อุตรดิตถ์-ดินเนอร์ริมแม่น้ำ
ยังไม่ได้บอกท่านเลยว่าคำขวัญของจังหวัดอุตรดิตถ์
เรียกกันอย่างไรมีดังนี้ครับ
เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง
เมืองลางสาดหวาน
บ้านพระยาพิชัยดาบหัก
ถิ่นสักใหญ่ของโลก เป็นภาพสะท้อนอันแท้จริงและดั้งเดิมของจังหวัดนี้
กล่าวสำหรับเขื่อนสิริกิติ์เป็นเสน่ห์ด้านการท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดอุตรดิตถ์
ชื่อก็เป็นมงคลเพราะเป็นชื่อของ
สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถที่พสกนิกรไทยทราบกันดี อีกทั้งยังมีชื่อด้านอื่นๆอาทิเช่นเป็นบ้านเกิดของพระยาพิชัยดาบหักทหารเอกของพระจ้าตากสิน มีเมืองลับแลที่เล่าขานกันมานานแต่โบราณ ปัจจุบันอำเภอนี้เป็นแหล่งปลูกพืชผักผลไม้มีชื่อของจังหวัดทั้งทุเรียน
ลาง สาด
เมื่อเดินทางมาถึงเราจึงได้ยินคำว่าลางสาดเกมส์ หรือการแข่งขันกีฬา
ยังมีอีกหลายอย่างเช่นบ่อเหล็กน้ำพี้
ชื่อดัง
เราขึ้นจากเรือเพื่อไปร่วมงานดินเนอร์ซึ่งคุณปิยะ
เคนขยัน ได้จัดเตรียมต้อนรับ ในคืนนั้นมีผู้ใหญ่ของจังหวัดมาร่วมนับตั้งแต่
ร.ต.ท.อุปฤทธิ์
ศรีจันทร์
ผู้ว่าราชการจังหวัด ท่าน จักริน
เปลี่ยนวงษ์
รองผู้ว่าราชการจังหวัด
ตลอดจนข้าราชการฝ่ายต่างๆ
สมาชิกชมรมสื่อมวลชนอุตรดิตถ์
เป็นต้น
งานคืนนั้นจัดขึ้นที่ริมห้องอาหารของเขื่อนสิริกิติ์ด้านติดริมแม่น้ำน่าน
บรรยายกาศจึงสดสวยและสวยงาม
ราตรีนั้นยังประดับด้วยวงดนตรีที่สั่งมาเป็นการพิเศษ อาหารที่พิเศษก็คือปลาตะโกก อันเป็นปลาน้ำจืดที่เพาะเลี้ยงกันมากในเขื่อนสิริกิติ์ ดังที่ผมเขียนถึงการเพาะเลี้ยงปลาในกระชังบริเวณเขื่อนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นปลาตะโกก
เนื้อนุ่ม
ทำต้มยำปลา
หรือปลาทอดได้ทั้งนั้น
เราค่อนข้างจะล่าช้ากันไปหน่อย
ให้ผู้ใหญ่รอคอย
เมื่อไปถึงก็มีการแนะนำทำความรู้จัก
แต่ละคนก็แยกย้ายโต๊ะนั่งสลับกันเพื่อทำความรู้จักซึ่งกันและกัน โต๊ะที่ผมนั่งนั้นมีผู้ว่าฯอุปฤทธิ์
ท่านเพิ่งย้ายมาอยู่ได้ประมาณ
2 เดือนกระมังและจะออกงานใหญ่ครั้งแรก วันนั้นท่านไม่ดื่มทราบว่าเป็นหวัดอยู่ยังไม่หาย
ดูแล้วท่านค่อนข้างวางตัวเล็กน้อย
อาจเพราะยังใหม่กันอยู่ แต่ก็เป็นกันเอง
หลังจากอาหารเสร็จก็มีการแนะนำขึ้นกล่าว หากใครได้ฟังคืนนั้นก็สะดุ้งเพราะท่านเล่นสื่อแบบตรงไปตรงมาบอกว่าทำไมสื่อต้องทะเลาะกัน
ผมไม่ทราบว่าท่านหมายถึงสื่อในแอล.เอ.หรือสื่ออุตรดิตถ์ ช่วงหลังผมไปสอบถามทราบว่าท่านคงหมายถึงสื่อรวมๆทั้งเมืองไทยทั้งเมืองอุตรดิตถ์
เพราะสื่ออุตรดิตถ์ปัจจุบันมีชมรมสื่อมวลชนฯ
ทั้งหนังสือพิมพ์
วิทยุและเคเบิ้ลทีวี เมืองไทยจึงอุ่นหนาฝาคั่งไปด้วยข่าวสารไม่เหมือนในอดีต
ก่อนหน้าที่คณะของเราไปทราบว่าท่านได้เซ็นอนุญาตให้มีการเปิดบ่อนไก่ได้ ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือว่าการเปิดบ่อนไก่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ ปัจจุบันผู้ว่าฯทุกคนเป็น
CEO ของจังหวัดท่านจึงอนุมัติให้เปิดได้
เท่านั้นล่ะครับทราบว่าถูกสื่ออุตรดิตถ์รุมอัดเอา นี่ก็คงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ท่านไม่ค่อยจะสบอารมณ์สื่อมากนัก
ผมไม่กล้าถามว่าท่านถึงเรื่องของบรรพบุรุษ เพราะบรรพบุรุษของท่านน่าจะเคยมีส่วนสร้างประวัติศาสตร์สมัยกบกฎร.ศ.
130 ซึ่งร้อยเอกเนตร
พูนวิวัฒน์และร้อยตรีเหรียญ
ศรีจันทร์
ตลอดจนคณะกบฎร.ศ.130
ในสมัยรัชกาลที่
5 ก่อขึ้นและกลายมาเป็นรากฐานสำคัญประการหนึ่งในการเปลี่ยน
แปลงการปกครอง
พ.ศ.2475 ต่อเนื่องมาถึงเหตุการณ์
14 ตุลาคม 2516 ,เหตุการณ์
6 ตุลาคม 2519 และเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ
ประวัติศาสตร์ด้านความไม่พอใจต่อการปกครองของประชาชนจะต่อเนื่องและเกิดเสมอมาเป็นเส้นทาง ดังนั้นกรณีที่คุณสนธิ
ลิ้มทองกุล
เคยบอกว่าจะรวมตัวประชาชนและทำให้เหตุการณ์
14 ตุลาคม เป็นของเล่นแบบเด็กๆนั้น ผมคิดว่าน่าจะถอนคำพูด การพูดเช่นนั้นเป็นการดูถูกคนในอดีตที่ร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมา
ทุกคนต้องศึกษาประวัติศาสตร์ หากดูถูกประวัติศาสตร์แล้ว
ก็เหมือนดูถูกบรรพบุรุษของตัวเอง
ผมคิดว่าพวกเขาไปได้ไม่ไกล
หรือไม่ไปไหนหรอกครับ เราต้องคิดเสมอว่ากว่าเราจะมายืนบนจุดนี้ได้ เราผ่านอะไรมาบ้าง
เราเดินเหยียบซากศพของใครขึ้นมาบ้าง
ผมก็ไม่ได้อัดเทปคำพูดของท่านผู้ว่าฯอุปฤทธิ์ไว้ มีคนไปถามท่านว่าท่านพูดแรงๆแบบนั้นไม่คิดว่าคณะฯจะไม่พอใจหรือ
ท่านอุปฤทธิ์ตอบตรงไปตรงมาว่า ไพสันติ์มันรุ่นน้องผมเอง ครับผมก็ชอบตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ท่านพูดออกมาจากใจจริง ไม่มีเสแสร้งเห็นยังไงก็ว่ากันไปแบบนั้น ผมไม่ได้โกรธเคืองอะไร
แต่สื่อมวลชนในอุตรดิตถ์จะฉุนๆหรือไม่ผมไม่ทราบ
เท่าที่ผมศึกษาประวัติท่านอุปฤทธิ์เรียนจบรัฐศาสตร์
ธรรมศาสตร์(สิงห์แดง)จากนั้นก็มาจบปริญญาโทรัฐบริหารรัฐกิจ
(MPA)ที่ Middle Tennessee State University รัฐเทนเนสซี่
สหรัฐอเมริกา อีกสักปีสองปีท่านก็คงปลดเกษียณ
เว็บไซท์ของจังหวัดอุตรดิตถ์อยู่ที่
http://www.uttaradit.go.th/ ขอเชิญเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้
คืนนั้นผมยังได้พบกับคุณบรรพต
สีหอำไพ ประธานชมรมสื่อมวลชนอุตรดิตถ์สอบถามว่าเป็นอะไรกับอาจารย์บำรุงสุข
สีหอำไพ ผู้ก่อตั้งแผนกอิสระสื่อสารมวลชน
จุฬาฯ ก่อนจะยกฐานะขึ้นเป็นคณะนิเทศศาสตร์ในปัจจุบัน
คุณบรรพตตอบว่าเป็นหลาน คุณบรรพตเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์เสียงชาวบ้านของอุตรดิตถ์
ออกเป็นรายล็อตเตอร์รี่
ที่จริงคือรายปักษ์ออกทุก
14 วัน หนังสือพิมพ์ต่างจัง
หวัด ส่วนใหญ่จะออกเป็นรายปักษ์ตามการออกสลากกินแบ่งของรัฐบาล
จะมีรายวันอยู่ไม่กี่ฉบับเช่นที่เชียงใหม่และที่โคราช
ท่านอุปฤทธิ์ยังได้มอบรูปปั้นสำริดของพระยาพิชัยดาบหักให้กับคุณพงษ์ศักดิ์
บุญชื่น 1 องค์และมอบให้ผมอีก
1 องค์
ต่อมาคุณสุทิน
ทิวาศาสตร์
เห็นว่าคุณพงษ์ศักดิ์
เป็นลูกหลานเจ้าพระยาพิชัยอยู่แล้ว
ท่านก็อยากได้เป็นเจ้าของ คุณพงษ์ศักดิ์จึงมอบให้
โดยที่คุณสุทินขอตอบแทน
1 หมื่นบาทด้วยการทำบุญเข้ากองทุนบูรณะอำเภอพิชัยผ่านคุณปิยะ
เคนขยัน ซึ่งได้ดำเนินการต่อไป
ส่วนรูปปั้นสำริดของผมได้มอบให้กับคุณเอกสิทธิ์
ศรีพิพัฒน์
ไปเพื่อนำไปสะสมบูชาเพราะเท่าที่ผมทราบที่บ้านของคุณเอกสิทธิ์อยู่นอร์ธ
ฮอลลีวู้ดนั้นมีรูปปั้นบุคคลสำคัญในอดีตมากมาย
คืนนั้นที่โต๊ะอาหารของเรายังมี
ดร.ภาณุ สิทธิวงศ์
รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์
ฝ่ายกิจการต่างประเทศ
(ท่านเป็นศิษย์เก่าจากเท็กซัส)
เรามีหลายเรื่องที่ได้คุยกันและน่าจะเป็นประ
โยชน์ต่อเยาวชนไทยในสหรัฐหากโครงการที่คิดขึ้นทำกันได้ - โปรดติดตามฉบับหน้าผมจะเล่าให้ฟังว่าเราคิดกันอย่างไร
.....อ่านต่อ
|