เรื่องที่น่ายินดีและไม่น่ายินดี
วันเสาร์ที่
24 กันยายน 2005 ผมไปทำข่าวและถ่ายภาพที่หน้าสถานกงสุลใหญ่แอล.เอ.มีการชุมนุมแสดงความจงรักภักดีและต่อต้านใบปลิว
คนที่ไปชุมนุมกันนั้นผมรู้จักประมาณ
90-95 % การชุมนุมประท้วง
การเดินขบวนหรือการแสดงออกอื่นๆ
ฯลฯ ถือเป็นสิทธิอันชอบธรรมของแต่ละบุคคล เมืองไทยเมื่อเกิดการชุมนุมรวมตัวกันขึ้นมา
เขาเรียกว่า”ม็อบ” จากนั้นฝ่ายต่อต้านก็จะสร้าง”ม็อบ”ขึ้นมา
ภาษานักเดินขบวนเขาเรียกว่า
“ม็อบกินม็อบ” แต่ในวันนั้นไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น
ผมมีเรื่องน่ายินดีและไม่น่ายินดีนำมาชี้แจง
เอาเรื่องไม่น่ายินดีก่อน
กล่าวคือได้รับจดหมายจากคุณสงคราม
ศาลาลอย ช่างภาพอิสระ(สมัครเล่น)คือถ่ายภาพแล้วมักจะส่งให้หนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆที่ขอมา ล่าสุดผมเห็นว่าคุณสงครามมีอุปกรณ์และฝีมือดีกว่าผมหลายเท่าตัว
ผมก็ขอภาพมาลงหนังสือพิมพ์และบนอินเตอร์เน็ต
จะเห็นได้จากการที่เขาไปเที่ยวอลาสก้า,ไปแคมปิ้ง,ถ่ายภาพงาน
Thailand Supermodel และอื่นๆ
แล้วนำมาลงใน
www.apacnews.net ลองเปิดเข้าไปดูงานเหล่านี้ได้
อีกคนที่ผมได้ขอภาพจากเขาก็คือคุณจั๊ม
ศิริชู หรือ Jump Photo
ก็นำมาลงตีพิมพ์ใน
APN และขึ้นเว็บหลายงาน
ก็ขอให้ท่านผู้อ่านรับทราบไว้เช่นกัน
ในวันนั้นคุณสงครามแต่งตัวด้วยชุดเหมือนจะออกไปรบในสงคราม จริงๆแล้วเป็นชุดเดินเขา(Hiking)
สวมหมวกและแว่นดำ
ตามสไตล์ที่เขาชอบ
แต่เรื่องที่ไม่น่ายินดีก็เกิดขึ้น
เมื่อคุณอรรคเดช
ศรีพิพัฒน์
บ.ก.สยามมีเดีย
เดินข้ามฟากเข้ามาสอบถามคุณสงคราม ผมได้ยินเข้าก็เลยต้องบอกว่าเขาถ่ายภาพให้เอเชี่ยน
แปซิฟิก ด้วย
ซึ่งคุณทอม
ศรีพิพัฒน์
น้องชายของคุณอรรคเดชยืนคุยอยู่กับผมก็ได้ยิน
ทุกอย่างจบไปแค่นั้น
ผมคิดว่าทุกคนมีเสรีภาพในการแสดงออก
เช่นชุมนุมประท้วง
ชุมนุมแสดงความจงรักภักดี
รวมทั้งการแต่งกาย(ยกเว้นถ้าไม่นุ่งกางเกงไปตำรวจจับฐานอนาจารในที่สาธารณะ)
ในวันนั้นกลุ่มที่ไปแสดงความจงรักภักดีหลายคนก็สวมแว่นกันแดด
วันต่อมาคุณสงครามส่งโน๊ตสั้นๆ
ผ่านอีเมลมายังผม
พร้อมทั้งแนบรูปที่เขาออกไปถ่ายภาพข้างนอกมาด้วย ข้อความที่ผมไม่ได้ตัดทอนมีดังนี้
“ ที่ผมบอกว่าได้รูปหรือเปล่า คุณบอกว่าได้แล้ว แต่เพื่อความมั่นใจว่ารูปที่ผมหมายถึงคือรูปผมเอง
“
“เมื่อเวลาผมไปถ่ายภาพนอกสถานที่ ที่ไม่เป็นทางการผมจะแต่งตัวดังภาพที่แนบมานี้ คือเมื่อผมเป็นช่างภาพของ
dailydrivenonline.com ไปถ่ายการแข่งขัน Drifting ที่ California Speedway, Fontana ผมมี Photo Pass เหมือนกับช่างภาพอาชีพ
ผมใส่หมวกใบเดียวกัน สวมแว่นกันแดด กล้องและเลนซ์อันเดียวกันกับวันนี้ “
“แต่วันนี้ผมนึกไม่ถึงว่า
เพราะเหตุการณ์ต่างกัน ผมจึงเหมือนบุคคลลึกลับ และผมก็ได้เผชิญกับความหยาบคาย
ถูกซักถามถึงแว่นดำ เลนซ์ซูม และสังกัดของสื่อ ด้วยกิริยาเปรียบเสมือนอันธพาล เหตุเกิดที่ชายถนนฝั่งตรงข้ามกับสถานกงสุลฯ L.A .
09-24-2005”
ผมยังขอให้คุณสงครามเขียนประวัติย่อๆมาให้ทราบ
เพราะผมทราบเพียงแต่ว่าคุณสงครามอยู่ใน”ชมรมกาแฟเซอร์ริโต๊ส” ชมรมนี้มีครอบครัวชาวไทยในเซอร์ริโต๊สพบปะสังสรรค์กันประมาณ
50 หลังคาเรือน
ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป คุณสงครามเขียนประวัติสั้นๆดังนี้
“ ผม- สงคราม ศาลาลอย การศึกษาปริญญาโท Cal State Long Beach ปี 1977
เคยทำงานบริษัท Northrop Grumman, Hughes Aircraf
ระยะเวลาทำงานในอาชีพ Aerospace รวม 20 กว่าปี ปัจจุบันทำงานที่บริษัท Boeing หรือชื่อเต็มว่า The Boeing Co.ที่เมือง Huntington Beach รัฐ California
ตำแหน่ง Principal Engineer ประสพการณ์ การทำงาน Space Station, Space Shuttle, จรวดส่งดาวเทียม Delta IV, ดาวเทียมของราชการทหาร,
ขีปนาวุธบางประเภท และอื่นๆ “
คิดว่าทั้งคุณสงครามและคุณอรรคเดช
หากพบกันน่าจะทำความเข้าใจกัน
เพราะคุณสงครามถึงจะแต่งตัวลึกลับในบางโอกาส
แต่ไม่ใช่สายลับหรือนักสืบ
เขาเป็นวิศวกรในระดับที่เหนือกว่า
Senior Engineer ผมคิดว่าการทำความเข้าใจกันจะทำให้ชุมชนของเราน่าอยู่มากขึ้น พบกันจะได้ไม่ต้องทำหน้าเหม็นๆใส่กัน
ส่วนอีกเรื่องที่น่ายินดีบรรณาธิการข่าวของ
APN คุณสายธาร(แจ๊บ)
เดชาติวงศ์ฯได้รับทุนด้านการทำข่าวสาธารณสุขหรือ 2005 California Endowment Health Journalism Fellow
หลังจากที่เธอยื่นใบสมัครไป
2-3 เดือนที่ผ่านมา
ทุนนี้มอบให้กับนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ในสหรัฐ ช่วงแรกระหว่าง
20-23 ตุลาคม จะเป็นการสัมมนา
ที่ the
Annenberg School for Communication ในแคมปัสของ
USC และช่วงที่สองระหว่าง
17-20 พฤศจิกายน
จะได้พบกับนักหนังสือพิมพ์ระดับท็อปและผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขของอเมริกัน
ผมชื่อว่า”แจ๊บ”คงจะนำความแปลกใหม่มาให้ผู้อ่าน
APN ได้รับทราบเป็นระยะไป ผมนำรายละเอียดจดหมายที่มีมาถึงเธอลงในคอลัมน์”จดหมายถึงบรรณาธิการ” อยู่ที่หน้า
13 ส่วน 2 โปรดเปิดไปอ่านรายละเอียดได้
ทุนสำหรับนักข่าวนักหนังสือพิมพ์จะมีอยู่เรื่อยๆ ครั้งหนึ่งผมได้รับการเสนอให้ไปเข้าคลาสที่วิทยาลัยการหนังสือพิมพ์ มหาวิทยาลัย
Stanford จดหมายบอกมาว่า”ขอให้ส่งหัวหน้าข่าวที่เก่งที่สุดไปร่วม” ผมอยากจะส่งตัวเองไป
ผมถือว่าผมเป็นหัวหน้าข่าวที่เก่งที่สุดในสำนักงาน
APN (เพราะมีอยู่คนเดียว
) แต่ใครจะทำหนังสือพิมพ์ให้ผม
จึงไม่ได้ไปร่วม
ต่อไปเราคงมีโอกาสผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อนำมาเสนอใน
APN ให้เป็นกำไรของผู้อ่านต่อไป
– สังคมอเมริกันเปิดโอกาสให้เสมอสำหรับคนที่รักความก้าวหน้า.....ÍèÒ¹µèÍ
|