อาหารกลางวันที่วัดนาคปรก
ตัดฉากกลับเข้ามาที่วัดนาคปรกฝั่งธนบุรีในทัวร์ศิษย์หลวงเตี่ย
ผมเคยไปมาแล้วเมื่อ
2 ปีก่อนโดยไปกับคณะวัฒนธรรมไทยคืนถิ่นครั้งที่
8 วัดไทยแอล.เอ.
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่
มองเห็นภาพทางเข้าวัดที่แคบๆ
แต่คนขับรถทัวร์ก็เก่งขับเข้าไปได้
เมืองไทยเป็นยังงี้ครับเขาว่า
ขอให้เพียงรถห่างกันแค่เหรียญบาทลอดได้ คนขับก็สามารถนำรถขับผ่านไปสบายๆ
เออ เก่งจริงๆ
ไปถึงมีคณะหนูน้อยแต่งตัวชุดที่จะแสดงนาฎศิลป์ มาต้อนรับตั้งแต่ตอนลงรถ
ยืนเรียงแถวอย่างสวยงาม
โดยเฉพาะหนูน้อยในชุดฮาวายทั้งชายหญิง
สวยงามมาก จากนั้นคณะหนูน้อยก็เปิดแสดงให้เราได้ชมกันระหว่างรับประทานอาหาร เมื่อรำจบแต่ละเพลงคุณสำเภา
พงษ์เวช จะนำรางวัลไปแจกจ่ายแก่ทุกคน ส่วนท่านอื่นๆก็รวบรวมเงินมอบให้เพื่อเป็นสินน้ำใจจากการแสดง
ส่วนด้านล่างจะจัดคณะโปงลางประยุกต์ประกอบการร้องเพลงของนักร้อง
โดยมีสาวไหที่คอยรำลอยหน้าลอยตา
ทำท่าตบไหอยู่ข้าง
ๆ สาวไหปกติจะอ้อนแอ้นหุ่นเพรียวลม
คราวนี้ผมเจอสาวไหตุ้ยนุ้ยน่าตาจิ้มลิ้มทัดดอกทานตะวันดอกเบ้อเร่อ
น่าเอ็นดูดี
คณะทัวร์คราวนี้ไปถึงไม่ต้องพูดพล่าม
ทำเพลง(รับประทานอาหาร)ที่จัดตั้งรอไว้แล้ว
ไปตักรับประทานเอาเอง
ผมชอบน้ำพริกลงเรือเพราะมีผักแนมเยอะดี โต๊ะที่นั่งรับประทานอยู่นั้นมีมิสเตอร์โอฬาร
บุญรักษ์ คุณสุรพงษ์
ชิโนทัยกุล
คุณชวพจน์
ถุงสุวรรณและคุณสำเภา
พงษ์เวชร่วมอยู่ด้วย สักพักคุณโอฬารก็แนะนำให้ผมรับประทานเย็นเตาโฟที่เจ้าหน้าที่นำมาเสิร์ฟ
เสร็จสรรพจากอาหารคาวก็มีอาหารหวานเช่นทุเรียนอย่างดีพูสวยๆมาบริการอีก
ผมล่อเข้าไป
2 พู เรียบร้อยครับของเก่าเริ่มขย้อนและกลับออกมาในที่สุด ผมจึงหาสาเหตุว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร สรุปแล้วน่าจะเป็นเย็นเตาโฟเพราะมีปลาหมึกที่แช่นุ่มด้วยสารโบแรกซ์อันเป็นสารที่ผมพ่ายแพ้มาแต่ไหนแต่ไร
ทั้งโบแรกซ์-ผงชูรส ผมเจอเข้าไปแล้วมีอาการทันทีครับ
ผมจึงจำไว้ว่าตอนอยู่วัดลาดปลาเค้านครปฐม
คุณโอฬารไม่ให้ผมแตะขนมจีน
แต่พอมาวัดนาคปรกดันให้ผมล่อเย็นเตาโฟ
เป็นเพราะธาตุของผมเองครับไม่ได้โทษคนแนะนำแต่อย่างใด
วัดนาคปรกนี้ตั้งอยู่ที่แขวงปากคลอง
เขตภาษีเจริญ
กรุงเทพมหานคร
มีพระครูวรกิตติโสภณ(เศรษฐกิจ
สมาหิโต)เป็นเจ้าอาวาส
หลายท่านย่อมรู้จักดีเพราะท่านอยู่วัดไทยแอล.เอ.มานาน
สอนด้านวิปัสสนากรรมฐาน ปัจจุบันยังเป็นรองประธานคณะกรรมการอำนวยการ(ฝ่ายสงฆ์)ของวัดไทยพ่วงอีกตำแหน่งหนึ่ง
ทราบว่าท่านได้ไปสร้างวัดไทยที่นิวซีแลนด์อีกแห่งที่วัดพุทธสามัคคีแห่งเมืองไครส์เชิร์ชและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสอีกด้วย
มีคณะบางท่านร่วมเดินทางไปงานทอดผ้าป่าหลังจากเสร็จงานคณะทัวร์ศิษย์หลวงเตี่ย
เมื่อรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ
คณะก็เริ่มพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีจากปัจจัยที่มีอยู่ในกองกลางรวมทั้งมีการสมทบเพิ่มเติมโดยตั้งกองผ้าป่าเหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติกันมา วัดนี้เป็นวัดสุดท้ายในการทอดผ้าป่า แต่ไม่ใช่วัดสุดท้ายที่เราจะไปเยี่ยมไปนมัสการ เท่าที่ผมทราบปัจจัยที่ถวายวัดสุดท้ายนี่กว่า
60,000 บาท อาจเป็นเพราะเงินเริ่มร่อยหรอหรือยังไงไม่ทราบ
อย่างไรก็ตามบุญหรือทานไม่ได้วัดกันที่ตัวเงินแต่วัดกันที่ศรัทธา ผมเองก็ได้ถวายปัจจัยเป็นการส่วนตัวให้ท่าน ครั้งแรกที่เดินทางไปเมื่อ
2 ปีก่อนถวายเงินดอลลาร์
100 เพราะยังไม่ได้แลก
คราวนี้ถวายไป
1,000 แต่เป็นเงินบาท
งานวันนั้นคณะยังได้จัดมอบเงินแก่กรมการขนส่งทหารบกที่เราไปได้รถบัสมานั่งทัวร์
โดยมีร้อยโทชาติชาย
(จำนามสกุลไม่ได้)เป็นตัวแทนของเจ้ากรมการขนส่งทหารบกมารับ
คุณวิริยา
ชิโนทัยกุล
ภรรยาประธานทัวร์เป็นผู้มอบให้ เพื่อสมทบเป็นปัจจัยในการอุปสมบทหมู่ของทหารกองทัพบกถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ในพิธีครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี นับเป็นบุญกุศลตามคติในทางพุทธศาสนา
เสร็จจากนั้นหลวงลุง
Ken(ผมก็เพิ่งทราบว่าชื่อนิกเนมของท่าน)
หรือพระครูวรกิตติโสภณท่านได้มอบของที่ระลึกเป็นห่อพลาสติก
ภายในบรรจุด้วยหนังสือธรรมะ
หนังสือประวัติตอนที่ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูวรกิตติโสภณเมื่องานเฉลิมพระชนมพรรษา
5 ธันวาคม 2548 อีกไม่นานท่านก็เป็นเจ้าคุณ ผมกระเซ้าไป
ท่านหัวเราะชอบใจ นอกจากนี้ในห่อพลาสติกยังมีเสื้อโปโลตัวหนึ่ง
และท่านยังได้มอบพระเครื่องเป็นพระนาคปรก
รุ่นยืนเป็นรุ่นใหม่ที่เพิ่งจัดทำขึ้นแจกจ่ายแก่ญาติโยม
ทุกอย่างเสร็จสรรพแล้วเราก็อำลาและขึ้นรถบัสต่อไปยังวัดสระเกศเพื่อนมัสการ
สมเด็จพระพุฒาจารย์หรือสมเด็จเกี่ยว
เป็นการทัวร์วัดที่แท้จริง ผมจะเล่าให้ฟังฉบับต่อไปครับ
.....อ่านต่อ
|