หอมรดกไทย-เรียนไทย

 ผมพบเว็บไซท์หนึ่งที่จัดทำไว้คือเว็บ www.heritage.thaigov.net เมื่ออ่านที่โฮมเพจจะเขียนไว้ดังนี้ “เนื่องในอภิลักขิตสมัย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ ใน ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้จัดทำโครงการ หอมรดกไทย เข้าร่วมถวายสักการะ เพื่อเผยแพร่เกียรติประวัติ ของ ชาติไทย ซึ่งเจริญรุ่งเรืองมาแต่ ครั้งโบราณกาล เผยแพร่ ศาสนาประจำชาติไทย อันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และหล่อหลอมให้เกิดเอกลักษณ์ ที่ดีงามของชนชาวไทย รวมทั้งเผยแพร่ พระเกียรติคุณ ของพระบรมกษัตริยาธิราช ทุกพระองค์ ที่ได้สร้างสรรนำประเทศไทยตลอดมา”

 เนื้อหาในเว็บนี้น่าศึกษาเรียนรู้และนำมาอ้างอิงได้มากมายหลายเรื่องเพราะบรรจุไว้ถึงเรื่องความเป็นมาส่วนหนึ่งของชนชาติไทยอย่างย่นย่อ แต่ได้ใจความ เมื่อพูดถึงเรื่องศาสนาก็ยังจัดทำทำเนียบสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ไทยไว้อย่างครบถ้วน เริ่มจากสมเด็จพระสังฆราช, สมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัตร 8 ตำแหน่ง่, พระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัณยบัตร 16 ตำแหน่ง, พระราชาคณะชั้นธรรม 35 ตำแหน่ง, พระราชาคณะชั้นเทพ 66 ตำแหน่ง, พระราชาคณะชั้นราช 144 ตำแหน่ง,พระ ราชาคณะชั้นสามัญ 394 ตำแหน่ง, สมณศักดิ์บรรพชิตฝ่ายจีนนิกาย,สมณศักดิ์บรรพชิตฝ่ายอันนัมนิกาย

  ตำแหน่งสมณศักดิ์เหล่านี้จะต้องมีชื่อกำกับไว้เพื่อที่จะได้ทราบว่าเป็นใคร ตัวอย่าง สมเด็จพระสังฆราช จะต้องวงเล็บไว้ตอนท้ายเช่น สมเด็จพระสังฆราช (ศรี) เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรก แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดระฆังโฆษิตาราม ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ ทรงดำรงตำแหน่งเมื่อปี พ.ศ. 2325 สิ้นพระชนม์เมื่อปี พ.ศ. 2337 ดำรงตำแหน่ง อยู่ 12 พรรษา น่าจะมีพระชนมายุไม่น้อยกว่า 80 พรรษา

ปัจจุบัน สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวัฑฒโน) เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงดำรงตำแหน่งเมื่อปี พ.ศ. 2532 ในรัชสมั พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิถลอดุลยเดช  พระองค์มีพระนามเดิมว่า เจริญ คชวัตร ประสูติที่อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2456 ทรงศึกษาที่โรงเรียนวัดเทวสังฆาราม เมื่อพระชนมายุได้ 8 พรรษา และบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดเทวสังฆาราม เมื่อพระชนมายุ 14 พรรษา ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2470 ได้ไปเรียนภาษาบาลีที่วัดเสน่หา จังหวัดนครปฐม ปี พ.ศ. 2472 ได้มาอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร

นอกจากนี้ยังมีสุภาษิตคำกลอนต่างๆ อาทิเช่น”สุภาษิตคำกลอนโลกนิติ” (อ่านว่าโลก-กะ-นิด) บางตอนที่นำมาให้อ่านดังนี้

อย่าลักฉ้อตอแหลแชเข้าบ่อน

อย่าสุกก่อนห่ามหาพากันวุ่น

อย่าขืนแข่งเคียงคู่ผู้มีบุญ  

อย่าหลู่คุณท่านที่มีคุณมา

อย่าดื้อเสือกเดาสวดอวดรู้เห็น

อย่าชั่วเช่นเชื่อผิดชาติมิจฉา

อย่ากลัวนักมักถอยน้อยศักดา

อย่ากล้านักมักพาชีวาปลง

-------------------------------------------------

หนึ่งอย่าไว้ใจทางวางใจคน 

จะต้องจนใจเราคราวหนึ่งหนา

คนทุกวันมันไม่คิดอนิจจา 

หวังแต่ได้ไม่เมตตาเลยจริงจริง

อีกสุภาษิตหนึ่งที่น่านำบางตอนมาเขียนถึงคือเรื่อง “สวิสดิรักษา”บางครั้งก็เรียกว่า”เพลงยาวสวัสดิรักษา” สุนทรภู่แต่งถวายสมเด็จเจ้าฟ้าอาภรณ์พระเจ้าลูกยาเธอ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงมอบพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์นี้ ให้เป็นศิษย์ศึกษาอักษรสมัยในสำนักสุนทรภู่ สันนิษฐานว่า แต่งขึ้นเมื่อปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในระหว่างปี พ.ศ.2346 ถึงปี พ.ศ. 2367 คำสอนที่น่าสนใจเกี่ยวกับการแต่งตัวด้วยสีเสื้อผ้ามีดังนี้

อนึ่งภูษาผ้าทรงณรงค์รบ

ให้มีครบเครื่องเสร็จทั้งเจ็ดสี

วันอาทิตย์สิทธิโชคโฉลกดี 

เอาเครื่องสีแดงทรงเป็นมงคล

เครื่องวันจันทร์นั้นควรสีนวลขาว 

จะยืนยาวชันษาสถาผล

อังคารม่วงช่วงงามสีครามปน 

เป็นมงคลขัตติยาเข้าราวี

เครื่องวันพุธสุดสีด้วยสีแสด

กับเหลือบแปดปนประดับสลับสี

วันพฤหัสจัดเครื่องเขียวเหลืองดี 

วันศุกร์สีเมฆหมอกออกสงคราม

วันเสาร์ทรงดำจึงล้ำเลิศ 

แสนประเสริฐเสี้ยนศึกจะนึกขาม

หนึ่งพาชีขี่ขับประดับงาม 

ให้ต้องตามสีสรรพ์จึงกันภัย ฯ

ท่านสุนทรภู่ยังมีสภาษิตสอนหญิง สุนทรภู่แต่งในระหว่างปี ..2380  ถึง .. 2383  เมื่อสึกออกมาเป็นคฤหัสถ์แล้วท่านตกทุกข์ได้ยาก จนต้องลอยเรืออยู่ กล่าวความสุภาษิตสำหรับสตรีสามัญทั่วไป ความไม่บ่งว่าแต่ให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใดโดยเฉพาะ น่าสนใจดังนี้

จะนุ่งห่มดูพอสมศักดิ์สงวน 

ให้สมควรรับพักตร์ตามศักดิ์ศรี

จะผัดหน้าทาแป้งแต่งอินทรีย

ดูฉวีผิวเนื้ออย่าเหลือเกิน

จะเก็บไรไว้ผมให้สมพักตร์ 

บำรุงศักดิ์ตามศรีมิให้เขิน

เป็นสุภาพราบเรียบแลเจริญ 

คงมีผู้สรรเสริญอนงค์ทรง

ใครเห็นน้องต้องนิยมชมไม่ขาด 

ว่าฉลาดแต่งร่างเหมือนอย่างหงส์

ถึงรูปงามทรามสงวนนวลอนงค์

ไม่รู้จักแต่งทรงก็เสียงา

00000000000000

อันที่จริงหญิงกับชายย่อมหมายรัก

มิใช่จักตัดทางที่สร้างสม

แม้นจักรักรักไว้ในอารมณ์ 

อย่ารักชมนอกหน้าเป็นราคี

ดังพฤกษาต้องวายุพัดโบก 

เขยื้อนโยกก็แต่กิ่งไม่ทิ้งที่

จงยับยั้งชั่งใจเสียให้ดี 

เหมือนจามรีรู้จักรักษากาย

0000000000

มีสลึงพึงประจบให้ครบบาท 

อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์

จงมักน้อยกินน้อยค่อยบรรจง 

อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน

นี่เป็นเพียงตัวอย่างในเว็บไซท์นี้เท่านั้น ผมจึงอยากให้ทุกคนเข้าไปดูและเรียนรู้อย่างเช่นวรรณคดีเรื่อง”รามเกียรติ์”เรื่อง”ขุนช้าง-ขุนแผน” ตลอดจนสงครามตั้งแต่โบราณมาจนถึงปัจจุบัน,ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกาซึ่งมีมาอย่างยาวนาน “หอมรดกไทย”จึงเป็นเว็บหนึ่งที่ให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ ศสนาและศิลปวรรณคดีและนำมาอ้างอิงได้ .....อ่านต่อ

 

 

 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy