ขณะนั่งพักบนน.16 อันเป็นที่ประดิษฐานอัฐิหลวงเตี่ยเพื่อรอเวลาเคลื่อนขบวน
วงโยธวาทิตโรงเรียนพาณิชย์การตั้งตรงจิตรเตรียมพร้อมก่อนนำขบวน
 
พระราชธรรมวิเทศนำขบวนหลังจากวงเชิญอัฐิหลวงเตี่ยลงจากที่ประดิษฐานเพื่อนำไปทำพิธีบนพระอุโบสถ
 
คณะที่เดินทางไปร่วมมีทั้งผู้สูงอายุและลูกศิษย์ลูกหาที่เคารพรักหลวงเตี่ย
 
 
 
 
กลุ่มนี้อยู่ในรถคันเดียวกันที่ผู้เขียนร่วมไปด้วยอาทิเช่นกิจจา คุณาธรรม,วราภรณ์ เกษมศิลป์ เป็นต้น
ซ้ายคือรองปลัดกระทรวงวัฒนธรรมมาร่วมด้วยโดยเดินคู่กับ สรุพงษ์ ชิโนทัยกุล ประธานคณะทัวร์ 
 
   
   
 
วงโยธวาทิตจากพาณิชยการตั้งตรงจิตรกำลังนำเข้าสู่พระอุโบสถ
   
การเชิญอัฐิหลวงเตี่ยที่บรรจุในเจดีย์เล็กใช้นักศึกษานุ่งชุดราชปะแตนแห่ด้วยเสลี่ยง
   
 
   
   
 
คณะกำลังรอทำพิธีบนพระอุโบสถวัดโพธิ์ โดยมีคณะกรรมการบริหาร,กรรมการบอร์ดตลอดจนแขกผู้มีเกียรต
   
ในระหว่างทำพิธีบนอุโบสถ พระสงฆ์ 10 รูปสวดมาติกาบังสุกุล
   
 
   
   
มุมหนึ่งของแขกผู้มีเกียรติไปร่วมในพิธีบนพระอุโบสถ
หลังจากพระสงฆ์สวดเสร็จ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้ถวายจตุปัจัจัย
 
   

     
คนเก่าแก่ของแอล.เอ.ที่2-3 จากขวาคุณพิชัย ประทุมรัตน์และภรรยาก็ไปร่วมงานโดยถ่ายภาพร่วมกับแขกอื่นๆ
เล็ก ติงลี่,ลูกชาย,กิจจา-รัชดา คุณาธรรม,วิจิตรา กาญจนทัพพะ ถ่ายภาพร่วมกันหลังขบวน
 

แห่อัฐิหลวงเตี่ยขึ้นโบสถ์

 เช้าวันรุ่งขึ้นคือวันที่ 5 มีนาคม ขบวนรถออกจากโรงแรมแต่เช้าตรู่ตรงไปยังวัดโพธิ์ท่าเตียนหรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม คณะมีกำหนดไปร่วมงานแห่อัฐิของพระธรรมราชานุวัตร(หลวงเตี่ย)จากคณะ 16 อันเป็นที่ประดิษฐานกระดูกหลวงเตี่ยเพื่อนำขึ้นพระอุโบสถอันถือเป็นมณฑลพิธี เมื่อไปถึงคณะได้รับการจัดให้นั่งรอเวลาบนกุฏิ ซึ่งเมื่อ 2 ปีที่แล้วผมก็เคยมาครั้งหนึ่ง ในคราวคณะนักเรียนโรงเรียนวัดไทยเดินทางกลับไปเยือนแผ่นดินแม่ 

 ครั้นได้เวลาแล้ว ก็มีวงโยธวาทิตของโรงเรียนพาณิชย์การตั้งตรงจิตร ที่อยู่ติดกับวัดมาทำหน้าที่นำขบวน ในขบวนยังมีลูกชายของเล็ก ติงลี่ ร่วมอยู่ด้วย ผมจึงมองว่า”ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น”เพราะ เล็กหรือศุภชัย จิวะไพบูลย์ศักดิ์ ก็เป็นนักดนตรีวงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม อันเป็นโรงเรียนเดิมที่ผมเรียนมาก่อน   

 เมื่อแห่เสร็จทุกคนขึ้นไปนั่งบนโบสถ์เพื่อทำพิธี มีพระสงฆ์ 10 รูปมาสวด คณะของเราก็กระจายอยู่บนโบสถ์ จนกระทั่งเสร็จพิธี ทุกคนจึงลงไปรับประทานอาหารกลางวันที่จัดไว้บริเวณรอบโบสถ์ ผู้คนมากมายเพราะมีทั้งศิษย์ที่เดินทางไปจากแอล.เอ.และศิษย์หลวงเตี่ย ตลอดจนญาติพี่น้องและหลานๆในกรุงเทพฯไปร่วมงานกัน อาหารการกินพร้อมและสมบูรณ์มาก ละลานตา แต่ผมรับประทานเพียงก๋วยเตี๋ยวเพราะรอบเช้ารับมาแล้วจากโรงแรม

  ตามกำหนดพวกเราจะต้องอยู่ถึง 6 โมงเย็นเพื่อรับอาหารเย็นด้วย  ผมเองคงไม่รอถึงเย็นแน่ ซึ่งในที่ประชุมก็ให้เวลาว่าใครจะไปทำธุรกิจส่วนตัวบ้างก็ได้ แต่ขอให้พร้อมในวันรุ่งขึ้นคือวันที่ 6 มีนาคมอันเป็นวันพิธีใหญ่ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีจะเสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีเททองหล่อรูปเหมือนหลวงเตี่ย

 เสร็จจากพิธีและรับประทานอาหารแล้ว เรายังได้พบกับคุณพิชัย ประทุมรัตน์ อดีตท่านเคยเป็นหัวหน้าวงดนตรีไทยเดิมของวัดไทย ปัจจุบันอายุจะ 80 ปีหรือกว่าแล้วกระมังกลับไปใช้ชีวิตที่เมืองไทย ท่านมาพร้อมกับภรรยา ทำให้คิดถึงลูกสาวท่านคนหนึ่งที่เรารู้จักกันคือคุณตึ๋งหรือ พรทิพา ประทุมรัตน์ ทราบว่าทุกวันนี้ใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยหรือยังไงไม่ทราบ

 หลังจากนั้นประมาณเที่ยงเศษๆ ผมก็ชักไม่ไหวอยากกลับโรงแรม จึงชวนพรรคพวกคือคุณธงชัย วินัยธรรมและคุณพิมลมาศ ผิวนวล กลับไปพักผ่อนที่โรงแรมโดยเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่เชิงสะพานซังฮี้ฝั่งธนฯ ก่อนกลับผมต้องรายงานให้หัวหน้าทีมในขบวนรถทราบคือคุณนิด วราภรณ์ เกษมศิลป์ เพื่อจะให้เธอทราบว่าไม่ต้องรอ รถบัสจะไปไหนก็ไปได้

 ผมกลับโรงแรมแล้วก็ให้น้องมารับไปบ้านบางเขนเพื่อสังสรรค์กันตามประสาพี่น้อง ครั้นได้เวลาดึกแล้วค่อยให้เขาไปส่งที่โรงแรมเพื่อเตรียมตัวร่วมงานในวันรุ่งขึ้น ส่วนคนอื่นๆบางรายก็ไปทำผม เสริมสวย บางรายไปสังเกตการณ์ที่สนามหลวงเพื่อดูกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมประท้วง บางคนก็ไปร่วมบริจาค บางรายบอกว่าซื้อน้ำและผลไม้ไปแจก ก็ทำกันตามใจที่ปรารถนา

 มีเรื่องเล่าอยู่หน่อยเกี่ยวกับรถบัส ใครเป็นคนขึ้นรถช้าหรือเป็นคนสุดท้าย เมื่อขึ้นมาจะได้รับการปรบมือให้เกียรติ คุณสำเภา –คุณจารุณี พงษ์เวช ดูเหมือนจะโดนบ่อยกว่าคนอื่น ผมเองก็โดนบ้าง ทราบว่าคณะในรถเตรียมจ้องเล่นผมอยู่เหมือนกัน ทั้งๆที่ผมไม่ได้ช้าเพียงแต่ว่ามีการจ้อง”แค้นนี้ต้องชำระ”

 รถคันที่ผมนั่งเป็นรถคันแรกส่วนใหญ่เป็นผู้อาวุโสคือประเภท 50 ขึ้นไป  แต่คันอื่นๆประเภท 60 ขึ้นไปก็มีนะครับอย่าได้ดีใจ

 มาเที่ยวนี้ครูแดงหรือครูรุ่งฤดี ธนสุกาญจน์ ไม่ค่อยได้เล่าเรื่องตลกให้พวกเราฟังเท่าไรนัก แต่การพูดคุยเรื่องตลกๆยังมีอยู่  จากนั้นวันหนึ่งผมก็เริ่มเรื่องว่า ไหนๆเราก็เดินทางมาเรื่องพระสงฆ์องค์เจ้าแล้วก็ควรจะมีตลกเกี่ยวกับพระบ้าง จะได้ทำให้ไม่เหงากัน

 เรื่องมีอยู่ว่าหลวงพ่อที่วัดแห่งหนึ่งปีนขึ้นไปเก็บมะม่วง ที่ต้นมะม่วงในวัด จากนั้นก็มีแม่ชีเดินผ่านใต้ต้นมะม้วง มองขึ้นไป เห็นหลวงพ่อกำลังปีนป่ายอยู่และคงเห็นเต็มตาก็อุทานออกมา “อุ๊ย เปรต”

จากนั้นแม่ชีก็ขึ้นกุฎิของตัวเองไป

 ตกดึก บริเวณหน้าประตูกุฎิที่แม่ชีจำศีลอยู่นั้นก็มีเสียงเคาะประตู

 แม่ชีถามว่า “ใครนั่น”

 “หลวงพ่อ เอง”

 “มาทำไมดึกๆดื่นๆ”แม่ชีถาม

 “ก็จะเอาเปรต มาลงนรก” หลวงพ่อตอบกลับไป (อ่านต่อฉบับหน้า).....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping