ผมได้รับอีเมลจากนายสุรพล
สุขถาวร เขียนมาดังนี้
เรียน ท่านบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ
ผมขอเขียนจดหมายตามที่แนบมาเพื่อได้โปรดพิจารณารับทราบข้อเท็จจริงด้วยครับ
สุรพล สุขถาวร
051012 โทร.310 659 4267 อีเมล์ suraponla@yahoo.com "
เป็นจังหวะที่หนังสือฉบับนี้ปิดหน้าไปมากแล้ว
ประกอบกับผมได้เขียนเรื่องขี้ๆไปฉบับที่ผ่านมา
จึงต้องการนำจดหมายฉบับนี้ให้ลงได้อ่าน
ผมเองก็ทำข่าวและติดตามข่าวนี้ตลอดมา ขอให้ผู้อ่านได้อ่านอย่างพินิจพิจารณา เราคงจะต้องมีการพูดถึงเรื่องที่ต่ำสุดในชีวิตของมนุษย์คือเรื่องขี้ๆกันต่อไป
เพราะผลอันเกิดจากเหตุนั้นนายสุรพลก็พ้นจากหน้าที่ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และยังถูกคำสั่งห้ามไม่ให้ขึ้นสถานกงสุลใหญ่
- เชิญสะดับได้ครับ-บ.ก.
West Hollywood
วันที่ 12 ตุลาคม 2005
เรียนท่านบรรณาธิการ
ตามที่กงสุลใหญ่นายอิสินธร สอนไวได้ทำหนังสือชี้แจงไปยังรายการ เช้าวันนี้ที่เมืองไทยและได้รับการอ่านออกอากาศโดยนายสมัคร สุนทรเวช และนายดุสิต ศิริวรรณ เมื่อวันที่ 20 ก.ย.
รวมทั้งได้มีการนำมาเผยแพร่ผ่านทางหนังสือพิมพ์และสื่อโทรทัศน์อื่นๆ โดยมีข้อความไม่ถูกต้องหลายประการ ซึ่งได้มีการนำข้อความที่บิดเบือนของนายอิสินธร ออกตีแผ่ทางหนังสือพิมพ์สยามมีเดียฉบับประจำวันที่ 30 ก.ย.
05 ไปบ้างแล้ว แต่ในส่วนที่เกี่ยวพันมาถึงกระผมและเพื่อนสื่อมวลชนทั้งที่ประเทศไทยและในนครลอสแองเจลีส โดยเฉพาะประเด็นที่ว่ากงสุลใหญ่เผย ขบวนการอาฆาตแค้น หลังคดีโปะอึ-ทำต่อเนื่องมาถึงสองปีหวังขับไล่ตนพ้นจากแอล.เอ.นั้น ผมขอชี้แจงว่า กงสุลใหญ่ไม่ได้พูดความจริง แถมยังบิดเบือนสร้างภาพเอาประโยชน์ใส่ตนเองอีกด้วย
ในเรื่องที่ว่าผมมีความอาฆาตแค้นมาจากกรณี ที่กระผมนำเอาขี้ไปครอบหัวนายทองดีตามคำประกาศท้าทาย เพื่อปกป้องภริยา ญาติมิตรและผู้ที่กระผมเคารพนับถือ ที่ต่างก็โดนหนังสือและใบปลิวไทยคอมเขียนโจมตีด่าทอด้วยข้อความเป็นเท็จ และหยาบช้าลามกจนสุดทน การที่กระผมนำของเหม็นเช่นขี้ และผ้าอนามัยใช้แล้วของภริยาใส่ถุงปลาสติคซิปล๊อคไปครอบหัวนายทองดี แบบเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางโดนข้อหาคดีอาญา เพราะไม่มีปัญญาหาเงินฟ้องร้องหมิ่นประมาททางแพ่ง ก็เพื่อให้มันได้อายอย่างสุดๆ จะได้ละเลิกพฤติกรรมชั่วช้าลงเพื่อความสงบสุขของคนไทยที่นี่
ครั้นเมื่อกระผมถูกนายทองดีแจ้งความตกเป็นจำเลยในคดีอาญาข้อหาทำร้ายร่างกายจบลง โดยอัยการไม่ส่งฟ้องต่อศาลอันเป็นการชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเมื่อฝ่ายบ้านเมืองของสหรัฐยกโทษไม่เอาผิดกระผม ก็เท่ากับเป็นการลงโทษให้หัวนายทองดีต้องเปื้อนขี้เปื้อนเลือดแบบถูกประจานฟรีๆ เป็นอุทาหรณ์ตักเตือนให้นายทองดีและกลุ่มผู้สนับสนุนเจ้าประจำฝ่ายนายนายทองดีให้ได้สำนึกและหลาบจำ เมื่อเรื่องจบลงอย่างนี้ฝ่ายใหนกันแน่ที่จะอยู่ในฝ่ายที่ต้องจมปลักอยู่กับความอาฆาตแค้น ตัวผม หรือพวกข้าราชการ พวกหนังสือพิมพ์หางเครื่องนายทองดีที่พยายามประโคมข่าวอยากให้ผมติดคุกกันจนหน้าแตกยับเยินกันไปทั้งหมด
ส่วนการที่กระผมถูกลงโทษจากคำสั่งของนายอิสินธร ห้ามเข้าที่ทำงานสถานกงสุลและที่ทำเนียบบ้านพัก และยังอ้างว่ามีพรรคพวกของผู้เดือดร้อน ไปขอไม่ให้ลงโทษนายสุรพล ซึ่งไม่อาจยอมได้ ทำให้กลุ่มผู้โกรธแค้นร่วมกันเล่นงานผมมาอย่างต่อเนื่องมากว่า สองปีแล้วนั้น กระผมขอเรียนว่ากลุ่มที่ไปพบกงสุลใหญ่หลังจากเกิดเหตุนั้น ได้ไปร่วมกันเพื่อขอชี้แจงให้เข้าใจถึงสาเหตุ
ที่ทำให้เกิดเรื่อง โดยไม่ได้มีการขอไม่ให้ลงโทษกระผมแต่อย่างได ส่วนการที่กระผมโดนนายอิสินธรประกาศลงโทษห้ามเข้าที่ทำการสถานกงสุลและทำเนียบบ้านพักนั้น กระผมขอเรียนให้ทราบว่าไม่เคยเดือดร้อนแต่อย่างใด
ส่วนที่มีผู้ให้ข่าวและประโคมข่าวว่าผมโดนไล่ออกจากการเป็นหัวหน้าศูนย์ข่าวเดลินิวส์ประจำสหรัฐอเมริกางานประจำที่ทำมากว่า 14 ปีนั้น ที่จริงผมได้รับคำสั่งจากนสพ.เดลินิวส์เพียงครั้งเดียวคือให้พักงานจนกว่าสถานการจะคลี่คลาย ลงนามโดย นายโยธิน เพชรล่อเหลียน บรรณาธิการบทความ และเมื่อตอนถูกพักงานใหม่ๆเงินเดือนจากโรงพิมพ์ก็ยังออกเข้าบัญชีผมและคุณน้อย สันทนี ที่เมืองไทย จนผมต้องบอกให้เลิกเอาไปจ่ายกับคนทำหน้าที่แทน ขณะนี้สถานการสำหรับกระผมและที่โรงพิมพ์เริ่มคลี่คลายไปมากจนจะจบสมบูรณ์ลงแล้ว ด้วยการถูกนำตัวไปขึ้นศาลของผู้จัดทำตัวอย่างหนังสือไทยคอมฉบับที่ 19 และบรรดาหางเครื่องเจ้าประจำบางคน ที่เริ่มมีการซัดทอดกันให้วุ่นบ้างแล้ว
สำหรับเรื่องที่นายอิสินธร สอนไว โดนโจมตีจากสื่อมวลชนทั้งจากในอเมริกาและประเทศไทยต่อเนื่องกันอย่างที่ไม่เคยมีข้าราชการกระทรวงต่างประเทศคนใหนเคยโดนมาก่อน จนนายอิสินธร ถึงกับระบุว่ามีการไปยืมมือยืมชื่อหนังสือพิมพ์ที่เมืองไทยหรือนิตยสารมีชื่อบางฉบับเล่นงานผมโดยตลอด โดยกลุ่มผู้โกรธแค้นเพราะต้องการให้ผมไปจากแอล.เอ.จะได้มีการยกเลิกคำสั่งห้ามเข้าสถานกงสุล และสมอ้างได้ว่าสามารถขับไล่กงสุลใหญ่ได้สำเร็จนั้น
กระผมขอเรียนชี้แจงว่า การถูกโจมตีท้วงติงจากหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆนั้นล้วนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในการปฎิบัติหน้าที่ของนายอิสินธรเองทั้งสิ้น หนังสือพิมพ์แต่ละฉบับที่ลงเล่นนายอิสินธร ต่างก็ถูกนายอิสินธรที่ไม่เคยนิ่งเฉย ทำหนังสือตอบโต้ฟ้องร้องไปยังเจ้าของหรือบ.ก.ว่าเป็นผู้สื่อข่าวหรือคนเขียนข่าวที่ไม่มีจรรยาบรรณ แต่ก็ไม่เห็นหยุดยั้งเขาได้ มีแต่จะโดนโจมตีหนักขึ้นทุกวัน อย่างในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐซึ่งทั้งผู้ควบคุมหน้าหรือนักข่าวไทยรัฐที่นี่ แทบจะไม่เคยได้พูดคุยกับกระผมเลย ดังนั้นเวลาถูกหนังสือพิมพ์ไทยรัฐด่าแล้วมาเหมาว่าเป็นพวกพ้องของกระผมนั้นเป็นไปไม่ได้ ส่วนเรื่องที่โดนนิตยสารชื่อดังเขียนโจมตีนั้นก็เพราะเขามีเพื่อนหลายคนในแอล.เอ. เขาทนไม่ได้เมื่อรู้ถึงความเดือดร้อนของผู้คนที่นี่ เส้นสายในกระทรวงเขามีของเขาเอง แล้วที่นายอิสินธร ไปฟ้องว่า กิติมาคนเขียนข่าวสังคมไม่มี จรรยาบรรณนั้น ทราบว่าเขาก็รวบรวมข้อมูลถามกลับถึง มารยาทในตำแหน่งกงสุลใหญ่ ณ
นครลอสแองเจลิส กับทางกระทรวงการต่างประเทศให้หายสงสัยด้วย
ในส่วนของการถูกคำสั่งลงโทษห้ามเข้าที่ทำการสถานกงสุลและทำเนียบบ้านพักกงสุลนั้นกระผมขอย้ำอีกครั้งว่าไม่เคยเดือดร้อนแต่อย่างใด เพียงแต่สงสัยว่าจะเป็นคำสั่งที่ถูกต้องหรือเปล่า จึงได้พยายามร้องเรียนไปตามระเบียบตามขั้นตอน
เริ่มแรกจากการร้องเรียนไปทางกระทรวงการต่างประเทศต่างกรรมต่างวาระกันหลายครั้ง ในช่วงสองปีที่ผ่านมาแต่ไม่เคยได้รับการสนใจดังนั้นจึงหันไปพึ่ง สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เป็นผู้ร้องเรียนให้ ขณะนี้ได้รับคำตอบจากทางกระทรวงการต่างประเทศเป็นหนังสือราชการลงวันที่ 30 สิงหาคม 2548 โดยนายบัณฑิต โสตดิพลาฤทธิ์ รองปลัดกระทวงฯเป็นผู้ลงนามแจ้งว่าจะให้สถานกงสุลใหญ่ยกเลิกคำสั่งลงโทษกระผมในปลายปีนี้หรือในต้นปี 06 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จะมีการเปลี่ยนแปลงกงสุลใหญ่คนปัจจุบันที่จะครบวาระ โดยให้เหตุผลว่า ข้อเท็จจริงไม่ปรากฎว่านายสุรพล ยังคงเป็นภยันตรายต่อสถานกงสุลใหญ่ แต่กระผมยังต้องชดใช้มูลหนี้ละเมิดที่เกิดจากค่าทำความสะอาด ที่กระผมจะนำมาพิจารณาอีกที หลังจากนำเรื่องขึ้นฟ้องร้องต่อศาลปกครองเป็นอันดับต่อไปเพราะยังแคลงใจอยู่ว่าคำสั่งลงโทษกระผมผู้ลงนามในคำสั่งมีสิทธิอำนาจหรือมีกฎหมายรองรับหรือไม่
จากคำชี้แจงของรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศที่มีเป็นลายลักษณ์อักษรนี้ เชื่อว่าทางนายอิสินธร คงได้รับทราบก่อนหน้า ที่นายสมัครและนายดุสิตจะนำเรื่องการชุมนุนถวายความจงรักภักดีของคนไทยในแอล.เอ.และมีเรื่องพาดพิงไปถึงกรณีให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ยกย่อง ซัดดัมจนเกินงามไปออกอากาศ มานานร่วมเดือนแล้วว่า ถึงอย่างไรนายอิสินธร จะต้องยกเลิกคำสั่งลงโทษต่อกระผม และจะต้องถูกย้ายเมื่อครบวาระตามคำสั่งของกระทรวง ส่วนการจะขอเกาะเก้าอี้อยู่ต่อโดยยัดไส้แจ้งเรื่องว่าจะได้ไม่มีใครมาสมอ้างว่าสามารถขับไล่กงสุลใหญ่ได้สำเร็จนั้นนับว่าฉลาดในการสร้างเรื่องเอาประโยชน์ใส่ตัว เพราะข้อเท็จจริงนั้น บรรดาผู้ใกล้ชิดปิดกันให้แซ่ดว่า มีคนทำเรื่องอ้อนผู้บังคับบัญชาขออยู่ต่อเพื่อรอให้ลูกสาวเรียนจบก่อน เท็จจริงอย่างไรกระผมไม่รู้ แต่เท่าที่ผ่านมากงสุลใหญ่เมืองนี้มักหลงเสน่ห์เมืองนางฟ้าขออยู่เกินวาระ 4 ปีกันแทบทุกคน
จึงเรียนมาเพื่อทราบและถ้าจะพิจารณานำจดหมายของกระผมลงชี้แจงให้เป็นที่ทราบโดยทั่วกันด้วยก็จะเป็นพระคุณยิ่ง
ขอแสดงความนับถือ
นายสุรพล สุขถาวร
.....อ่านต่อ
|