----------------------------------------------¤ÅÔ¡·ÕèÃÙ»à¾×èÍ´ÙÃÙ»ãËè----------------------------------------
ในหลวงกับโครงการ
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ผมอ่านข่าวพบว่าเมื่อวันที่
27 ก.พ.เวลา 20.55น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ประทับรถเข็นพระที่นั่งไฟฟ้าและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้รองศาสตราจารย์นายแพทย์ประดิษฐ์
ปัญจวีนิน
หัวหน้าสำนักงานศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
เข็นรถพระที่นั่งถวาย
ไปยังที่ท่าน้ำศิริราชเพื่อเสด็จไปสักการะพระพุทธเมตตาคุณากร และใช้เวลาช่วงหนึ่งประทับบนรถเข็นพระที่นั่งประทับเพื่อทอดพระเนตรสายน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาและทัศนียภาพโดยรอบ
กระทั่งเวลา
21.25 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับรถยนต์พระที่นั่งเพื่อเสด็จฯปฏิบัติพระราชกรณียกิจส่วนพระองค์
ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
พระราชวังดุสิต
ต่อมาเวลา
01.33 น.วัะนที่
28 ก.พ.เสด็จฯกลับมาประทับที่โรงพยาบาลศิริราชดังเดิม
พสกนิกรเห็นพระองค์ทรงมีพระวรกายแข็งแรงขึ้นก็สบายใจกัน
เป็นจังหวะพอดีที่ผมจะเขียนเรื่องโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
(กปร.)
กลับกรุงเทพฯครั้งนี้ผมยังอยู่ในโครงการร่วมกับคณะ
วันที่ 15 มกราคมได้เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหรือสำนักงาน
กปร. ไปถึงได้พบกับหม่อมหลวงจิรพันธุ์
ทวีวงศ์ รองเลขาธิการได้รับทราบจากการบรรยายประกอบการฉายวิดีทัศน์ให้ดูว่าโครงการเป็นมาอย่างไร
มีอะไรบ้าง
คำว่าโครงการพระราชดำรินี้เริ่มจากอดีตเมื่อในหลวงมีพระราชดำริอะไรออกมา
ก็จะมีหน่วยงานแต่ละหน่วยนำไปทำ
จนทำให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน
ทรงเกรงว่าจะทำได้อย่างไม่มีประสิทธิผลสูงสุดต่อประชาชน
ดังนั้นจึงนำมารวมกันเข้าไว้
จัดตั้งเป็นสำนักงาน
ล่าสุดขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีและนายกฯก็เป็นประธานโดยตำแหน่ง
สำนักงาน
กปร.มีหน้าที่รวบรวมและแจ้งให้ทราบถึงพระราชดำริ
,การศึกษาวิเคราะห์และจัดทำรายละเอียดโครงการ,พิจารณากลั่นกรองระดับกระทรวง,การดำเนินงานตามโครงการและการติดตามประเมินผล
สรุปแล้วก็เป็นแหล่งรวบรวมเพื่อทำให้พระราชดำริหรือที่พระองค์คิดไว้ให้เป็นรูปธรรมขึ้นมา
เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยรวม
ม.ล.จิรพันธุ์
กล่าวว่าส่วนใหญ่ก็มุ่งเน้นเรื่องการกินดีอยู่ดีของประชาชน
หนีไม่พ้นแหล่งน้ำ-การชลประทาน
การเกษตรกรรม
ปัจจุบันโครงการ
กปร.กระจายอยู่ทุกภาคทั่วประเทศ
โดยแยกให้เห็นตัวเลขดังนี้ภาคเหนือมี
1,303 โครงการ/กิจกรรม,ภาคกลาง
1,111 โครงการ/กิจกรรม,ภาคอีสาน
963 โครงการ/กิจกรรม
ภาคใต้ 843 โครงการ/กิจกรรม และที่ไม่ระบุภาคอีก
335 โครงการ/กิจกรรม
หากแยกแยะออกไปแล้วพบว่ามีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ
1,671 โครงการ,สิ่งแวดล้อม
1,102 โครงการ,การเกษตร
557 โครงการ,ส่งเสริมอาชีพ
358 โครงการ,คมนาคม/สื่อสาร
116 โครงการ,สวัสดิการสังคม
166 โครงการ,สาธารณสุข
50 โครงการและโครงการอื่นๆอีก
614 โครงการ
เราคงเคยได้ยินมานานแล้วโครงการของพระองค์ที่ดำเนินการจากอดีตถึงปัจจุบันเช่นโครงการปลานิลจิตรลดา
จาก 50 ตัวที่ได้รับพระราชทานจาก
สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโต
แห่งประเทศญี่ปุ่น
ทรงปล่อยเลี้ยงในสวนจิตรลดาในปี
2508 จนกระทั่งถึงปี
2551 เมืองไทยมีปลานิลประมาณ
1,500 ล้านตัวแพร่พันธุ์เป็นอาหารของประชาชน
ปริมาณการผลิตและทำรายได้ให้ประชาชนคิดเป็นมูลค่า
5,770 ล้านบาท ปลานิลเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี
ฅราคาถูกและขยายพันธุ์ง่ายในประเทศไทย
โครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ
มีอยู่ 2 แนวทางที่พระองค์ทรงแนะนำให้ทำคือโครงการแก้มลิงเพื่อให้น้ำไหลไปกักเก็บตามลำคลองเวลาน้ำหลาก
เมื่อน้ำลดจึงระบายสู่ทะเล
ยามหน้าแล้งก็ใช้เป็นแหล่งน้ำให้แก่เกษตร
เป็นต้น และการสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ขึ้นที่ลพบุรีเพื่อกั้นแม่น้ำป่าสักเก็บกักน้ำในฤดูฝนไม่ให้ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ที่ตั้งอยู่ตามแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยา
โดยเฉพาะในเขตกทม.
ทำให้น้ำไม่ท่วมใหญ่ในเขตกทม.
ถือเป็นการประหยัดค่าซ่อมแซมสิ่งสึกหรอหลังน้ำลดได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งประชาชนจะได้ไม่ลำบากที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วม
การปลูกหญ้าแฝก
โดยหญ้าแฝกมีระบบรากที่แผ่กระจายเหมือนกำแพง
1 เดือนรากลึก
1 เมตรและ 8 เดือนรากลึก
3 เมตร หญ้าแฝกป้องกันการพังทลายและการชะล้าวงหน้าดิน
เป็นการอนุรักษ์ดิน
เพราะดินคือแหล่งสำคัญของการเกษตร
โครงการแกล้งดิน เมื่อดินเปรี้ยวไม่สามารถปลูกอะไรได้เลย
วิธีการที่พระองค์จัดทำก็คือทำให้ดินเปรี้ยวสุดขีดแล้วใช้น้ำชะเอาความเปรี้ยวออกไป
ตัวอย่างเช่นพื้นที่ซึ่งเป็นป่าพรุเดิม
โดยเฉพาะพรุโต๊ะแดงเนื้อที่กว่า
1.8 แสนไร่ในนราธิวาส
หลังจากแกล้งดินเสร็จก็สามารถปลูกพืชได้บ้าง
บางแห่งเมื่อชำระดินเสร็จก็มีการใส่ปูนมาร์ล
ลงไปจะทำให้ดินหายเปรี้ยวสามารถเพาะปลูกได้อย่างสมบูรณ์
ม.ล.จิรพันธุ์
ยังเล่าให้ฟังว่าแนวพระราชดำริเรื่องการปลูกป่านั้นทรงให้ไว้
3 ประการคือ
การปลูกไม้ต้นเพื่อกินผลได้,การปลูกไม้เพื่อนำมาใช้สอยเช่นทำตู้โต๊ะเฟอร์นิเจอร์และอื่นๆและการปลูกไม้เพื่อนำมาทำฟืนให้พลังงานความร้อนได้
“บทบาทของสำนักงาน
กปร.ยังประสานกับกรมชลประทาน
อาทิเช่นในปีนี้กำหนดไว้ว่าชาวนาไม่ควรทำนาปรังในฤดูแล้ง
เพราะน้ำน้อย
อีกทั้งจะทำให้ข้าวที่ชาวนามีอยู่ได้ราคาดี
“ ม.ล.จิรพันธุ์กล่าว
ณ ที่แห่งนี้เรายังได้รับแจกเอกสารตลอดจนซีดีต่างๆเพื่อนำมาศึกษาเผยแพร่ ผมคิดว่าคนที่ชอบปลูกพืชผักผลไม้คงจะชอบทีเดียว มีอีกอย่างที่ผมสังเกตเวลาขึ้นไปสำนักงานหรือหน่วยราชการ
นอกจากจะมีกาแฟ,น้ำเย็นบริการแล้วจะมีขนมหวานไทยๆใส่จานไว้ด้วย
เช่นขนมเผือก,วุ้น,ถั่วแปบ,ขนมลูกชุป
ที่จัดไว้ในจานเล็กๆแต่พอคำ ดูแล้วเข้าท่าดี
ก็หยิบๆเข้าปากเพื่อไม่ให้เจ้าภาพเสียใจ
สำนักงาน
กปร.ตั้งอยู่ที่เดิมของโรงเรียนนายร้อยจปร.ถนนราชดำเนินนอก
เมื่อผมลงมาด้านล่างและมองขึ้นไปด้านบนตึกจะเขียนไว้ว่า
รศ.(รัตนโกสินทรศก)128
กรมทหาราบที่
2 เมื่อผมมาคำนวณดูแล้วตรงกับพ.ศ.2453
หรือ ค.ศ.1910 อันตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่
5) ปีนี้ค.ศ. 2010 ตึกหลังนั้นก็อายุครบ
100 ปีพอดี
มิน่าเล่า
บันไดขึ้นชันและสูงเวลาเดินขึ้นไปถึงชั้นสาม
ห้อง 301 เหนื่อยเหมือนกันครับ
เรากล่วคำอาลารองเลขาธิการ
สำนักกปร.เพื่อกลับไปสรุปงานเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศที่กระทรวงการต่างประเทศ
ในเย็นนั้น.....ÍèÒ¹µèÍ
|