จริงๆแล้วในชีวิตผมไม่เคยคิดจะเป็นเซลส์แมนหรือทำงานด้านการตลาด
อยากจะทำข่าวและทำงานด้านหนังสือพิมพ์อย่างเดียว เหมือนตอนอยู่เมืองไทย ทำข่าวก็คือทำข่าวไม่ข้องแวะใดๆกับเรื่องโฆษณาหรือธุรกิจ แต่พอมาเปิดหนังสือพิมพ์เองมันไม่ได้นะครับ จะต้องออกตลาดไปหาโฆษณาหรือเมื่อโฆษณาติดต่อเข้ามาก็ต้องวิ่งออกไปชน และคราวนี้ก็เป็นการออกตลาดประเภท
Super Market นะครับ
ผมเริ่มรู้จักกับคุณเคน
บุย รองประธานตลาดอาดองอยู่ลิตเติ้ล
ไซ่ง่อนตอนที่เขาเปิดตลาด
A Dong Supermarket จากนั้นก็มาเปิด
Saigon Supermarket บนถนนเวสต์มินสเตอร์ไม่ไกลจากตลาดเดิมเท่าไรนัก คราวนี้ขยายมาเป็นตลาด
Dalat Supermarket ผมก็ตามติดมาเรื่อย
เหตุที่ตามติดมานั้นข้อแรกเป็นเรื่องโฆษณา ข้อที่สองเขามาขอคำปรึกษาผมอยู่เรื่อยว่าคนไทย-คนลาวชอบอาหารประเภทไหน
เขาให้ผมเข้าไปเดินดูบนหิ้งว่ายังขาดอะไรอยู่บ้างที่จะเติมเข้าไป
เขาจะได้ไปสั่งจากบริษัทขายส่ง เมื่อดูแล้วผมก็บอกว่ามีอะไรบ้างที่ยังขาดอยู่
อาทิเช่นยังขาดปลาแดกก็ต้องไปเอามาเติม ยังขาดข้าวเหนียวเขี้ยวงูหรือข้าวเหนียสนันป่าตองก็ไปเอามาเพื่อบริการพี่น้องชาวลาว
หรือยังขาดน้ำปลาชนิดใดก็ไปขนมา
ก็เป็นเรื่องน่าภูมิใจครับ
เอาไปเอามาสินค้าไทยก็ขึ้นบรรจุเต็มแผง เขารู้ว่าคนเอเชียชอบบะหมี่สำเร็จรูป ผมก็บอกไปเอามาให้หมดของไทยมียี่ห้ออะไรบ้าง
จะได้ให้คนซื้อมีทางเลือกมากขึ้น
เหตุที่ผมรู้ว่าอะไรขาดเหลือ
เพราะผมเป็นคนทำกับข้าวและกับแกล้มด้วยตัวเอง
และรู้ว่ามีสิ่งใดที่คนทำครัวหรือห้องอาหารต้องการบ้าง
มันเป็นความภูมิใจอยู่อย่างหนึ่งที่เครื่องปรุงอาหารไทยของเราขึ้นไปอยู่ตลาดเอเชีย
– ผมอยากจะเรียกว่าตลาดเอเชียเพราะเขาต้องการเช่นนั้นไม่อยากให้มีเฉพาะลูกค้าคนเวียดนาม เขาต้องการคนไทย
คนลาว คนเขมร
คนฟิลิปปินส์แม้กระทั่งแม็กซิกัน
ก็เข้าไปจับจ่ายซื้อสินค้าในตลาดที่เขาทำ คนทุกชาติทุกภาษาชอบรับประทานปลาหรืออาหารทะเลโดยเฉพาะแม็กซิกันและฟิลิปปินส์นี่ชอบนักปลาทอด
หรือไปซื้อปลามาทำกินกันเอง ฟิลิปปินส์บางรายเอาปลาไปกินที่ทำงานแล้วไปอุ่นในไมโครเวฟของที่ทำงาน
จนเพื่อนร่วมงานแตกกระเจิง ตอนหลังต้องเขียนป้ายไว้ว่า
Do not cook fish !
ผมคิดว่าทุกวันนี้ผู้คนรับประทานอาหารกันแบบไม่เลือกชาติแล้วละครับ
เขาเรียกว่าเป็นการรับประทานแบบข้ามชาติข้ามวัฒนธรรม คนไทยอาจชอบไปกินอาหารญี่ปุ่น
กินปลาดิบ ฝรั่ง-แม็กซิกันอาจหันมารับประทานอาหารไทย
เด็กรุ่นใหม่เกิดในสหรัฐหันไปกินอาหารด่วนของอเมริกัน
ฯลฯ โลกนี้จึงกลายเป็นโลกานุวัตน์ขึ้นมา
อาหารไทยก็ปลดแอกจากจักรพรรดิจีนคือไม่มีคำว่า
Thai- Chinese Food อีกต่อไปประกาศเอกราชเป็น
Thai Food ไปทั่วโลก
ที่ตลาด Dalat Supermarket
ผู้จัดการชื่อนายฮง
พูดไทยได้เล็กน้อยโดยเฉพาะเรื่องการนับเงินเขาพูดว่า
”หนึ่งร้อย”น่าตาเฉย เขารู้จักคนไทยพอสมควร
รู้จักคุณอภิศักดิ์
เทพผดุงพร
เจ้าของผลิตภัณฑ์กะทิและสินค้าเครื่องปรุงเครื่องแกงตราแม่พลอย
เขารู้จักบะหมี่ไวไว
บะหมี่มาม่า
และสารพัดรู้จักครับเพราะเขาไปซื้อสินค้าจากผู้ผลิตเหล่านี้เข้าตลาดจำนวนมาก
เร็วๆนี้เขาก็จะเข้าเมืองไทยเพื่อไปดูสินค้าและสั่งมาจำหน่ายเอง
ที่ผมพูดมาตั้งแต่ต้นเป็นอารัมภบทนะครับ
มันยาวหน่อย
ที่จะพูดตอนนี้มิสเตอร์ฮงให้ผมมาช่วยติดต่อคนไทยไปจำหน่ายสินค้าข้างๆตลาด
Dalat ครับ ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่
13075 Euclid St., Garden Grove, CA 92843 อยู่หัวมุม
Euclid ตัดกับถนน Garden Grove เห็นได้ชัดเจน
โทร.714-638-9900 ดูแผนที่ประกอบ
http://maps.yahoo.com/maps
มิสเตอร์ฮองแกคงจะเห็นหลายๆตลาดมีการแคะขนมครก
ขนมเบื้อง
กล้วยทอดและอาหารสดๆกระมังจึงอยากจะนำอาหารไทยเข้าไปจำหน่ายด้านหน้าตลาด
ผมก็ไปช่วยแกวัดด้านลึกประมาณ
3.5 เมตร ยาว 6 เมตร
แกจะเรียกเก็บค่าเช่าวันละ
100 ขายวันเสาร์-อาทิตย์ค่าเช่าก็ตก
200 คราวนี้จะขายอาหารอะไรบ้าง
ขนมอะไรบ้างก็แล้วแต่ท่านคิดว่าจะขายได้
อาจเป็นข้าวเหนียวส้มตำ
ไก่ย่าง ไส้กรอกอีสาน
กล้วยแขกหรืออื่นใดที่คิดว่าขายแล้วทำกำไรได้
ไม่ใช่ขายแล้วจ่ายค่าเช่าก็หมด
ส่วนด้านข้างแกอยากจะให้จำหน่ายสินค้าประเภทของที่ระลึก
เสื้อผ้า รองเท้า
กระเป๋าถือ
เครื่องสำอางค์
สมุนไพร ฯลฯในราคาที่ไม่แพง ผมก็ไปช่วยแกวัดเป็นแผงลอยขนาด
2.5 เมตร ยาว 6 เมตร
ด้านข้างทำได้ประมาณ
3 ที่ แกจะเก็บที่ละ
75 ดอลลาร์ต่อวัน
ผมคิดว่าแผงหนึ่งอาจนำสินค้าไปจำหน่ายได้หลายอย่างมากหรือประเภทรวมๆกันไปขายก็ย่อมได้
คราวนี้หากจะเริ่มก็เริ่มได้เลย
คนแถบนั้นมีทั้งคนแม็กซิกัน,ฟิลิปปินส์,คนไทย,คนลาว,คนเวียดนามเป็นหลัก ก็มาดูว่าคนเวียดนามชอบสวยชอบงามเป็นชีวิตจิตใจ(คนชาติอื่นก็ชอบเหมือนกันนะครับของสวยของงาม) ชอบกินอาหารประเภทอาหารอีสานมากพอสมควร ไม่เชื่อก็ไปถามเจ้น้อย
ไทยนคร ดูได้ เพราะตอนนี้ไทยนครกำลังเข้าไปตีโอบลิตเติ้ล
ไซ่ง่อน
ก่อนที่ท่านจะไปขาย
ผมอยากจะให้ท่านไปสังเกตการณ์ดูว่าวันเสาร์-อาทิตย์ตลาดนั้นเป็นอย่างไรบ้าง อยากให้ไปดูด้วยตาเพื่อนำมาคำนวณดูว่าเมื่อไปขายแล้วจะคุ้มหรือไม่ หรือจะขายอะไรจึงจะเป็นของขายดี
อย่าเพิ่งผลีผลามจะต้องไปทำการวิจัยด้วยตาของตัวเองสักหน่อย
หากท่านผู้ใดสนใจติดต่อกับมิสเตอร์ฮงที่ตลาดได้โดยตรงนะครับ
หมายเลขข้างต้น ถ้าแกไม่อยู่จะพูดกับภรรยาของแก่ที่นั่งประจำอยู่ในออฟฟิสก็ได้เช่นกัน
อีกข้อหนึ่งที่มิสเตอร์ฮงฝากผมมา วัดไทยวัดลาวหรือองค์กร
Non profit ต้องการซื้อสินค้าในตลาด เขาก็จะจัดคูปองให้วิธีการก็คือไปซื้อคูปองกับเขาสมมติว่ามูลค่าคูปอง
100 ดอลลาร์ตลาดทั้ง
3 แห่งจะขายให้องค์กรเพียง
93 ดอลลาร์ จากนั้นองค์กรเหล่านี้อาจจะนำไปขายให้สมาชิกราคาเต็ม ดังนั้นเงิน
7 % ก็เข้าสู่องค์กร ถ้าองค์กรนั้นซื้อคูปองสัปดาห์ละ
1,000 ดอลลาร์ก็จะได้แล้ว
70 ดอลลาร์
ตลาดนี้ทำกับโบสถ์หลายแห่งในเขตออร์เรนจ์เคาน์ตี้เพราะสมาชิกทุกคนก็ต้องกินข้าว-กินอาหารกันทุกวันอยู่แล้ว หากไปซื้อสินค้าในราคาเต็มไม่ได้ส่วนลด
องค์กรก็ไม่มีเงินพิเศษเข้ามาบำรุง
เป็นวิธีที่ดีอย่างหนึ่ง
ผมว่าดีกว่าใส่ชุดขาวไปยืนตามหน้าตลาดแล้วยื่นกระป๋องขอบริจาคเสียอีก
.....ÍèÒ¹µèÍ
|