่----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่--------------------------------------------
ผู้หญิงมีมนต์
ผมได้รับหนังสือพ็อคเก็ตบุ้คจาก
ผู้หญิงมีมนต์คนหนึ่งเธอชื่อคุณแดงหรือนิธิกุล
ศรีพิชญพันธ์
เมื่อได้รับมาก็อ่านรวดเดียวจบ
เพราะคุณแดงอีเมลมาบอกก่อนแล้วว่า
ขอให้อ่านให้จบจะได้ช่วยกันโปรโมท
หนังสือเล่มนี้บอกได้ว่าเป็นชีวิตจริงของหญิงคนหนึ่งที่เริ่มมาจากความสวย
จนเป็นเทพีสงกรานต์จังหวัดอยุธยาเมื่ออายุได้
17 ปีตอนปีพ.ศ.2509
จากเทพีสงกรานต์เธอไต่เต้าเป็นแอร์โฮสเตส
ชีวิตพุ่งขึ้นไปเป็นสะใภ้คนโตของตระกูลเศรษฐีเมืองไทยอันดับต้นๆ ตระกูลนั้นก็คือมาลีนนท์ ใช้แล้วครับเธอเป็นภรรยาของคุณประสาร
มาลีนนท์
ชีวิตไม่ได้ปูด้วยกลีบกุหลาบเสมอไปหลังจากที่คุณแดงค้นพบว่าผู้ชายของคุณแดงนั้นเจ้าชู้แบบสุดๆ
จนกระทั่งมีผู้หญิงบางคนโทรศัพท์มาบอกว่าขอยืมสามีไปใช้สัก
3 วัน มันย่อมทำให้เจ็บเข้าไปในกระดองใจทีเดียว
จากนั้นชีวิตของคุณแดงก็ผกผันมีการฟ้องหย่า
ถูกพรากลูกไป จากแอร์โฮสเตสคราวนี้ก็มาเป็นศิษย์การบินสามารถขับเครื่องบินได้ และเคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับเครื่องบินลงใน
The Asian Pacific News อยู่หลายตอนเหมือนกัน แล้วเธอก็นำไปรวมเล่มออกมาเป็นพ็อคเก็ตบุ้ค
หากเล่าจนละเอียดผู้อ่านคงหมดสนุก
แต่ผมคิดว่าเป็นหนังสือที่อ่านง่ายและผมอ่านรวดเเดียวจบ อาจจะเป็นเพราะอ่านหนังสือเร็วก็ได้ แต่บางประการไม่ได้ให้รายละเอียดแก่ผู้อ่านที่เป็นคนรุ่นหลังไว้อาทิเช่นตอนรับรางวัลจากหลวงจบกระบวนยุทธนั้นคุณแดงลืมอธิบายเพิ่มเติมว่าหลวงจบฯเป็นคุณพ่อของท่านผู้หญิงจงกล
กิตติขจรหรือเป็นพ่อตาของจอมพลถนอม
กิตติขจร เป็นคุณตาของพ.อ.ณรงค์
กิตติขจร เป็นต้นเพื่อว่าชนรุ่นหลังจะได้ทราบที่มาที่ไป
คนอยุธยาเป็นคนดีและคนดังมีอยู่มากมายเท่าที่ผมทราบคนหนึ่งก็ท่านปรีดี
พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโสของไทย ท่านพลตำรวจเอกประทิน
สันติประภพ
ส.ว.กรุงเทพฯผู้โด่งดังด้วยหมัดฮุ้คก็เป็นคนหนึ่ง
นามสกุลเดิมของท่านคือก้อนแก้ว และหากจะเอาให้ใกล้ตัวคุณชวพจน์
ถุงสุวรรณ
นักเขียนของเราก็เป็นคนอยุธยาขนานแท้ดั้งเดิม พอๆกับจสอ.ถาวร
ไบรนางกูร
ทหารม้าแถววัดไทยก็อยุธยา
ใกล้ตัวผมเข้ามาอีกนิดภรรยาของผมเองเกิดที่อยุธยาเป็นหลานของคหบดี(ในอดีต)ชื่อนายเปรื่อง สุขิกุล คนดังแห่งหัวรอมีทั้งโรงสีข้าวและห้องแถวให้คนเช่าจนถูกไฟไหม้ใหญ่ตลาดหัวรอราบพนาสูร สมัยโบราณไม่มีประกันภัยจึงเหลือแต่ตัวและที่ดินที่ไฟไม่ไหม้
- เอาเป็นอันว่าเรื่องส่วนตัว
ในห้วง
4 ปีนี้ผมได้รับหนังสือที่เป็นลายเซ็นจากคน
4 คน มันเหลือเชื่อจริงๆครับ
เล่มแรกผมได้เมื่อ
30 พ.ย.2545 ชื่อฝากหัวใจไว้กับเพลงเป็นงานเขียนของกุหลาบแดงหรือคุณพิสุธิอาภรณ์
พึ่งบุญ ณ
อยุธยา วันที่ 10
ธันวาคม 2546 ผมได้รับหนังสือเรื่องเชิญมาวิจารณ์ เป็นพ็อคเก็ตบุ้ครวมเรื่องสั้นของ
บัตเตอร์ฟลาย
หรือคุณจิ๋ว
สราญจิต วิทยะ
วันที่20 มิถุนายน
2547 ผมได้รับสุเทพโชว์
คอนเสิร์ตรอบโลกแห่งความรัก โดย สุเทพ วงศ์กำแหง
พี่เทพเซ็นไว้ว่าด้วยรักและศรัทธาคุณไพสันต์
พรหมน้อยเหมือนเดิมและเนิ่นนาน
เมื่อมีใครก็ตามเขียนหนังสือออกมาไม่ว่าจะเป็นงานเขียนบทความ
คอลัมน์ งานเรื่องสั้น
นวนิยาย ผมจะสนับสนุนเสมอ บ่อยครั้งที่ผมยุให้คนอื่นเขียน
เหมือนกับที่ผมเคยถูกสุจิตต์
วงษ์เทศ
(ศิลปินแห่งชาติอีกคน)กำชับว่าตอนนี้มึงหยุดเขียนหนังสือแล้วหรือ
แต่มึงอย่าหยุดอ่านนะ
ผมจำไว้ตลอดเวลา เพราะการเป็นคนอ่านหนังสือจะนำไปสู่การเขียนหนังสือได้ดี
การอ่านหนังสือก็มีหลายแบบอ่านเพื่อเอาความรู้
อ่านเพื่อเอาความคิด
อ่านเพื่อความบันเทิงในอารมณ์
อ่านเพื่อให้รู้ชั้นเชิงและลีลาการเขียนของแต่ละคนซึ่งแต่ละคนจะเขียนหรือมีวิธีเขียนแตกต่างกันหรือไม่เหมือนกัน
หนังสือผู้หญิงมีมนต์เล่มนี้ ก็เป็นบันทึกชีวิตจริงที่คุณแดงได้ฝากไว้บนบรรณพิภพ
ผมคิดว่าเมื่อมีโอกาสคุณแดงคงจะมีงานเขียนออกมาให้ได้อ่านกันอีก
งานเขียนแต่ละเล่มจะถูกนำมาประดับไว้บนโลกหนังสือ แม้ว่าตัวตายแต่หนังสือจะยังคงอยู่
(อย่างน้อยหอสมุดแห่งชาติก็ต้องจัดเก็บไว้)
การผ่านร้อนผ่านหนาว
ผ่านสูงสุดจนลงกลับมาสู่สามัญด้วยวัย
50 ปีเศษๆไม่สามารถเรียกอะไรกลับคืนมาได้เพราะมันผ่านไปแล้ว
แต่ทว่าอนาคตขึ้นอยู่กับคุณแดงว่าจะเดินไปทางไหน จะเดินเข้าสู่เวทย์มนต์เป็นพวกหมอดู จะเดินเข้าสู่การฝึกจิต
ฝึกสมาธิ ก็เป็นเรื่องที่ให้ความสุขแก่ชีวิตทั้งสิ้น ยิ่งไปกว่านั้นคุณแดงมีลูกชายที่เรียนจบปริญญาโทไปแล้วและลูกสาวก็กำลังจะจบตามมา ผมคิดว่าหัวใจของคุณแดงอยู่ตรงนี้
กล่าวโดยสรุป ผมก็คงจะช่วยส่งเสริมงานเขียนผู้หญิงมีมนต์ผ่านคอลัมน์นี้ จึงอยากจะชักชวนให้ไปช่วยกันซื้อหามาอ่าน เพราะหนังสือกว่าจะเขียนออกมาได้
กว่าจะรวมเป็นเล่มได้มันไม่ใช่ง่ายๆ หากมีโอกาสผมอยากจะกลับมาเขียนถึงคุณแดงอีกในเวาอันสมควร
วิธีช่วยกันเผยแพร่นั้นก็ต้องฝากผ่านไปยังร้านหนังสือดอกหญ้าและร้านหนังสือสยามบุ้คส์รับมาจำหน่ายจะทำให้งานนี้แพร่หลายมากขึ้นในสหรัฐอเมริกาฉบับที่
247 ประจำวันที่
27 ต.ค.- 2 พ.ย.2548).....อ่านต่อ
|