
กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า
แต่กรุงศรีอยุธยาก็ไม่สิ้นคนดี
ฉบับที่แล้วผมกั๊กเรื่องสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชไว้ เมื่อมาอ่านละเอียดแล้วพบว่าประวัติ
ศาสตร์เป็นเรื่องน่าอ่าน น่าศึกษา ผมกลับมาอ่านประวัติของท่านอีกก็พอสรุปได้ว่าไม่เพียงแต่มีความกล้าหาญ
ชำนาญการรบพุ่งเท่านั้น
คนที่จะนำคนได้ต้องเฉลียวฉลาด รู้กลวิธีเกลี้ยกล่อมใช้การทูตนำการทหารทำให้ไม่เสียเลือดเนื้อ
โดยไม่จำเป็น
นอกจากนี้ยังจะต้องเป็นธรรมตัวอย่างเช่นเกลี้ยกล่อมนายทองอยู่นกเล็กเสร็จ
ก็ตั้งให้เป็นพระยาอนุราฐบุรี แต่ความเป็นพระยาหาได้ทิ้งสันดานเดิม
เป็นเจ้าเมืองกลับปล้นเรือลูกค้า เจ้าตากก็เลยสำเร็จโทษเสียหลังจากชำระได้ความว่าเป็นเรื่องจริง
ชีวิตของพระเจ้าตากสินเมื่อมีอำนาจถือว่าอยู่ในวัยหนุ่มอายุเพียง
34 ปีขึ้นครองราช ทำให้ผมคิดถึง”คนดีศรีอยุธยา”อีกคนคือท่านปรีดี
พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโสของไทยผู้นำฝ่ายพลเรือนในคณะ
ราษฎรที่เปลี่ยนแปลงการปกครองปี
2475 ขณะนั้นท่านปรีดีอายุเพียง
32 ปี ท่านเคยกล่าวไว้ในทำนองว่าตอนที่มีอำนาจยังขาดประสบการณ์ แต่เมื่อมีประสบการณ์ก็ไม่มีอำนาจแล้ว
หากท่านอ่านพระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินจบแล้ว เห็นสมควรที่จะส่งเงินไปช่วยบูรณะศาลพระเจ้าตากสินที่จังหวัดตาก ก็ส่งตรงไปได้เลยนะครับ ตัดเข้าสู่พระราชประวัติดังนี้....
ครั้นถึงเดือน 5 ปีกุน พ.ศ. 2310 ข่าวกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.
2310 แล้วก็มีคนไทยที่มีสมัครพรรคพวกมากต่างก็ตั้งตัวเป็นใหญ่ พระยาจันทบุรียังไม่ยอมเป็นไมตรีกับพระเจ้าตาก ส่วนขุนรามหมื่นซ่อง
กรมการเมืองระยองผู้หนึ่งที่เคยปล้นค่ายเจ้าตาก ก็ไปซ่องสุมผู้คนอยู่ที่เมืองแกลง ขณะนั้นขึ้นกับเมืองจันทบุรีและคอยปล้นชิงช้างม้าพาหนะของเจ้าตาก
เจ้าตากจึงยกกำลังไปปราบ ขุนรามหมื่นซ่อง
สู้ไม่ได้จึงหนีไปอยู่กับพระยาจันทบุรี ครั้นเจ้าตากจะยกพลติดตามไปก็พอดีได้ข่าวว่าทางการเมืองชลบุรี มีนายทองอยู่นกเล็กตั้งตัวเป็นใหญ่ ผู้ใดจะเข้ากับเจ้าตาก
นายทองอยู่นกเล็กก็จะยึดเอาไว้เสีย เจ้าตากจึงรีบยกทัพไปเมืองชลบุรี แล้วส่งเพื่อนฝูงของนายทองอยู่นกเล็กไปเกลี้ยกล่อม นายทองอยู่นกเล็กเห็นจะสู้รบไม่ไหวจึงยอมอ่อนน้อม เจ้าตากจึงตั้งนายทองอยู่นกเล็กเป็นพระยาอนุราฐบุรี ตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองชลบุรี แล้วก็เลิกทัพกลับ
ฝ่ายพระยาจันทบุรีได้ปรึกษากับขุนรามหมื่นซ่องเห็นว่าจะรบพุ่งเอาชนะเจ้าตากซึ่งหน้าคงจะชนะยาก ด้วยเจ้าตากมีฝีมือเข้มแข็งทั้งรี้พลก็ชำนาญศึก จึงคิดกลอุบายจะโจมตีกองทัพเจ้าตาก ขณะกำลังข้ามน้ำเข้าเมืองจันทบุรี โดยนิมนต์พระสงฆ์ 4 รูปเป็นทูตมาเชิญเจ้าตากไปตั้งที่เมืองจันทบุรี
ในระหว่างเจ้าตากเดินทางจะข้ามน้ำเข้าเมืองจันทบุรีอยู่นั้นได้มีผู้มาบอกให้เจ้าตากทราบกลอุบายนี้เสียก่อน เจ้าตากจึงเลี้ยวกระบวนทัพไปตั้งที่ชายเมืองด้านเหนือบริเวณวัดแก้ว
ห่างจากประตูเมืองท่าช้างเมืองจันทบุรีประมาณ 5 เส้น แล้วเชิญพระยาจันทบุรีออกมาหาเจ้าตากก่อนที่จะเข้าเมือง แต่พระยาจันทบุรีไม่ยอมออกมาต้อนรับ
พร้อมกับระดมคนประจำรักษาหน้าที่เชิงเทิน
เจ้าตากได้ทบทวนถึงสถานการณ์ต่าง ๆ
แล้วเห็นว่าแม้ข้าศึกจะครั่นคร้ามฝีมือไม่กล้าโจมตีซึ่งหน้าก็ตาม แต่ฝ่ายพระยาจันทบุรีมีจำนวนมากกว่า ถ้าเจ้าตากล่าถอยไปเมื่อใด ทัพจันทบุรีก็จะล้อมไล่ตีได้หลายทางเพราะไม่มีเสบียงอาหาร เจ้าตากจึงตัดสินใจจะต้องเข้าตีเมืองจันทบุรีค่ำวันนี้ให้ได้ และแสดงถึงน้ำใจอันเด็ดเดี่ยว โดยสั่งนายทัพนายกองว่า
"เราจะตีเมืองจันทบุรีในค่ำวันนี้ เมื่อกองทัพหุงข้าวเย็นกินเสร็จแล้ว ทั้งนายไพร่ให้เททั้งอาหารที่เหลือและต่อยหม้อเสียให้หมด หมายไปกินข้าวเช้าด้วยกันที่ในเมืองเอาพรุ่งนี้ ถ้าตีเอาเมืองไม่ได้ในค่ำวันนี้ก็จะตายเสียด้วยกันให้หมดทีเดียว"
ครั้นได้ฤกษ์เวลา 3
นาฬิกาเจ้าตากพร้อมด้วยทหารเข้าโจมตีเมืองจันทบุรีอย่างเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวโดยเจ้าตากขี่ช้างพังคีรีบัญชรเข้าพังประตูเมืองได้สำเร็จ พวกทหารก็กรูกันเข้าเมืองได้ชาวเมืองต่างก็เสียขวัญละทิ้งหน้าที่แตกหนีไป ส่วนพระยาจันทบุรีพาครอบครัว
ลงเรือหนีไปเมืองบันทายมาศ
พอถึงเดือน 11
พ.ศ.
2310 หลังสิ้นฤดูมรสุมแล้ว เจ้าตากก็ยกกองทัพเรือจากเมืองจันทบุรีเพื่อมากอบกู้เอกราช ระหว่างทางได้หยุดชำระความพระยาอนุราฐบุรีที่เมืองชลบุรี ซึ่งประพฤติตัวเยี่ยงโจรเข้าตีปล้นเรือลูกค้า ชำระได้ความสัตย์จริง จึงให้ประหารชีวิตพระยาอนุราฐบุรีเสีย แล้วยกทัพเรือเข้าปากแม่น้ำเจ้าพระยาในเดือน 12
กองทัพเรือภายใต้การบังคับบัญชาของเจ้าตาก เข้าโจมตีเมืองธนบุรีเป็นครั้งแรก นายทองอินคนไทยที่พม่าตั้งให้รักษาเมืองอยู่
พอนายทองอินทราบข่าวว่าเจ้าตากยกกองทัพเรือเข้ามาทางปากน้ำเจ้าพระยา ก็ให้คนรีบขึ้นไปบอกข่าวแก่สุกี้พระนายกองแม่ทัพพม่าที่ค่ายโพธิ์สามต้น แล้วเรียกระดมพลขึ้นรักษาป้อมวิชเยนทร์และหน้าแท่นเชิงเทิน กรุงธนบุรี คอยที่จะต่อสู้กับกองทัพเรือของพระเจ้าตาก
ครั้นกองทัพเรือเจ้าตากเดินทางมาถึง รี้พลที่รักษาเมืองธนบุรีกลับไม่มีใจสู้รบเพราะเห็นเป็นคนไทยด้วยกันเอง ดังนั้นกองทัพเรือของเจ้าตากเข้ารบพุ่งเพียงเล็กน้อย ก็สามารถตีเมืองธนบุรีได้ เจ้าตากให้ประหารชีวิตนายทองอินเสียแล้วเร่งยกกองทัพเรือไปตีกรุงศรีอยุธยา
สุกี้แม่ทัพพม่าได้ข่าวเจ้าตากตีเมืองธนบุรีได้แล้ว ก็ส่งมองญ่านายทัพรองคุมพลซึ่งเป็นมอญและไทยยกกองทัพเรือไปสกัดกองทัพเรือเจ้าตากอยู่ที่เพนียด เจ้าตากยกกองทัพเรือขึ้นไปถึงกรุงศรีอยุธยาเป็นเวลาค่ำสืบทราบว่ามีกองทัพข้าศึกยกมาตั้งรับคอยอยู่ที่เพนียด
ไม่ทราบว่ามีกำลังเท่าใด ฝ่ายคนไทยที่ถูกเกณฑ์มาในกองทัพมองญ่ารู้ว่ากองทัพเรือที่ยกมานั้นเป็นคนไทยด้วยกัน ก็คิดจะหลบหนีบ้าง
จะหาโอกาสเข้าร่วมกับเจ้าตากบ้าง มองญ่าเห็นพวกคนไทยไม่เป็นอันจะต่อสู้เกรงว่าจะพากันกบฎขึ้น
จึงรีบหนีกลับไปค่ายโพธิ์สามต้นในคืนนั้น
เจ้าตากทราบจากพวกคนไทยที่หนีพม่ามาเข้าด้วยว่าพม่าถอยหนีจากเพนียดหมดแล้ว ก็รีบยกกองทัพขึ้นไปตีค่ายพม่าที่โพธิ์สามต้น 2
ค่ายพร้อมกันในตอนเช้า สู้รบกันจนเที่ยงเจ้าตากก็เข้าค่ายพม่าได้
สุกี้ตายในที่รบ จึงถือว่าเจ้าตากกอบกู้เอกราชชาติไทยกลับคืนมาได้แล้ว หลังจากที่ไทยต้องเสียเอกราชในครั้งนี้ไป 7 เดือน
เมื่อเจ้าตากมีชัยชนะพม่าแล้วจึงตั้งพักกองทัพอยู่ที่ค่ายโพธิ์สามต้นเพื่อจัดการบ้านเมือง
บรรดาเจ้านายที่ถูกพม่าจับตัวไว้ แต่ยังไม่ถูกส่งไปพม่าเจ้าตากก็จัดที่ให้ประทับตามสมควรและปลด
ปล่อยผู้คนที่พม่ากุมขังไว้เป็นอิสระ
พร้อมทั้งแจกจ่ายทรัพย์สินสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคโดยทั่วหน้ากัน
แล้วให้ขุดพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์มาตั้งการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพอย่างสมพระเกียรติ แล้วก็คิดจะปฏิสังขรณ์กรุงศรีอยุธยาขึ้นเป็นราชธานีใหม่
แต่เมื่อได้ตรวจความเสียหายแล้ว
เห็นว่ากรุงศรีอยุธยาได้รับความเสียหายมากมาย
ยากที่จะบูรณะให้เหมือนดังเดิมได้ ประกอบกับการรี้พลของเจ้าตาก มีไม่พอที่จะรักษากรุงศรีอยุธยาที่เป็นเมืองใหญ่ได้
จึงเลือกเมืองธนบุรีเป็นราชธานีและอพยพผู้คนลงมาตั้งมั่นที่เมืองธนบุรี
เจ้าตากทรงทำพิธีปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์ครองกรุงธนบุรี เมื่อวันพุธ เดือนอ้ายแรม 4
ค่ำจุลศักราช 1130 ปีชวด สัมฤทธิศก
ตรงกับวันที่ 28
เดือนธันวาคม พ.ศ.
2311 ขณะมีพระชนมายุ
34
พรรษาทรงนามว่า สมเด็จพระศรีสรรเพชญ์หรือสมเด็จพระบรมราชาที่ 4 แต่ประชาชนยังนิยมขนานนามพระนามพระองค์ว่าสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีหรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหา
ราช
พระองค์เสด็จสวรรคต เมื่อวันเสาร์เดือน
5
แรม 9 ค่ำ
จ.ศ.1144 ปีขาล ตรงกับวันที่ 6 เมษายน 2325
พระชนมายุ 48
พรรษารวมสิริราชสมบัติ 15
ปี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทย พระองค์ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทยให้พ้นจากการเป็นเมืองขึ้น ทำให้ไทยยังคงเป็นไทยตราบเท่าทุกวันนี้ (ฉบับต่อไปกลับไปสู่เรื่องกอล์ฟและการท่องเที่ยวเมืองไทย).....ÍèÒ¹µèÍ
|