ้านซอยราชครู”หมดลง เมื่อจอมพลขะม้าแดงถึงแก่อสัญกรรมปี 2506 จอมพลถนอม กิตติขจรและคณะก็ขึ้นมาเรืองอำนาจแทนลูกพี่ เป็นอำนาจที่เรียกว่าสืบทอดมาจากกลุ่มสี่เสาเทเวศร์

สมัยเป็นนักศึกษาจอมพลถนอม กิตติขจร ทำรัฐประหารตัวเองเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2514 พวกเราก็ก้มหน้าก้มตากันต่อไป มีการใช้อำนาจกันอย่างกว้างขวางทั้งจอมพลประภาส จารุเสถียร พันเอกณรงค์ กิตติขจร จนกระทั่งรัฐบาลถนอม-ประภาสถูกโค่นล้มไปในวันที่ 14 ตุลาคม 2516

ต่อมามีการทวงคืนอำนาจ ในเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลาคม 2519 ที่นักศึกษาประชาชนถูกล้อมปราบในสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสนามหลวง เหตุการณ์ครั้งนั้นโดยมีพลเรือเอกสงัด ชลออยู่ เป็นหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน สั่งปิดหนังสือพิมพ์(ผมก็ตกงานไปด้วยตอนนั้น)จับกุมคุมขังนักศึกษา ผู้นำกรรมกร เป็นเหตุให้นักศึกษาหนีเข้าป่าไปสมทบกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.)เพื่อจับอาวุธลุกขึ้นสู้กับทหารและรัฐบาล

จนกระทั่งมาถึงยุคพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/23  ในการมุ่งเอาชนะพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยหรือพคท. กล่าวกันว่าคำสั่งที่ 66/23 เกิดจากเเรงผลักดันของกองทัพผ่านไปยังรัฐบาลและรัฐบาลมอบหมายให้พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นผู้ดำเนินการเพื่อเรียกนักศึกษาออกจากป่าเข้ามาร่วมสร้างสรรค์สังคมไทยกันต่อไป

จากนั้นผมมาอยู่อเมริกายังมีการทำรัฐประหารรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ โดยพลเอกชาติชายถูกจี้ตัวที่บน. 6 ในระหว่างเดินทางจะไปเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อแต่งตั้งพลเอกอาทิตย์  กำลังเอก เป็นรมช.กลาโหมให้มาช่วยแก้ปัญหาในกองทัพ ทำให้ทหารไม่พอใจจึงทำรัฐประหารมี พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ ผบ.ทหารสูงสุดเป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.)พร้อมกับนายทหารจปร. 5 ก้าวขึ้นสู่อำนาจในรสช.ไม่ว่าจะเป็นพลเอกสุจินดา คราประยูร,พลเอกอิสรพงศ์ หนุนภักดี,พลอากาศเอกเกษตร โรจนนิล,พลเรือเอกประพัฒน์ กฤษณจันทร์ เป็นต้น

เมื่อพลเอกสุจินดา คราประยูร ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ไม่นานก็ใช้อำนาจเผด็จการเข้ามาครอบงำอย่างกว้างขวางเป็นเหตุให้เกิดการประท้วงและนำไปสู่ความรุนแรงในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 พฤษภาคม 2535  

 ทุกคนไม่นึกว่าประเทศไทยจะมีรัฐประหารอีก จนกระทั่งวันที่ 19 กันยายน 2549 ก็เกิดการทำรัฐประหาร โดยพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกประกาศยึดอำนาจจากรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เหตุผลเพราะรัฐบาลสร้างความแตกแยกในสังคม แบ่งฝ่าย เกิดการคอร์รัปชั่นอย่างกว้างขวาง หน่วยงานอิสระถูกครอบงำไม่สามารถสนองตอบเจตนารมณ์ตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ทำให้การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเกิดปัญหาและอุปสรรคหลายประการ ตลอดจนหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่เคารพเทิดทูนของปวงชนชาวไทยอยู่บ่อยครั้ง นี่คือปัญหาหลักๆที่คณะปฏิรูปฯให้เหตุผลไว้

การทำรัฐประหารครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างละมุนละม่อม ประชาชนก็ยังเฉยเพราะประชาชนได้แยกออกเป็น 2 ส่วนไปแล้ว ส่วนหนึ่งคือสนับสนุนทักษิณ อีกส่วนหนึ่งคือขับไล่ทักษิณ เมื่อทักษิณพ้นจากอำนาจหน้าที่ส่วนที่สนับสนุนทักษิณก็เฉยไม่ได้ออกมา 19 ล้านคนให้เต็มถนนอย่างที่กล่าวอ้าง 

ผมเองเห็นว่าการประท้วงของสนธิ ลิ้มทองกุล ก็ดี การประท้วงของกลุ่มนักวิชาการและสื่อมวลชนก็ดี กระทำอยู่ในขอบเขตของอำนาจตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่ทหารยอมไม่ได้ก็คือการเข้าไปหยามศักดิ์ศรีของพวกเขาเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง”คาร์บอมบ์” หรือปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายทหารที่จะเอาแต่พวกของตนขึ้นไปนั่งในตำแหน่งคุมอำนาจในกองทัพ รุ่นพี่ไม่เป็นรุ่นพี่จะถูกรุ่นน้องข้ามหัว นี่ต่างหากคือประเด็นหลักที่ทักษิณไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์ใกล้ตัวอย่างสมัยรสช. การนำพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก เข้ามาเป็นรมช.กลาโหมคือจุดสุดท้ายที่คณะรมช.ต้องออกมา แม้ว่าในสมัยรัฐบาลชาติชายจะถูกขนานนามว่า “กินแบบมูมมาม”เป็น”บุฟเฟ่ต์ คาบิเนต” ก็ตาม

ยิ่งไปกว่านั้นพลเอกอาทิตย์ ผู้เคยได้รับขนานนามว่าสุภาพบุรุษมัฆวานเพราะนำฝูงชนต่อต้านการเลือกตั้งสกปรกยุค พ.ศ.2500 ก็ถูกจับตาว่าเคยวัดรอยเท้า พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ มาครั้งหนึ่งในสมัยพลเอกเปรมเป็นนายกรัฐมนตรี

ครั้งนี้ก็เช่นกันถนนทุกสายมุ่งสู่พลเอกเปรม ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ,นายทหารและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  แม้กระทั่งนายทหารเรือบำนาญยังยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อพลเอกเปรมเพื่อให้ลูกเขยของตนได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน(ผบ.นย.) เพราะมีข่าวว่าทักษิณจะแต่งตั้งพี่คุณหญิงอ้อ(ต่างมารดา)ขึ้นเป็นแทน สรุปแล้วทุกอย่างมีเหตุก่อนที่จะทำรัฐประหารทั้งสิ้น 

ดังนั้นผมจึงหวังว่าคณะปฏิรูปฯจะเคลียร์สิ่งที่หมักหมมในช่วงทักษิณเรื่องอำนาจ จากนั้นตั้งคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประกาศการเลือกตั้งในเวลาที่เหมาะสม เพราะอำนาจเป็นสิ่งหอมหวาน ใครครองนานๆก็ไม่อยากลง อย่าให้ประวัติศาสตร์ใดๆซ้ำรอยอีก ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นเช่นนั้นและน่าจะได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายที่ไม่เอาทักษิณ 

ต่อไปนี้ผมก็คงเหงาหูไม่ได้ยินเสียงคำว่า “ท้าาาากษิณ  ออกไป” เพราะแกออกไปแล้วด้วยอำนาจจากปากกระบอกปืน.....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping