มุ่งกรุงเก่าอยุธยา-หาอาจารย์ตี๋
ไปถึงเช้าวันที่ 4 มีนาคม 2549 ขึ้นนอนโรงแรมได้ไม่นานก็ถูกปลุกลงมา บางท่านไปรับประทานอาหารเช้า บางท่านก็ยังไม่ได้นอนถือโอกาสเดินทางต่อกันไปเลย
รถออกจากโรงแรมรอยัล ริเวอร์ เชิงสะพานซังฮี้ฝั่งธนเวลา 10 น.เพื่อตรงไปอยุธยาตามกำหนดการใหม่
ตอนแรกวันนี้จะเป็นวันหยุดพัก ไม่มีโปรแกรมของทัวร์ศิษย์หลวงเตี่ยไปไหน
แต่เมื่อปรับปรุงใหม่ก็มีโปรแกรมเข้ามา
เช้าวันนั้นผมลงมากินข้าวเช้าก็พบกับคุณพงษ์ศักดิ์ บุญชื่น
หรือพี่เทิ่งที่ปรึกษามารออยู่หน้าล้อบบี้โรงแรมเรียบร้อย จึงได้สนทนาและแนะนำให้รู้จักกับคณะหลายคน
บางท่านก็เคยพบกันมาแล้วอย่างเช่นคุณสำเภา พงษ์เวช เคยพบกันที่ทำการพรรคชาติไทยเมื่อ
2 ปีที่ผ่านมา จึงจำกันได้
ขบวนรถที่ได้รับบริการจากกรมการขนส่งทหารบกออกเดินทางไปยังจังหวัดพระ
นครศรีอยุธยา เพื่อนมัสการหลวงพ่อใหญ่วัดพนัญเชิง ที่นั่นผมได้พบกับอาจารย์ตี๋หรือพระครูวินัยธรสุวิชัย
ฐิตายุโก หลายท่านในสหรัฐคงรู้จักดีเพราะท่านเดินทางมาโปรดญาติโยมอยู่บ่อยครั้ง
ท่านอยู่ในระดับเกจิรูปหนึ่งที่มีความแม่นยำในเรื่องการทักทาย
ทำนายต่างๆ รวมทั้งมีของดีประเภทเครื่องรางของขลังอีกด้วย
ท่านมารอรับหลัง จากคณะไหว้พระเสร็จท่านก็นำคณะตรงไปยัง
วัดป้อมใหญ่ อยุธยาที่ท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่
ไปถึงไม่ต้องพูดพล่ามลงมือรับประทานอาหารกลางวันที่นั่นเลย
ระหว่างที่ผมนั่งร่วมโต๊ะอยู่กับคุณสำเภา-คุณจารุณี พงษ์เวชและคุณพงษ์ศักดิ์
บุญชื่น อยู่นั้นก็มีโอกาสได้สนทนาวิสาสะกับคุณองอาจ เครือประเสริฐ
ผู้สื่อข่าวไทยรัฐที่ไปดักพบคณะที่วัดพนัญเชิง ก็มีการพูดคุยกันถึงเรื่องเก่าๆในวงการหนังสือพิมพ์ระหว่าง
2 ผู้อาวุโส
แล้วสักพักก็มีเสียงตะโกนขึ้นมาว่าช่วยด้วย คนเป็นลมหันไปทราบว่าคุณครูทิพรัตน์ เหมทานนท์
(ครูทิพย์)ซึ่งนั่งอยู่โต๊ะเดียวกับคุณธงชัย วินัยธรรม ทำให้ต้องเรียกหาพยาบาลที่ไปด้วย
คุณจารุณีไปทำหน้าที่พยาบาล ทำให้โต๊ะอาหาร 2 โต๊ะต้องกระจายไปด้วย
ทราบว่าอาการร้อนอบอ้าวมาก จากแอล.เอ. 50 เศษไปถึงเมืองไทย
80 เศษ ทุกอย่างก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
ต่อมาพวกเราได้ร่วมกันทอดผ้าป่าสามัคคีรวบรวมปัจจัยถวายวัดอาจารย์ตี๋ได้
6 หมื่นบาทเศษ อาจารย์ตี๋พร้อมพระสงฆ์ก็สวดรับ พร้อมกับแจกพระขุนแผนให้แต่ละคนเพื่อเป็นเมตตามหานิยม
ในระหว่างนั้นผมบอกว่า พี่แขกหมายถึงคุณธงชัย วินัยธรรม ไม่ต้องหยิบก็ได้มั้ง เพราะเป็นขุนแผนอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ทำให้คุณพิมลมาศ ผิวนวล ที่เดินทางไปด้วยถึงกับบอกว่าใช่
...ใช่เลย ไม่ต้องหยิบก็ได้เดี๋ยวจะไปเพิ่มพลังขุนแผนอีก
มีการถ่ายภาพร่วมกันก่อนที่จะอำลาเพราะเราต้องเดินทางไปยังวัดวรเชษฐาเพื่อนมัสการพระอัฐิของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชซึ่งได้บรรจุไว้ในเจดีย์
วัดนี้เป็นวัดร้างเหลือแต่เจดีย์ที่ตระหง่านอยู่ อาจารย์ตี๋ได้เชิญเจ้าพิธีซึ่งเป็นข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรมที่อยู่ในจังหวัดอยุธยามาดำเนินการ
เพื่อโชคชัย พิธีใช้เวลาประมาณ
1 ชั่วโมง และที่วัดนี้เราก็ได้พระเครื่องบูชาอีกเป็นหลวงปู่ทวดวัดช้างไห้
จังหวัดปัตตานี
ต่อมาคณะเดินทางไปยังวัดพระนอน
แต่ผมไม่ได้ลงไปดูเพราะเดินทางกลับครั้งก่อนก็เคยลงไปดูแล้ว
เป็นพระนอนขนาดใหญ่ เหตุที่ไม่ลงไปเพราะอากาศร้อน อยู่บนรถมีเครื่องปรับอากาศ
คณะของเราต้องเร่งรีบเพราะมีนัดอาหารเย็นโดยมีพลเอกชวลิต
ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพให้ที่โรงแรมเอเชีย พร้อมกับเตรียมตัวไปพบกับคณะกรรมการบอร์ดที่ประชุมอยู่โรงแรมเอเชียด้วย
ระหว่างทางนั้นเราก็มีการถกเถียงกันว่าเราจะไปศูนย์ศิลปาชีพต่อหรือไม่
เพื่อที่จะได้เอาเงินในกระเป๋าที่หลายคนคันๆอยากจะใช้ไปซื้อหาสินค้าที่ถูกใจ บางคนบอกว่าควรกลับกรุงเเทพฯเพื่อไปอาบน้ำอาบท่าจะได้ไปงานเลี้ยงแบบสบายกายหน่อย ในที่สุดตกลงว่าทางเจ้าภาพเขาไม่แคร์หลอกว่าเราจะนุ่งอะไรไป ทุกคนก็ตกลงไปศูนย์ศิลปาชีพ
คงจะเป็นเพราะโชคยังเข้าข้างคนอยากจะกลับโรงแรม
ช่วงนั้นใกล้ 16 น.แล้วได้รับแจ้งว่าศูนย์ศิลปาชีพจะปิดเวลา
16.30 น.คงไปไม่ทัน ทำให้คนที่อยากกลับโรงแรมโล่งใจเพราะคณะของเราบึ่งกลับโรงแรมเพื่อไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
และกลับออกมาโรงแรมอีกครั้ง
คืนนั้นเราได้พบกับคณะกรรมการบอร์ดวัดไทยหลายคน
คนแรกโกยีหรือคุณปราโมทย์ ติลกมนกุล เข้ามากอดแสดงความยินดีที่ไม่ได้พบกันนาน ผมยังได้สนทนากับพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
ถึงเรื่องการเมืองที่กำลังเกิดการประท้วงขึ้น มีการฟื้นความหลังเล็กน้อยในบางเรื่อง
พี่จิ๋ว ถึงกับหัวเราะ(เรื่องอะไรขออุบไว้ก่อน)
เรื่องราวจะเป็นอย่างไร
ทำไมบอร์ดมีมติเลือกโกมะ- คุณสุรพงษ์ ชิโนทัยกุล เป็นกรรมการบอร์ดแทนคุณประสงค์
ผมจะเล่าให้ฟังฉบับหน้าครับ โปรดติดตาม .....อ่านต่อ
|