สนามกอล์ฟเมืองไทยสนามของใคร
หลังจากที่วกไปเวียนมา
2-3 ฉบับในที่สุดเราก็มาถึงวันแข่งขันกอล์ฟสื่อมวลชนวันที่
21 พฤศจิกายน
2548 ที่สนาม Lakewood Country Club มีผู้ร่วมแข่งขันทั้งหมด
88 คนทั้งนายทหาร-ตำรวจ นักธุรกิจและคนในแวดวงสื่อสารมวลชน
สนามแห่งนี้จัดอยู่ในอันดับที่ดี สมาชิกสนามส่วนใหญ่เป็นต่างชาติเช่นญี่ปุ่นและเกาหลี คนไทยก็ระดับมีสตังค์ไปเล่นกัน
อยู่ห่างจากกรุงเทพฯไป
18 กิโลเมตรบนถนนสายบางนา-ตราด
ซึ่งถือว่าไม่ได้ไกลอะไรนัก
ศุภชัย
จิวะไพบูลย์ศักดิ์
หรือเล็ก ติงลี่
ไประดมเจ้าหน้าที่จากสนามทอ.มาเป็นคณะกรรมการ
ส่วนรังสิต
คงจันทร์ เป็นคนวิ่งตามก๊วนเพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้เล่นทุกก๊วน
เราไปกันสายหน่อยเพราะตามกำหนดต้องทีออฟเวลา 06.30 น.เป็นอย่างช้า แต่เพราะรถที่เรานั่งไปเกิดพลัดหลงต้องวิ่งย้อนกลับมาขึ้นทางด่วน ถือเป็นอุบัติเหตุที่ไม่น่าเกิดขึ้นทำให้เสียเวลาไปบ้าง ทำให้ต้องขลุกขลักเพราะรอบบ่ายนั้นธนาคารกสิกรไทยสั่งปิดสนามเพื่อสมนาคุณลูกค้าและผู้มีอุปการะคุณ ทำให้คณะของเราต้องรีบเล่น บางรายหัวเสียเพราะถูกชิงตัดหน้าไปก็มี
เราก็เลยได้ความรู้หลายอย่างในการจัดกอล์ฟไปเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ต้องไปไหว้วานขอความร่วมมือจากหลายฝ่าย เพื่อนบางคนบอกว่าแข่งวันจันทร์จะไปเล่นได้ยังไง บางคนรับปากแล้ว
แต่ติดธุระ เพื่อนผมรายหนึ่งชื่อ ตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ อยู่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ คงจะมีปัญหากับรัฐบาลมาก เมื่อชวนไปเล่นกอล์ฟที่สนามนี้เขาบอกว่า
สนามนี้ไม่ตี
มันเป็นสนามพวกรัฐบาลเขาตอบกลับมา ผมก็เป็นงง แล้วสนามฝ่ายค้านมันมีหรือไม่ ผมก็ไม่ทราบ เราไปจากต่างถิ่น เท่าที่ผมทราบสนามแห่งนี้เป็นของคุณประยุทธ
มหากิจศิริ เจ้าของกิจการเนสกาแฟของเมืองไทยและอีกหลายกิจการ ลูกชายของคุณประยุทธก็ไปเป็นรองโฆษกรัฐบาลทำงานอยู่ทำเนียบ
ชลิต กิตติญาณทรัพย์
กรรมการบริษัทมติชนช่วยคณะของเรา
3 ก๊วน เขาบอกกับผมว่าพี่ๆ
สนามนี้จริงๆแล้วนักข่าวบางพวกไม่ยอมมาเล่นหรอก ทีหลังพี่จะจัดติดต่อผมมาก่อนสิครับ เขาพูด เราก็ได้แต่รับฟังไว้ ชลิตเป็นคนเล่นกอล์ฟมานาน เขาเคยฝากผมซื้อรองเท้ากอล์ฟยี่ห้อ
Footjoy ไปฝากเมื่อประมาณปลายทศวรรษ
1980
จริงๆแล้วเราเกือบไม่ได้เล่นที่สนามนี้ เพราะผู้จัดการสนามบอกว่าไม่มีใครไปคอนเฟิร์ม เอาละซีจะทำยังไงได้ ผมก็ต้องใช้กำลังภายในอีกครั้ง คืนก่อนแข่งคือคืนวันที่
20 พฤศจิกายน
(บางคนอาจจะบอกว่าผมไปเมาที่ไหนไม่ทราบ
ก็ไม่ถือโทษกัน)
คืนนั้นผมไม่ได้ไปเมาที่ไหน
ผมไปพบกับคุณสุชน
ชาลีเครือ
ประธานวุฒิสภาซึ่งไปเป็นประ
ธานแต่งงานลูกสาวของนักการเมืองท่านหนึ่งที่โรงแรมเซ็นทรัล
ลาดพร้าว ผมถือโอกาสนำไม้กอล์ฟ
1 ชุดของคุณอยุทธ
อัสพาหุ เจ้าของห้องอาหาร
Ayara ไปฝากด้วย
เพราะแต่ละฝ่ายก็ไม่ค่อยมีเวลากันมากนัก
กว่าจะได้พบท่านสุชนก็ให้เลขานุการของท่านคือพันเอกหญิงอัครพร
กวีวัฒนา มาทำหน้าที่เทคแคร์พาไปรับประทานอาหารข้างล่างที่ห้องเวียดนาม
Le Danang ห้องอาหารแห่งนี้ผมเคยไปนั่งมาครั้งหนึ่งกับแป๊ะ
ปีศาจ หรือสุรชัย
ดิลกวิลาศ ตอนที่พี่แป๊ะแกยังไม่เป็นอัมพาต
เมื่อท่านสุชนเสร็จภารกิจจากงานแต่งงาน
เราพบกันและก็ต้องพูดถึงเรื่องสนามกอล์ฟ
คุณสุชน(เพื่อนกันตั้งแต่ยุค
14 ตุลาคม 2516 เขาอยู่ฝ่าย
มศว.)ก็จัดการให้เดี๋ยวนั้น
เป็นอันว่าเรามีสนามเล่นแน่นอนในวันรุ่งขึ้น
คุณสุชนบอกว่าไม่ต้องห่วงผมจัดการเรียบร้อย
ก็ต้องบอกกันตรงๆว่ามีการใช้
กำลังภายใน
กันพอสมควร
ไม่งั้นกอล์ฟสื่อมวลชนฯหน้าแหกแน่นอนครับ
ภายหลังจากการแข่งขัน
เย็นวันนั้นเราจัดงานเลี้ยงและมอบรางวัลแก่ผู้ชนะที่โรงแรมที่พัก
มีผู้ไปร่วมประมาณ
50 กว่าคนจากที่จองไว้
80 ที่ สาเหตุเพราะส่วนใหญ่เมื่อกลับบ้านไปแล้วก็กลับเลยไม่หวนมาร่วมรับประทานอาหารเย็นอีก แต่ละคนอาจมีเหตุผลของตัวเอง
คืนนั้นมีคุณพงษ์ศักดิ์
พยัฆวิเชียร
หรืออาจารย์ป๋อง
ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติไปร่วม,คุณประกอบ
มุกุระ นายกสมาคมเพื่อนแคลิฟอร์เนีย,คุณดุสิต
พัวทัศนานนท์
,คุณมาโนชญ์
คงทอง และใครต่อใครอีกหลายคน คุณรังสิตได้วงดนตรีทหารบกที่เล่นในวงสุนทราภรณ์มาช่วยทำให้คึกครื้นมาก
เป็นอันว่าเราจบสิ้นมอบเงินให้กับสภาการหนังสือพิมพ์ไป
100,000 บาท และได้รับหนังสือส่งตอบรับกลับมาแล้ว ผมคงจะนำรายละเอียดนี้เข้าที่ประชุมสมาคมสื่อมวลชนฯในวันที่
28 มกราคมที่ห้องอาหาครัวไทยนอร์ธ
ฮอลลีวู้ด คืนนั้นจะเป็นการประชุมสมาคมฯ ก็ขอเชิญสมาชิกผ่านคอลัมน์นี้ไปก่อน
คงจะได้รับจดหมายเชิญภายในสัปดาห์นี้
ฉบับหน้าผมจะนำเที่ยวไปอุตรดิตถ์ครับ สนุกทีเดียวโปรดติดตาม.....อ่านต่อ
|