จากลาส เวกัส
ถึงสนามกอล์ฟไทย :
แนวคิดใหม่ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย
ผมไปลาส เวกัสมาสัก 6 เดือนที่แล้ว ไม่ค่อยได้ไปบ่อยนักยกเว้นจะมีญาติหรือเพื่อนมาจากเมืองไทยแล้วอยากไปเที่ยวลาส เวกัส รัฐเนวาด้าโดยปกติแล้วลาส เวกัส ถูกตราว่าเป็นเมืองคนบาป (Sin City) เพราะมีทั้งการพนัน โสเภณี ยาเสพติดและอาชญากรรม เป็นแหล่งรวมของคนร่ำรวย, คนยากจน,ผู้ดีและโจร
แต่แนวคิดสมัยใหม่ลาส เวกัส เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่เฉพาะเป็นเมืองการพนันเท่านั้น บ่อนได้ปรับสภาพเป็น Theme Park เพื่อให้ครอบครัวไปเที่ยวชมกันได้ ตัวเมืองสร้างสนามกอล์ฟเพื่อดึงดูดให้นักกอล์ฟไปเล่น มีการจัดงานแสดงสินค้าใหญ่ๆที่เรียกว่า Convention
ที่สำคัญเมืองรอบๆลาส เวกัสถูกกระจายออกไปเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยกลายเป็นเมืองที่ผู้คนไปรีไทร์ ไปทำงาน ประกอบอาชีพกันมาก ลาส เวกัสจึงบูมติดต่อกันมาตลอดเพราะมีผู้คนย้ายเข้าไปอยู่จำนวนมาก ดังนั้นราคาบ้านก็ต้องแพงขึ้นเป็นเงาตามตัว
ตัวเลขที่น่าสนใจของลาส
เวกัสมีดังนี้
จากสถิติ U.S. Census Bureau ปี 2003 (American Community Survey) พบว่า
city of Las Vegas มีประชากร
518,313 คน ไม่นับรวม Clark County ,City of North Las Vegas และ City of Henderson แยกเป็นคนผิวขาว
398,375 (
76.1%)คนผิวดำ 42,226 (12.1%) คนเอเชีย 25,466 (4.1%) ที่เหลือก็เป็นพวกชนพื้นเมืองทั้งเมริกันอินเดียน,อลาสก้า,ฮาวายและหมู่เกาะแปซิฟิกอื่นๆ ในจำนวนนี้เป็นคนที่ไม่ได้เกิดในสหรัฐ
(Foreign
born ) 106,157 คนคิดเป็น 11.8%
มีบ้านเรือน
214,306 หลัง
อัตรารายได้ต่อครอบครัวขนาดกลาง 44,078 ดอลลาร์ ครอบครัวที่อยู่ในระดับยากจนต่ำกว่ามาตรฐาน
12,154 ครอบครัว คิดเป็น
9.8% ส่วนบุคคลที่รายได้ต่ำกว่ามาตรฐาน 64,418 รายหรือคิดเป็น
12.7 % ของประชากร
ราคาบ้าน(ราคากลาง)เฉลี่ย 166,631 ดอลลาร์
นครลาส
เวกัสฉลองครบรอบ
100 ปีเมื่อวันที่
15 พฤษภาคม 2005 ตัวเลขที่น่าสนใจอื่นๆอาทิเช่นในปี
2004 มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือน
37 ล้านคน (ปี 1970
มีนักท่องเที่ยวไปเยือน
6.7 ล้านคน ) ปี
2004 มีการจัดประชุมสัมมนาแบบต่างๆรวมทั้งขนาดใหญ่ในคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์รวม
22,000 ครั้ง
มีผู้คนอพยพเข้าไปปักหลักที่ลาส
เวกัส แวลลี่ย์
เฉลี่ยเดือนละ
5,000 ราย
ลาส
เวกัสยังเป็นที่ตั้งของเขตบริหารการศึกษา
Clark County School District ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ
5 ของประเทศ
มีนักเรียน
280,000 คน (ที่มา- Las Vegas Convention &
Visitors Authority, Clark County School District )
คราวนี้หันไปมองที่ประเทศไทย ผมอ่านข่าวที่บริษัทสยาม กอล์ฟ พร็อพเพอร์ตี้ส์ ( Siam
Golf Properties) ซึ่งเป็นบริษัทบริหารสนามกอล์ฟแห่งแรกในประเทศไทย เป็นเจ้าของสนามกอล์ฟเมืองแก้ว(ถนนบางนา-ตราด กม. 7.7) และศรีราชา กอล์ฟ คลับ ที่พัทยา
นายเคลลี่ เชอร์โควสกี้ กรรมการผู้จัดการบริษัทฯบอกว่าทางบริษัทมีแผนที่จะพัฒนาพื้นที่โดยรอบของสนามกอล์ฟเมืองแก้ว ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 450 ไร่ (รวมสนามกอล์ฟ) ให้เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร กล่าวคือภายในโครงการจะมีทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม ประมาณ 500 ยูนิต ราคาขาย10-25 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีคลับเฮ้าส์ โรงเรียนนานาชาติ และอื่นๆซึ่งจะเป็นโครงการที่มีทุกอย่างครบถ้วน ส่วนมูลค่าโครงการยังอยู่ระหว่างการวางแผน
จะเปิดขายในต้นปี
2006
คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จทั้งหมดประมาณ 5-8 ปี เพราะเป็นโครงการระยะยาว
แนวคิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ควบคู่ไปกับสนามกอล์ฟแม้จะไม่ใช่มิติใหม่เพราะสนามกอล์ฟนวธานีก็มีบ้านเรือนผู้คนอยู่รายล้อมมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่จะเห็นได้ว่ามีการพัฒนาแบบครบวงจรมากขึ้น
เช่นการมีโรงเรียนผุดขึ้นมาด้วย
สาเหตุสำคัญที่ใช้สนามกอล์ฟเมืองแก้วเป็นตัวพัฒนาก็เพราะ
ในปี 2549 สนามบินสุวรรณภูมิจะเปิดดำเนินการ จะทำให้พื้นที่โดยรอบมี ศักยภาพเพิ่มมากขึ้น ทั้งในเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัย ซึ่งจะทำให้เกิดความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้โครงการสนามกอล์ฟเมืองแก้วมีมูลค่าเพิ่มมากตามไปด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นหากมองธุรกิจสนามกอล์ฟในประเทศไทย เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมากอล์ฟในเมืองไทย
บูมมาก จนมาสะดุดเมื่อวิกฤตเศรษฐกิจปี
1997 และเริ่มกลับมาดีขึ้นอีกครั้งเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา นัก พัฒนาอสังหาริมทรัพย์กลุ่มนี้มองว่าสนามกอล์ฟจะช่วยดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในไทยเพิ่มมากขึ้น เพราะภูมิประเทศของไทยเหมาะที่จะเล่นกีฬากอล์ฟ อีกทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการอสังหาริม
ทรัพย์ รวมถึงธุรกิจโรงแรม ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวมาพักในเมืองไทยแบบลองสเตย์อีกด้วย
ทุกวันนี้ประเทศไทยมีสนามกอล์ฟ
180 แห่ง แบ่งเป็นสนามระดับพรีเมียม
25-30 แห่ง ที่เหลือเป็นระดับกลางถึงล่าง ในอีก 3 ปีข้างหน้าจะมีสนามกอล์ฟเพิ่มขึ้นอีก 25 แห่ง นับว่ามีจำนวนมากเมื่อเทียบกับภูมิภาคนี้
สนามกอล์ฟในเมืองไทยยังเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติมากที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆในภูมิภาค เพราะมีภูมิประเทศและภูมิอากาศที่ดี เล่นได้ทุกฤดู รัฐบาลก็ให้การสนับสนุน ต่างจากประเทศคู่แข่งอาทิ จีนติดปัญหาเรื่องของหน่วยงานรัฐ อีกทั้งเป็นประเทศที่มีพื้นที่จำนวนมาก การเดินทางไปท่องเที่ยวที่ต่างๆใช้เวลานาน อากาศหนาวมากจนเล่นไม่ได้ ส่วนฮ่องกง สิงคโปร์ มีค่าใช้จ่ายสูง ฟิลิปปินส์เป็นประเทศคู่แข่งที่สำคัญ แต่ยังติดปัญหาด้านความมั่นคงภายใน
กล่าวโดยสรุปแล้วการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่
ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดจะต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้สอยเพราะจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น
แนวคิดนี้ผมยังมีตัวอย่างอาทิเช่นฟรีเวย์สาย
105 หรือ Century Freeway
ระหว่างเมือง Norwalk กับ El Segundo ระยะทาง
17 ไมล์นั้นไม่แต่เพียงจะสร้างฟรีเวย์เท่านั้น
ตรงกลางยังทางรถไฟสาย
Metro Blue Line ขึ้นมาพร้อมกันอีกด้วยเพื่อให้ใช้ประโยชน์สัญจรได้ทั้งรถยนต์และรถไฟคู่ขนานกันไป หากเป็นการสร้างฟรีเวย์สมัยก่อนก็คงมีเฉพาะตัวฟรีเวย์สำหรับรถยนต์เท่านั้น - นี่คือแนวคิดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
เขียนมาถึงตรงนี้ท่านผู้ใดอยากจะไปเที่ยวกับผมที่เมืองไทยเป็นการจัดกอล์ฟทัวร์คนไม่เล่นกอล์ฟก็ไปเที่ยวได้นะครับ ท่านละ 1,250
ดอลลาร์(ขาดตัว)วันที่
16-23 พฤศจิกายนนี้
เพราะจัดราคานี้หากเป็นน้ำก็”ปริ่มๆ” นะครับ
.....ÍèÒ¹µèÍ
|