น.ส.พ.ไทยรัฐในส่วนที่ผมสัมผัส
มีเรื่องให้ต้องเขียนอีกเกี่ยวกับวงการหนังสือพิมพ์
เพราะผมถูกนางณญาดา
ธนะพัฒน์ ใส่ความหาว่าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐไม่รับผมเป็นนักข่าวเพราะผมเป็นคนขี้เมา
และเรื่องอื่นๆจนทำให้ผมไปมีปัญหากับเธอผู้นี้ ผมนำจดหมายของคุณศุภชัย
จิวะไพบูลย์ศักดิ์(เล็ก
ติงลี่)มาชี้แจงแทนเพื่อว่าผู้อ่านจะได้ทำความเข้าใจ โดยเฉพาะคนที่ยังคิดว่าผมเสนอข่าวนางณญาดาเพราะผมต้องการแย่งหน้าที่ไปทำข่าวให้กับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเป็นสถาบันแห่งหนึ่งในวงวิชาชีพสื่อสารมวลชน
ที่ผมชื่นชมผอ.กำพล
วัชระพล ผู้ก่อตั้ง
ท่านมีความสามารถสร้างไทยรัฐให้ยิ่งใหญ่ได้
ข้อนี้ไม่มีใครกังขาครับ
โดยเฉพาะคนในวงการหนังสือพิมพ์เมืองไทย
ย้อนหลังไปถึงเหตุการณ์
6 ตุลาคม 2519 หนังสือพิมพ์เมืองไทยถูกรัฐบาลหอย-นายธานินทร์
กรัยวิเชียร สั่งปิดหมด
แต่ในช่วงต่อมาเริ่มทยอยออกได้
ผมเข้ามาเกี่ยวพันกับไทยรัฐเพราะมีเพื่อนรุ่นพี่,รุ่นเดียวกันและรุ่นน้องทำงานอยู่ที่ฉบับนี้ และผมเองก็เกือบจะไปอยู่ใต้ชายคาไทยรัฐเหมือนกัน เพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งเป็นผู้สื่อข่าวไทยรัฐเขาชื่อ
ตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์
เป็นนักข่าวรางวัลพูลิตเซอร์
2 ปีซ้อน ปัจจุบันเขาอยู่ในสังกัดผู้จัดการรายวันเคยเป็นบรรณาธิการ
แต่ตอนหลังต้องหลบตำแหน่งนี้ออกไป
ไม่งั้นอาจติดคุกเพราะเจอเข้ากับคดีหมิ่นประมาทแบบซ้ำซาก
ตุลย์มาชวนผมให้ไปทำหน้าที่
news rewriter ก่อนที่จะก้าวไปเป็นหัวหน้าข่าวเพราะตำแหน่งนี้ผมเป็นอยู่ก่อนที่หนังสือพิมพ์รวมประชาชาติรายวัน
ก่อนจะถูกปิดในวันที่
6 ตุลาคม 2519
ผมก็นำเรื่องไปปรึกษา
ถวัลย์ วงศ์สุภาพ
เพื่อนอีกคนที่ทำข่าวมาด้วยกัน
เขาเรียนจบนิเทศศาสตร์
จุฬาฯ ถวัลย์บอกว่ามึงอย่าเลย
เป็นหนึ่งในตำบล
ดีกว่าเป็นสองในอำเภอ ผมก็เชื่อเพื่อน
จากนั้นเส้นทางของผมกับรุ่นพี่ๆเพื่อนๆก็มาร่วมกันเปิด
เข็มทิศธุรกิจ,ประชาชาติธุรกิจเพื่อหลีกเลี่ยงการเมือง พร้อมกันนั้นก็ออกหนังสือรายเดือนพาทีไปด้วยซึ่งคุณชวน
หลีกภัย ยังเขียนเรื่องเย็นลมป่ามาเป็นบรรณาการ
จนกระทั่งมาเปิดมติชนรายวันเริ่มจาก
8 หน้าราคา 1 บาท
ต่อเก๋งจีนชั้น
4 ดาดฟ้าโรงพิมพ์พิฆเณศในซอยแพร่งสรรพศาสตร์เป็นสำนักงาน
เมื่อผมมาอยู่แอล.เอ.(เพราะมติชนส่งออกช่วยตอนที่มาเปิดหนังสือพิมพ์รายวันที่นี่) ตุลย์ก็เดินทางไปอยู่เมืองดีมอยส์
รัฐไอโอว่ากับคุณประสงค์
นุรักษ์ เพื่อออกมาหาประสบการณ์
ก่อนจะกลับเมืองไทยก็แวะแอล.เอ.
มาอยู่กับผมที่อพาร์ตเมนต์แถวถนนโอลิมปิกไม่ไกลจากดาวน์ทาวน์แอล.เอ.
ช่วงนั้นผมทำนิตยสารตะวัน อยู่กับแจ๊ส
อิมพอร์ต
ตุลย์กลับไปเห็นช่องทางก็ให้ผมส่งข่าวสังคมและภาพไปลงไทยรัฐ ถือว่าผมน่าจะเป็นคนรุ่นบุกเบิกในการส่งข่าว-ภาพสังคมแอล.เอ.ไปลงที่เมืองไทย
หากจำไม่ผิดตอนที่ก่อตั้งชมรมอดีตทหารไทยที่บ้านจสอ.ถาวร
ไบรนางกูร เมืองเกลนเดลนั้นผมก็ได้ส่งภาพข่าวนี้ไปลง
จริงๆแล้วก่อนหน้านั้นผมยังส่งเรื่อง-ภาพข่าวสังคมไปลงที่นิตยสารBR ของคุณบุรินทร์
วงศ์สงวน โดยทำร่วมกันหลายคนมีคุณเชาวน์
บูรณะสมบัติ
เป็นหัวเรือ
โดยมีน.พ.วิบูล
วิจิตรวาทการ
เป็นที่ปรึกษา
ช่วงหลังผมมาทำงานที่
The Asean Post โดยมี
ชลินทร์ ปิ่นวัฒนะ
เป็นบ.ก.เขาก็ส่งข่าวไปลงเดลินิวส์บ้าง
เหมือนที่ผมส่งให้ไทยรัฐใช้นามปากกาโรเบิร์ต บุญมา
และยังแนะนำให้จักรกฤษณ์
สีวะลี ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์คนหนึ่งของ
The Asean Post เขียนคอลัมน์สอนภาษาอังกฤษไปลงในเดลิวนิวส์ใช้นามปากกาว่าบ๊อบ บุญหด ช่วงนั้นจักรกฤษณ์ทำปริญญาเอกอยู่
ปัจจุบันเป็นข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ
เดินตามรอยคุณพ่อของเขาคือคุณเสาวพจน์
สีวะลี ระหว่างนั้นผมไม่ได้ส่งข่าวให้ไทยรัฐแล้ว ทราบว่าทางหนังสือพิมพ์ไทยแอล.เอ.ที่มีคุณวิรัช
โรจนปัญญา
เป็นผอ.ทำหน้าที่ส่งข่าว
ประมาณปี 1987 ผมกลับไปเที่ยวเมืองไทยร่วมกับโครงการที่คุณวรวุฒิ
อิทธิภักดีพงศ์
จัดไปทัวร์เขาค้อ
จังหวัดเพชรบูรณ์ ผมมีโอกาสได้พบกับ
ตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์
อีก คราวนี้เขานำผมไปพบกับคุณสมิต
มนัสฤดี หัวหน้ากองบก.ไทยรัฐ
เพื่อจะให้ผมช่วยส่งข่าวให้
โดยเฉพาะข่าวหน้า
1 ไม่ใช่ข่าวสังคมซุบซิบ ผมก็ตอบไปด้วยความขอบคุณ บอกไปว่าที่นี่ยังมีคุณองอาจ
เครือประเสริฐ อยู่และอีกอย่างผมเกิดจากมติชน ยังมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและยังดีมาจนถึงทุกวันนี้
แต่หากต้องการข่าวจะให้ผมช่วยเป็นครั้งคราว
ผมยินดี โดยผมไม่ขอขึ้นสังกัด
กล่าวได้ว่าผมปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวล
ในช่วงปี
1995 ผมเป็นนายกสมาคมสื่อมวลชนไทยฯมีการจัดสัมมนาที่วัดไทย
แอล.เอ.
วิทยากร 1 ในจำนวนนั้นที่เดินทางมาให้ความรู้ก็คือคุณสมหมาย
ปาริจฉัตต์
ขณะนั้นเป็นบก.บริหารมติชนและนายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย
ปัจจุบันเขาเป็นกรรมการผู้จัดการมติชน
(ตอนอยู่เมืองไทย
ผมเป็นหัวหน้าข่าวและบรรณาธิการบริหาร
คุณสมหมายเป็นผู้สื่อข่าวอาวุโส)
ส่วนนักข่าวระดับ
3 ทหารเสือของมติชนตอนนั้นประกอบด้วย
บุญเลิศ ช้างใหญ่
,โอภาส
เพ็งเจริญ
และ
ชลิต กิตติญาณทรัพย์
เมื่อเห็นบรรยากาศแอล.เอ.แล้วคุณสมหมายก็ให้ผมช่วยส่งข่าวสังคมคนไทยในสหรัฐเข้าไปมติชนทุกวันอาทิตย์
คุณขรรค์ชัย
บุนปาน หรือพี่ช้างเป็นคนตั้งชื่อคอลัมน์ให้ว่าคนไทยโพ้นแผ่นดินจนกระทั่งคอลัมน์นี้ล้มหายไปเพราะมีการเปลี่ยนแปลงในมติชน
ต่อมาผมมารู้จักกับคุณศุภชัยหรือเล็ก
ติงลี่ ในแอล.เอ.
เมื่อเกิดข่าวขึ้นและถูกทางกรุงเทพฯสั่งตามข่าว
คุณเล็กมาขอให้ผมช่วยอีกแรงหนึ่ง
ผมก็ได้ช่วยเหลือตลอดมา
ช่วยเพราะความเป็นเพื่อน
คุณเล็กกลับไปใช้ชีวิตที่เมืองไทย
และติดต่อให้ผมช่วยเสริมทัพคือเป็นนักข่าวไทยรัฐ เขาติดต่อมาหลายครั้งครับ จนครั้งสุดท้ายเขาบอกว่านักข่าวไทยรัฐที่แอล.เอ.ไม่มีเวลามากนักในการทำข่าว
ขอให้ช่วยหน่อย
ผมก็ตอบตกลง หลังจากนั้นเขาไม่ติดต่อมาอีก
(เหตุผลขอให้ไปอ่านจดหมายของเขาที่มีมาชี้แจง)
ขนาดคุณสมิต
มนัสฤดี หัวหน้ากองบก.ยังขอพบผม
แล้วชวนผมทำงาน.shไทยรัฐ ไฉนเลยผมคิดจะมาแย่งงานข่าวของนางณญาดาทำ (พูดผิด พูดใหม่ได้
ไม่ต้องแหกโค้งออกไป)
ดังนั้นใครที่คิดว่าผมอยากเป็นผู้สื่อข่าวไทยรัฐแทนนางณญาดา
จนตัวสั่นเหมือนใบปลิวออกมาเล่นงานผมนั้น
เมื่ออ่านข้อเขียนนี้แล้ว ขอคิดใหม่เถิดครับ
ส่วนใบปลิวใบนั้นใครจะเป็นคนเขียนผมไม่ทราบ ด้วยผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ
เดี๋ยวจะโดน
retraction ซึ่งก็พอจะรู้เลาๆ
เพราะคนที่รู้ว่าผมตกลงจะส่งข่าวให้ไทยรัฐนั้นมีอยู่ไม่กี่คน
เมื่อใบปลิวออกมาในแอล.เอ.
คอลัมน์สายตรงจากต่างแดนไทยรัฐก็เขียนว่า
หลังจากมีใบปลิวออกมาแฉครั้งแรก
ก็มีใบปลิวออกมาระลอก
2 โจมตี ผู้ใหญ่ในสถานกงสุล
ทำตัวไม่เหมาะสม
และล่าสุดมีใบปลิวระลอก
3 กระชากหน้ากากกลุ่ม
ขบวนการทำลายสังคมไทย
อาทิ ดีทอง
เดนนรก,
ถิด ขี้หลี, สัน ขี้เมา, โอ เจ้าเล่ห์, พ ตัวแสบ, ว ขี้อิจฉา ฯลฯ
...นอกจากนี้ยัง
ดีเดย์ นัดไป วาง หรีดดำ หน้าสถานกงสุล
1 ต.ค. หาก
ผู้ใหญ่งี่เง่าในกระทรวงการต่างประเทศ
ไม่จัดการเอา
ตัวแสบ กลับไป... ท่าจะวุ่นไปใหญ่
(ฉบับวันอาทิตย์ที่
26 กันยายน 2547)
สัน ขี้เมา นั้นใบปลิวบรรยายไว้ว่าอยากเป็นนักข่าวไทยรัฐจนตัวสั่น
และจะเป็นใครไปไม่ได้
ต้องหมายถึงผมคนเดียว
เหมือนที่นางณญาดาให้สัมภาษณ์สยามโครนิเคิลว่าผมขี้เมา
ไทยรัฐจึงไม่รับเป็นนักข่าว
อย่างไรก็ตามคอลัมน์เดียวกันฉบับวันที่
17 ตุลาคม 2547 ก็เขียนแก้ข่าวว่า ส่วนที่มีคนกล่าวหาว่า ไพสันต์ พรหมน้อย
เกี่ยวข้องกับการให้ข้อมูลทำ
น.ส.พ.เถื่อน ด้วยนั้น
มีการตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด
และ ไพสันต์
ก็ร่วมลงชื่อร้องเรียนด้วย
ผมไม่ทราบว่าใบปลิวกับคอลัมน์สายตรงจากต่างแดน มันเกี่ยวพันกันอย่างไร
อย่าลืมครับว่าไทยรัฐเป็นสถาบัน
คงไม่ปล่อยให้มีการประพฤติผิดอยู่ร่ำไป เหมือนเช่นคอลัมนิตส์ที่ชื่อฉลามเขียว (คนนี้เคยเป็นลูกน้องผมมาก่อน) เมื่อทำผิดเขาก็ถูกไล่ออก ดังนั้นใครที่ทำผิด
ผมเชื่อว่าพระเจ้า,พระอัลลาห์และพระพุทธองค์
ไม่ปล่อยลอยนวลหรอกครับ
จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง.....อ่านต่อ
|