ภาพบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิและเส้นทางเข้า-ออกสนามบินโดยใช้ Shuttle Bus

สนามบินสุวรรณภูมิ (1)
ความภูมิใจของคนในชาติ

คำว่า”สุวรรณภูมิ”เป็นคำอินเดียโบราณเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Suvarnabhumi ความหมายคือดินแดนแห่งทองคำ(the Land of Gold) อันเป็นชื่อเรียกของผู้คนที่อยู่ในเขตพม่า-ไทย-ลาว-เขมร-เวียดนาม-มาเลเซีย-อินโดนีเชีย ในขณะที่คนจีนโบราณเมื่อประมาณ 2 พันปีมาแล้วเรียกดินแดนแห่งนี้ว่าคิน-ลิน(Kin-Lin)ความหมายของคำว่า Kin ในภาษาจีนก็แปลว่าทองคำ มันเข้ามาคล้องจองกันพอดี

ต่อมาดินแดนแห่งนี้เรียกว่าคาบสมุทรอินโดจีน(the Indo-Chinese Peninsula)มีการสันนิษฐานว่าอิทธิพลและวัฒนธรรมของ 2 สายมาบรรจบกันนั่นคืออินเดียและจีน ประเภทไม่มีใครยอมใครจึงต้องเรียกว่า”อินโดจีน”

แต่ภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 (ปีค.ศ.1945) ชาติตะวันตกกลับเรียกดินแดนแห่งนี้ว่าเอเชียอาคเนย์ (Southeast Asia) จนกระทั่งนักเขียนอังกฤษที่ชำนาญเกี่ยวกับเมืองไทยมากคนหนึ่งคือ ไมเคิ่ล ไร้ท์ ได้แปลเรียกคำนี้ว่า”อุษาอาคเนย์” และเริ่มใช้เรียกกันแพร่หลายตามบทความทางวิชาการด้านประวัติศาสตร์,โบราณคดีและในหน้าหนังสือพิมพ์ คนที่นิยมใช้เขียนมากที่สุดคือ สุจิตต์ วงษ์เทศ นักโบราณคดีและศิลปินแห่งชาติ

ครั้นมีการสร้างสนามบินหนองงูเห่าซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอบางพลี จังหวัดสุมทรปราการ สนามบินแห่งนี้ก็ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าสนามบิน“สุวรรณภูมิ”

APN ฉบับวันที่ 13 กรกฎาคม คุณสายธาร เดชาติวงศ์ บก.ข่าวเขียนเรื่องเกี่ยวกับสนามบินสุวรรณภูมิให้ได้อ่านผ่านตากันไปแล้ว ระหว่างที่เธอเดินทางไปกับคณะเยาวชนไทยเยือนแผ่นดินแม่ ผมอยากนำเรื่องนี้มีเขียนให้ได้อ่านอีกแง่มุม เพราะถือว่าสนามบินสุวรรณภูมิเป็น”หน้าตา”ของประเทศไทยและน่าจะเป็นความภูมิใจของคนในชาติทุกคน

ผมคิดว่าหน่วยงานของรัฐบาลมีระบบประชาสัมพันธ์ที่ต่างคนต่างทำ อาจเป็นเพราะถือว่าไม่ใช่หน้าที่โดยตรง แต่ยกหน้าที่ให้บริษัทท่าอากาศยานไทย(มหาชน)หรือ ทอท.รับผิดชอบไป ทั้งๆที่จริงสนามบินนานาชาติแห่งใหม่นี้จะเปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2006 เป็นต้นไป ควรจะตีปี๊บออกไปทั่วโลกให้ดังๆในเรื่องของข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยเฉพาะในด้านความทันสมัย และสิ่งที่ผู้โดยสาร,สายการบินของประเทศที่บินไปยังประเทศไทยและบริษัทท่องเที่ยวทั่วโลกจะได้รับ สิ่งนี้ต่างหากที่จะต้องเร่งทำมานานอย่างน้อย 6 เดือนล่วงหน้า

วิธีการก็คือจัดเนื้อหาประชาสัมพันธ์ออกมาเป็นแนวเดียวกันในลักษณะของ Press release รวมทั้งซื้อหน้าลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ของชาติต่างๆที่สายการบินของประเทศนั้นบินมาลงประเทศไทย หากเป็นชาติอาหรับก็ต้องลงพิมพ์เป็นภาษาอาระบิก,จีน,ญี่ปุ่น,เกาหลี,อังกฤษ,ฝรั่งเศส,เยอรมัน ฯลฯ

หลักการประชาสัมพันธ์ก็คือการส่งสารไปยังผู้ที่เราต้องการสื่อด้วย เมื่อสารไปถึงผู้รับแล้ว ผู้รับจะต้องทราบและ”เข้าใจ” วงจรการประชาสัมพันธ์จึงจะครบถ้วน หากส่งสารออกไปแล้วผู้รับสารรับแต่ไม่เข้าใจก็ถือว่าไม่ครบวงจร ดังนั้นการใช้ภาษาของแต่ละประเทศให้คนในชาตินั้นๆเข้าใจจึงเป็นสิ่งจำเป็น

ทั้งๆที่เราดำเนินการเรื่องสนามบินสุวรรณภูมิมานาน แต่ก็ยังบกพร่องหลายจุด เช่นระบบการขนส่งที่จะนำคนเข้า-ออกจากสนามบินเชื่อว่ายังไม่พอเพียงมีรถเมล์ 6 สาย,รถลิวมูซีนและรถแท็กซี่ ทราบว่ารถแท็กซี่จะรับ-ส่งผู้โดยสารเข้า-ออกสนามบินได้ต้องลงทะเบียนกับบริษัททอท.เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารถือเป็นสิ่งที่ดี ส่วนรถแท็กซี่ไม่ลงทะเบียนไว้นำผู้โดยสารไปส่งได้ แต่ห้ามรับผู้โดยสารกลับออกมา ก็มีคำถามว่าแล้วแท็กซี่คันไหนจะวิ่งรถไปส่งเที่ยวเดียว ขากลับแล่นรถเปล่าออกมา ยิ่งน้ำมันแพงๆอยู่ด้วย เพราะช่วงนี้บริเวณรอบสนามบินสุวรรณภูมิยังถือว่าเป็นเขตผู้คนยังไม่หนาแน่น

นอกจากนี้ ผมอ่านข่าวที่เฮียเพ้งหรือคุณพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.คมนาคมชี้แจงราย ละเอียดแล้วก็ค่อนข้างเศร้าใจเพราะคงไม่คุ้นเคยเรื่องสื่อและการประชาสัมพันธ์ อันนี้ก็ต้องยกให้ เฮียเพ้งแกบอกว่า

“เพื่อเป็นการให้ข้อมูลแก่ประชาชนในการเดินทางเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากถนนสายต่างๆ ที่จะสามารถมุ่งหน้าเข้าสนามบินสุวรรณภูมิได้ กระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จัดทำป้ายทั้งถาวร และชั่วคราว ที่สามารถรื้อถอนได้ เพื่อให้ข้อมูลตามถนน และแยกสำคัญ ซึ่งจะทำให้มีป้ายบอกเส้นทางของหน่วยงานต่าง ๆ ที่บอกเส้นทางมากกว่า 10,000 ป้าย ในเขตกรุงเทพฯ นานประมาณ 6 เดือน ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะทำให้ประชาชนเข้าใจเส้นทางเดินทางสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้สะดวกมากขึ้น”

  “ ภายในอาคารผู้โดยสารก็จะมีป้ายชั่วคราวบอกเส้นทางเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความชัดเจน ป้อง กันความสับสนของผู้ใช้บริการในช่วงเปิดท่าอากาศยานใหม่ ที่นับเป็นท่าอากาศยานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขณะนี้ สั่งเพิ่มป้ายทั่วกรุงเทพฯ ในช่วง 3-4 วันนี้ ซึ่งอาจจะเหมือนกับงานวัดที่มีป้ายเกลื่อนทั่วไป แต่ก็ต้องทำเพราะเป็นสิ่งใหม่ โดยจะเห็นว่าขณะนี้มีการบ่นเรื่องเส้นทางกันมาก ก็พยายามปรับปรุงให้ดีที่สุด”เฮียเพ้งกล่าว

 สนามบินสุวรรณภูมิราคาค่าก่อสร้าง113,774.799 ล้านบาท ทำไมต้องมาทำป้ายบอกทางเหมือนป้ายงานวัด ผมก็ไม่ทราบ อีกทั้งยังให้หน่วยงานหลายหน่วยไปจัดทำแบบไม่มีแผนเอาเลย ทั้งๆที่การวางแผนประชาสัมพันธ์ควรมาก่อนจะเปิดใช้สนามบิน ความหมายของคำว่าการประชาสัมพันธ์นั้นครอบคลุมไปหมด ทั้งเรื่องข่าวสาร,การลงโฆษณาในสื่อทุกประเภทเท่าที่จะทำได้,การวางแผนทำป้ายบอกทาง-การออกแบบ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ถูกคำว่า”การประชา สัมพันธ์” ครอบคลุมไปหมด  เพื่อให้สารที่จะประชาสัมพันธ์ออกไปเป็นไปแนวเดียวและสอดคล้องกัน ไม่ใช่ส่งข่าวแผ่นเดียวแล้วก็เรียกว่าประชา สัมพันธ์ หรือว่าการประชาสัมพันธ์งบประมาณมันน้อย ไม่เหมือนการซื้อเครื่องเอ็กซ์เรย์ TCX หรือเรื่องประมูลรถเข็นกระเป๋าผู้โดยสารในสนามบิน ที่มีข่าวฉาวโฉ่ตลอดมา

 ฉบับหน้าผมจะพูดถึงรายละเอียดต่างๆของสนามบินสุวรรณภูมิในลักษณะของกายภาพ สิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อประชาสัมพันธ์ประเทศไทยและสนามบินสุวรรณภูมิที่ผมและคนไทยทุกคนควรภูมิใจ .....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping