กลับเมืองไทย-ไปงานหลวงเตี่ย
ระหว่างวันที่ 2-12 มีนาคมผมเดินทางกลับเมืองไทยไปกับคณะทัวร์ศิษย์หลวงเตี่ย
หรืองานเททองหล่อรูปเหมือนพระธรรมราชานุวัตร อดีตประธานบอร์ดวัดไทยแอล.เอ.และอดีตหัวหน้าสงฆ์วัดไทยแอล.เอ. ท่านมีคุณูปการใหญ่หลวงต่อวัดไทยและวัฒนธรรมไทยที่มาปักรากในสหรัฐอเมริกา
ประการหนึ่งเรื่องของการพัฒนาวัดไทยให้สมบูรณ์แบบ ประการหนึ่งการนำคณะครูจากคณะครุศาสตร์จุฬาฯมาเปิดสอนหนังสือเด็กนักเรียนเยาวชนไทยที่เกิดและเติบโตในสหรัฐ
ดังจะเห็นได้จากเด็กนักเรียนหลายคนที่เติบโตขึ้นมาใช้ภาษาไทยได้อย่างแข็งแรง ประการหนึ่งหลวงเตี่ยมาอยู่ที่นี่ก็มาหว่านความรักความเคารพให้กับบรรดาศานุศิษย์ และในทางตรงข้ามคนไม่ชอบหลวงเตี่ยก็มี
จนกลายมาหว่านความชังไว้ให้กับคนบางคน
แต่เมื่อรวมความแล้วมีความรักมากกว่าความชัง เป็นปฏิภาคกับสุภาษิตไทยที่ว่าคนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ
คณะทัวร์ศิษย์หลวงเตี่ยมีโกมะหรือคุณสุรพงษ์ ชิโนทัยกุล
เจ้าของตลาดบางรักและสนามหลวงนอร์ธ ฮอลลีวู้ดเป็นประธาน โกมะบอกว่าความจริงแล้วมีการเลือกพี่ตุ๊หรือคุณบุญเลิศ
บุญศุขะ เป็นประธานจัดงาน แต่พี่ตุ๊ไม่รับจึงมาลงที่เขา
คงจะเป็นผลานิสงส์ของผมเหมือนกันที่โกมะเชิญผมไปด้วย ผมบอกว่าผมเพิ่งกลับมาจากเมืองไทยได้ไม่นานให้คนอื่นไปแทนได้ไหม โกมะบอกว่าไม่ได้ ผมไม่ไปก็ไม่ต้องมีตัวแทน งานนี้จึงปฏิเสธยากและไม่อยากปฏิเสธ (อย่าหาว่าผมต้องการของฟรีร่ำไปนะครับ
เพราะผมเป็นแขกของโกมะ ผมถือคติว่ากับแกล้มไม่ต้องเป็นของไม่ดี หมดเปลืองใช่ที่ถ้ามีก็เอา)
ดังที่ได้เสนอข่าว ตลอดจนภาพข่าวฉบับที่แล้วให้ผู้อ่านได้อ่านได้เห็นกัน
ผลานิสงส์นี้ก็เกิดขึ้นกับโกมะเช่นกันเมื่อคณะกรรมการบอร์ดวัดไทยประชุมกันที่โรงแรมเอเชียแล้วแต่งตั้งให้โกมะเป็นบอร์ดทำหน้าที่แทนคุณประสงค์
สุวรรณพานิช ที่ลาออกเพราะมีเวลาไม่พอให้กับงาน โดยรับตำแหน่งเหรัญญิกไปด้วย
ระหว่างเราลงเรือกลับจากบริโภคอาหารที่ร้านบ้านคุณแอ๋ว ในเกาะเกร็ด นนทบุรีนั้นคุณวิริยา ชิโนทัยกุล
ตะโกนอยู่ด้านล่างของเรือว่า โกมะ
ออกไป,โกมะ ออกไป (เล่นมุขเดียวกับไล่ทักษิณเปี๊ยบเลย) ทราบว่าเธอไม่อยากให้โกมะรับตำแหน่งมากขึ้น
ข้อนี้ไปสอบถามกันเอาเองนะครับ เรื่องนี้เป็นสีสันและเครื่องเคียงที่ผมนำมาเล่าให้ฟังเล็กๆน้อยๆ
เข้ามาสู่การเดินทางด้วยสายการบินไชน่า แอร์ไลน์วันที่
2 มีนาคม 2006 เมื่อไปถึงสนามบินก็เจอปัญหาน้ำหนักเครื่องเกินจะต้องบินต้านแรงลมมาก ทางสายการบินก็มาแจ้งแก่ผู้โดยสารว่าหากใครจะเดินทางเที่ยวต่อไปพร้อมกับนำกระเป๋าลงไปด้วยจะให้รายละ
400 ดอลลาร์ คณะของเราเห็นเงินแล้ว
"ตาโต"เหมือนกันครับ หลายรายยอมที่จะเดินทางเที่ยวต่อไปเพราะยังไง
400 ก็อยู่ในกระเป๋าแน่ๆ -เขาว่ากันยังงั้น
งานนี้ไม่ละเว้นเศรษฐีอย่างคุณโอฬาร บุญรักษ์ (เจ้าพ่อลิคเคอร์ที่เข้ามาแทนนายทองดี
สุขเดช)
เอาด้วย 400 ดอลลาร์ ในวันที่เขาตามไปติดๆนั้นเขาออกตัวกับผมว่า กูเพิ่งเลี้ยงคนไป 250 ก็เหลือนิดหน่อย ผมไม่ทราบว่าเขาเลี้ยงใคร
ไม่มีการอ้างอิงที่ชัดเจนเท่าไหร่นัก
แต่หากคิดให้ดี คิดให้สวยงามผมว่าบุคคลในคณะของเรากว่า
10 คนนี้เป็นผู้เสียสละนะครับ คือการที่น้ำหนักเกินจะทำให้เครื่องบินเสียการทรงตัวและอาจเกิดอุบัติเหตุได้เหมือนกัน
ที่สายการบินนำกระเป๋าลงไปด้วยนั้น คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็พลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วยเพราะเขายกลงทั้งคอนเทนเนอร์
คนหนึ่งก็คุณอุไร เรือนพรหมไปถึงโรงแรมแล้วกระเป๋าเสื้อผ้าไม่มี
อีกทั้งคุณกิจจา คุณาธรรมและภรรยาก็ไม่มีเสื้อผ้า จึงเห็นคุณกิจจาใส่ชุดเก่าไปกับพวกเรา
คนตรังกลายเป็นคนเมืองไชยาก็คราวนี้ใครคนหนึ่งพูดขึ้นบนรถ คุณกิจจาหันมามองแล้วถามว่าหมายความว่ายังไงอั๊วอยู่ตรังดีๆทำไมต้องไปอยู่ไชยา
ใครคนนั้นตอบขึ้นว่าไชยาเป็นเมืองที่ทำไข่เค็มมากนะโว้ย เล่นฮากันครืน
การไปทัวร์คราวนี้นอกจากจะสนุกสนานแล้วผมเรียกว่าทัวร์เอาบุญครับ
เพราะไปมาหลายวัดมาก ตั้งแต่ต้นจนจบ
ฉบับต่อไปผมจะเล่าให้ฟัง....อ่านต่อ
|