คาร์บอมบ์-คาร์บ๊องและคาร์บวม
ตอนนี้ไปไหนๆก็พูดคุยกันเรื่องคาร์บอมบ์ที่เมืองไทย
กลายเป็นเรื่องขำขันกันไปหมด
ฉบับนี้ผมก็อยากจะเขียนให้มันขำสักหน่อย(ช่วยกันขำหน่อยนะครับ
อย่าถือเป็นเรื่องซีเรียส)
มีหนังสือพิมพ์บางฉบับบอกว่าเป็นเรื่องแหกตาละครน้ำเน่าหรือคาร์บ๊อง ผมไม่อยากเรียกว่าคาร์บ๊องขอเปลี่ยนเป็นคาร์บวม
ดีกว่า
เรื่องมันเกิดจากกรณีมีข่าวว่าร้อยโทธวัชชัย
กลิ่นชะนะ
อายุ 43 ปีนายทหารสังกัดกรมสารบรรณทหารบก
ช่วยราชการ
กอ.รมน.(กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน
ไม่ใช่กองอำนวยการรักษาเมียน้อยนะครับ)
ถูกจับกุมเมื่อวันที่
24 สิงหาคม 2549
ในข้อหา มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 38 ประกอบมาตรา 74 สรุปแล้วขณะนี้ตั้งได้ข้อหาเดียว
ตำรวจกำลังมุ่งเข็มไปยังระเบิดที่จะนำมาใช้สังหาร
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
เพราะจับได้ในเส้นทางที่นายกฯเดินทางไป-กลับเป็นประจำ
แถมในรถยังมีกระสอบทรายคอยบังคับให้วิถีระเบิดพุ่งตรงเข้าสู่ขบวนรถของทักษิณ
(สงสัยจะดูหนังเจมส์
บอนด์ มากไปหน่อย
เพราะระเบิดที่ทักษิณบอกว่ามีอานุภาพร้ายแรงแม้แต่ในอิรักก็ยังไม่เคยใช้
กระสอบทรายมันจะไปบังคับได้ยังไง
ระเบิดนี้ยังมีรัศมีทำลายล้างถึง
1 ตารางกิโลเมตร
ฟังแล้วก็เหมือนเอาเครื่องบี
-52 ไปทิ้งระเบิด)
ตำรวจยังตั้งข้อหาลอบสังหารไม่ได้เพราะความผิดยังไม่ได้ลงมือกระทำ
ดังนั้นวิธีการของตำรวจไทยก็คือจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อนำมาต่อกันเข้าเป็นจิ๊กซอว์ให้ครบวงจร
จากนั้นก็สาวไปหาตัวผู้บงการจึงจะตั้งข้อหาพยายามลอบสังหารได้
อีกทั้งต้องบีบให้ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้เตรียมแผนสังหารท่านทักษิณจริง
โดยมีผู้เข้ามาร่วมขบวนการอีก
4-5 คนตามที่ท่านนายกฯได้บอกสคริปไว้
ดังนั้นตำรวจไทยก็จะต้องฝันให้ไกล ไปให้ถึง
คือไล่ล่าหาหลักฐาน
ข่าวล่าสุดบอกว่าร้อยโทธวัชชัยยอมรับว่าขับรถจริงแต่ไม่ยอมซัดทอด ความจริงน่าจะซัดทอดนะเพื่อให้เห็นดำเห็นแดงกันไปข้าง
และล่าสุดก็มีข่าวว่าไม่ได้พูดตามวิดีโอที่ตำรวจนำมาเผยแพร่
รวมทั้งไม่ได้ขับรถคันนี้ไปยังบน.
6 อีกต่างหาก
เอ....หนังมันชักจะหักมุมแปร่งๆ
ตอนนี้ร้อยโทธวัชชัยเป็นผู้ต้องหา แต่อย่าลืมว่าการเป็นผู้กล่าวหาคนอื่นหรือเป็นโจทก์ใช่ว่าเป็นเรื่องสนุกเสมอไป
เพราะผู้กล่าวหาหรือโจทก์จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า
บุคคลที่กล่าวหานั้นมีความผิดจริงตามข้อกล่าวหาและตามคำฟ้อง
ไม่งั้นอาจถูกฟ้องกลับ ขณะนี้ผู้ต้องหายังเป็นผู้บริสุทธิ์เพราะศาลยังไม่ได้ตัดสิน
ผมคิดว่าคดีนี้หากได้ทนายดีๆจะเป็นคดีความที่สนุกมาก
เพราะสามารถซักค้าน
(Cross - examination) ได้จากทุกฝ่ายตั้งแต่นำทักษิณมาซัก,พนักงานสอบสวนมาซัก,พยานมาซัก,จำเลยมาซัก,นำพลเอกพัลลภ
ปิ่นมณี มาซัก,เอากลุ่มที่ไปร้องขอชีวิตทักษิณที่หน้าบ้านพลเอกเปรม
ติณสูลานนท์
มาซัก การไปร้องขอชีวิตต่อพลเอกเปรมนั้นดูแล้วเป็นเหมือนสคริปหนังที่ว่าพลเอกเปรมถูกกล่าวหาว่าเป็น
นักฆ่าลุ่มแม่น้ำสงขลา (หนังเรื่องใหม่น่ะ-หร้อยจังหู)
ผมอยากให้ทนายแม็กไซไซทองใบ
ทองเปาด์ และทีมงานเป็นผู้ซัก
ผมเคยไปรับฟังการว่าความของทนายทองใบมาอย่างน้อยก็
2-3 คดี ทั้งคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ,คดีกบฎ,คดี
6 ตุลา ตอนที่สุธรรม
แสงประทุม
เป็นจำเลยต้องข้อหานั่นไง รับรองมันครับ
การที่ทนายซักเราจะได้รู้ตื้นลึกหนาบางรู้การกะล่อน
โกหก ตอแหลและสาระพัดเรื่องทีเดียว ตอนทนายซักอาจมีเหงื่อแตกออกมาบ้าง ไม่เหมือนตอนที่ผู้พันตึ๋งถูกสั่งประหารชีวิต อดีตนักเลงอาชีวะเกรด
A ถึงกับขี้แตกราดกางเกงอย่างไม่อายฟ้าอายดิน
มาถึงตรงนี้ทำให้มีผู้สงสัยปริญญาเอกของ
ดร.พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตรที่เรียนจบ
Ph.D. ด้านอาชญาวิทยาจากมหาวิทยาลัยแซมฮิวสตันนั้นมันเป็นมายังไง
เพราะโดยหลักของกฎหมายและประมวลวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว
เมื่อจับกุมผู้ต้องสงสัยมาได้ต้องนำมาสอบสวนก่อนจึงจะแจ้งข้อหาแล้วตั้งข้อหาทำให้ผู้ต้องสังสัยกลายเป็นผู้ต้องหา จากนั้นขยายผลต่อไปเพื่อจับให้ได้ทั้งขบวนการ(ถ้ามี)
ไม่ควรจะปล่อยข่าวออกมาให้ประชาชนตกใจและทำให้ต่างชาติขำกลิ้งกับการดำเนินงานของตำรวจไทย
ทั้งๆที่ยังไม่ได้สอบสวนรายละเอียด
เรื่องนี้ก็น่าเห็นใจเพราะท่านทักษิณตอนรับราชการตำรวจอาจไม่ได้ทำงานด้านสอบสวนมาก่อน
ผมก็ลืมไปดูประวัติให้ละเอียด
เมื่อออกมาอีหรอบนี้สงสัยท่านจะเป็นรองผู้กำกับพลาธิการ(ยศ
พ.ต.ท.) คือทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพวกจ่าตักแกง อีกทั้งตำรวจไทยก็ชอบนักแถลงผลการจับกุมนำอาวุธต่างๆออกมาโชว์
จนญาติของร้อยโทธวัชชัยออกมาแย้งว่าตอนนำผู้ต้องหาขึ้นฝากขังต่อศาลมีของกลาง
3 รายการรวมทั้งคำร้องกำกับไปด้วย
ตอนหลังทำไมเพิ่มเป็น
7 รายการ นี่ก็จะต้องตอบคำถามกันอีก
แค่นี้ก็นำมาซักได้แล้วตอนขึ้นศาล
การปลดพลเอกพัลลภ
ปิ่นมณี รองผอ.กอ.รมน.ดูจะรวบรัดและรวดเร็วไปโดยไม่ต้องสอบสวนให้ยากเพราะร้อยโทธวัชชัยเคยเป็นคนขับรถให้พลเอกพัลลภมาก่อนเมื่อ
11 ปีที่แล้ว
สคริปหนังต้องทำให้รวบรัดเป็นการคิดเอาเอง คือตั้งธงไว้แล้วคิดว่ามันน่าจะเป็นเช่นนั้น หากไม่เป็นไปตามคิดกระบวนการยุติธรรมก็เริ่มบิดเบี้ยวเพราะตำรวจจะต้องวิ่งบักโกรกไล่ตามหาหลักฐานมาให้ได้
เรื่องที่เกิดขึ้น
ผมยังไม่ด่วนสรุปว่าจริงหรือไม่จริงที่จะมีการลอบสังหารท่านนายกฯ
ขอให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเหมือนที่ท่านนายกฯทักษิณพูดไว้ดีกว่า แต่ทว่า
พฤติกรรมของท่านนายกฯมักจะทำให้ตัวเองและคนอื่นได้รับความเดือดร้อนเสมอเพราะเรื่องไม่เป็นไปตามคิดหรือตามที่ตั้งธงเอาไว้ มีตัวอย่างเมื่อต้นปีท่านสั่งยุบสภาผู้แทนฯโดยสภาฯไม่มีความผิด เมื่อจัดการเลือกตั้งใหม่วันที่
2 เมษายน(คิดว่ายังไงเสียพรรคไทยรักไทยก็นอนมา-ขณะนี้กำลังรอนอนมาคือรอฟังคำพิพากษายุบพรรค)
ผลตามมาศาลชี้ขาดว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ นั่นไม่เท่าไหร่
ท่านมีส่วนทำให้กกต.
3 คนต้องถูกศาลพิพากษาจำคุกคนละ
4 ปี โดยไม่มีการรอลงอาญาเสียประวัติ
เสียผู้เสียคนไป
บทสรุปของหนังเรื่องคาร์บวมก็อาจจะลงเอยแบบเดียวกับการประกาศยุบสภาฯคือมีคนผิดและเป็นคนทำงานให้กับทักษิณ
เมื่อเรารู้แล้วว่าหนังจะจบลงอย่างไร ผมจึงอยากให้ท่านทักษิณอยู่ในตำแหน่งต่อไปครับเพื่อจะได้เขียนบทหนังเรื่องอื่นๆออกมาให้พวกเราได้รับความบันเทิงใจ พวกพันธมิตรอย่าไปไล่ท่านเลยครับ
สนับสนุนให้ท่านอยู่ต่อไป....อ้าว
ทักษิณ
สู้สู้
, ทักษิณ อดทน,
ทักษิณ ซู่ซู่
(ส่งท่านไป
ซู่ซู่ กับหญิงอ้อ
จันทร์ส่องหล้า
ก็แล้วกัน
).....อ่านต่อ
|