สมเด็จพระเทพฯเสด็จเททองหล่อรูปเหมือนหลวงเตี่ย
เช้าวันที่
6 มีนาคม 2549 เป็นวันสำคัญวันพิธีที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี
มีหมายกำหนดการเสด็จฯทรงเป็นประธานในพิธีหล่อรูปเหมือนพระธรรมราชานุวัตร(หลวงเตี่ย)
ทุกคนเดินทางไปวัดโพธิ์กันแต่เช้า คำว่าทุกคนในที่นี้ไม่เพียงแต่เฉพาะคณะทัวร์ศิษย์หลวงเตี่ยเท่านั้น
ยังมีผู้คนอื่นๆในกรุงเทพฯไปร่วมกันพร้อมหน้า
อาทิเช่นคณะกรรมการบอร์ดวัดไทย
คนไทยที่เคยอยู่ในแอล.เอ.แต่ปัจจุบันกลับไปใช้ชีวิตที่เมืองไทย
บรรดาอาจารย์ที่เคยมาสอนวัดไทย
นักเรียนที่นำการแสดงมาเปิดแสดง
ฯลฯ
จึงได้พบเห็นผู้คนหลากหลาย
แต่งชุดไทย
สวมชุดสากลสีเข้มเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย
เพื่อเข้าเฝ้า
ในช่วงแรกพลเอกชวลิต
ยงใจยุทธและคุณหญิงพันธ์เครือ
ยงใจยุทธ เดินทางมาทำหน้าที่เริ่มบวงสรวงในพิธีพราหมณ์ซึ่งวันนั้นพระราชครูวามเทพมุนี
แห่งโบสถ์พราหมณ์เสาชิงช้ามาเป็นเจ้าพิธี
เสร็จแล้วพลเอกชวลิตก็ขึ้นบนโบสถ์เพื่อเตรียมรับสเด็จ
เช้าวันเดียวกันนั้นบรรดาผู้จะขึ้นรับพระราชทานของที่ระลึกจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระ
เทพฯขึ้นไปซ้อมใหญ่บนโสบถ์สถานที่จริงที่จะรับ
เรียกว่าเอางาน สตรีต้องถอนสายบัว
หากเป็นผู้สูงอายุถอนลำบากก็ให้ยืนโค้งทำความเคารพ
เป็นใช้ได้ ผมกระเซ้าไปว่าการถอนสายบัวหากถอนไม่ดีนั้นจะออกมาในรูปของการถอนสายใย ต้องระวังกัน
เล่นเอาพี่ป้าและคุณน้าทั้งหลายหัวเราะกันครืน
คณะที่ขึ้นไปรับมีทั้งหมดกว่า
50 คน ทั้งที่ไปจากแอล.เอ.และคนไทยในประเทศไทย กฎ เกณฑ์จะเข้ารับมี
2 ประการ คือ
1.ถวายเงินเพื่อเสด็จพระราชกุศล
50,000 บาท หรือ
2.เป็นผู้ทำคุณความดีให้กับวัดไทยตามที่กรรมการวัดเห็นชอบ ผมก็มีชื่ออยู่ในนั้นด้วยคงอยู่ในข่ายประการที่
2 เมื่อมีรายชื่อก็ต้องไปรายงานตัวเพื่อลงชื่อถ่ายภาพ-รับภาพ-รับดอกไม้ต้องกลัดบริเวณปกเสื้อในช่วงเข้าเฝ้ารับของที่ระลึก
นอกจากนี้ยังได้รับบัตรให้ไปแลกหนังสือเล่มขนาดใหญ่อีก
1 เล่มชื่อหนังสือตุ๊กตาศิลาจีนของวัดโพธิ์แจกในงานที่ระลึกครั้งนี้
หลังจากสมเด็จพระเทพฯเสด็จประทับบนโบสถ์แล้ว
พลเอกชวลิต
ยงใจยุทธ ก็เป็นผู้กล่าวถวายรายงานความเป็นมาเกี่ยวกับพิธีเททองหล่อรูปเหมือนหลวงเตี่ย เสร็จจากนั้นพระองค์เสด็จลงบริเวณพิธีเพื่อทรงเททอง แล้วเสด็จกลับขึ้นประทับบนโบสถ์
ภาพของพระองค์ที่ทรงเททองผมไม่มีเพราะผมขึ้นนั่งอยู่บนโบสถ์ ส่วนกระเป๋ากล้องได้ฝากคุณพี่นฤมล
นุตสถิตย์
ซึ่งไปร่วมงานด้วยถือไว้ให้และได้รับมาในภายหลัง อย่างไรก็ตามก่อนหน้าและหลังจากนั้นผมเก็บภาพผู้คนที่ไปร่วมงานไว้หลายภาพดังที่ได้นำมาลงให้ท่านผู้อ่านเห็น
พระสงฆ์ผู้ใหญ่ที่ไปร่วมงานมีมากมายหลายรูปเท่าที่ผมเห็นและจำได้อาทิเช่นสมเด็จพระพุฒาจารย์
(สมเด็จเกี่ยว)
ประธานคณะผู้ปฎิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช,
พระพรหมวชิรญาณ
กรรมการมหาเถรสมาคม,
เจ้าอาวาสวัดยานนาวา
กทม. เป็นต้น
คุณสุรพงษ์(โกมะ)ชิโนทัยกุล
เป็นผู้กล่าวเบิกตัวผู้ที่จะเข้ารับพระราชทานของที่ระลึก โดยเรียงตามตัวอักษรชื่อเริ่มจาก
ก.ไก่ ไปเรื่อยจนครบ
ของที่ระลึกที่รับจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพฯนั้นเหมือนกันทุกคนเป็นกล่องกำมะหยี่สีม่วงแก่
ภายในเป็นเหรียญ,รูปหล่อและเข็มกลัดหลวงเตี่ย
รวม 3 ชิ้น
หลังจากนั้นสมเด็จพระเทพฯเสด็จกลับคณะกรรมการไปส่งเสด็จฯ คณะที่อยู่บนโบสถ์ต่างทยอยลงมาส่งเสด็จ แล้วคณะก็ลงไปพบกับคนอื่นๆที่อยู่ในบริเวณพิธีด้านล่าง
หลายคนที่ไม่ได้พบกันมานานก็แสดงความยินดีต่อกันอาทิเช่นท่านศักดิ์สิทธิ์
ศรีสอน อดีตกงสุลใหญ่แอล.เอ.และอดีตเอกอัครราชทูต
ปัจจุบันสมัครส.ว.กรุงเทพฯ
คุณจรัล ศศะสมิต
อดีตนายกสมาคมไทย
ปัจจุบันไปเป็นเขยสุพรรณ
เฮียตี๋ ลีนวู้ดหรือคุณสมชาย
จุนเจือทรัพย์
ขณะเดียวกันพี่หมอสมชาติ-
พี่เฉลียว
ไชยเวช เดินทางลงมาจากเชียงใหม่ก็มาร่วมในพิธี
เป็นต้น
วันนั้นมีอาหารกลางวันบริการอีก
ก่อนที่คณะจะเดินทางไปยังวัดพิกุลทอง
สิงห์บุรี
แต่ละท่านก็เปลี่ยนเครื่องแต่งกายจากชุดไทย
ชุดสากล หันมาสวมใส่เสื้อผ้าสบายๆเพราะอากาศมันร้อน ช่วงเช้ายังเห็นกันเป็นทองห่อผ้าขี้ริ้วพอถอดชุดออกกลายเป็นผ้าขี้ริ้วห่อทอง กันไปหมดทุกคน
( ฉบับหน้าไปวัดหลวงพ่อแพหรือวัดพิกุลทอง).....อ่านต่อ
|