àÃ×èͧ¢Í§¡ÒúԹä·Â(ÍÕ¡¤ÃÑé§)

   
มานิตย์ ไชยสุกุมาร กำลังแถลงแก่ผู้สื่อข่าวที่ไทยแลนด์ พลาซ่า ฮอลลีวู้ด เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2005

 

 

                วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2005 ผมไปดูการประกวด Thailand Super Model 2005 ที่แอล.เอ.คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์  ก็ได้รับการกระซิบมาว่าการบินไทยจะงดเที่ยวบิน Non-Stop ที่เคยประกาศว่าจะเริ่มบินวันที่ 7 พฤศจิกายนแอล.เอ.-กรุงเทพฯ 3 เที่ยวต่อสัปดาห์ ดังที่มีการแถลงข่าวไปเมื่อเร็วๆนี้ สาเหตุคงมาจากไม่มีเงินไปเอาเครื่องบินออกมาบินยอมเสียค่าปรับ จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น  จากเหตุผลที่ว่า 1.ค่าน้ำมันขึ้นมาก 2.การขายตั๋วโดยสารลดลง  และอาจจะมีการลดเที่ยวบินปกติที่บินอยู่ 4 เหลือ 3 เที่ยว  นอกจากนี้ยังจะพิจารณานำเที่ยวบินแบบ Non-Stop จากนิวยอร์กสัก 2 เที่ยว(จาก 6 เที่ยวต่อสัปดาห์)มาบินที่แอล.เอ.แทน

                ทั้งหลายทั้งปวงยังไม่มีอะไรลงตัวนะครับ เพียงแต่ทราบมาอย่างไม่เป็นทางการ จะต้องรอฟังทางการอีกครั้งหนึ่งว่าการบินไทยจะเอายังไงหรืออาจจะเป็นไปตามเดิมก็ได้   ถือเป็นการแก้ปัญหาแบบยืดหยุ่นของการบินไทย  เพื่อความอยู่รอดของบริษัท

                เรื่องการบินไทยในแอล.เอ.คงจะยังเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์อีกสักสัปดาห์นะครับ เพราะวันแถลงข่าวที่ไทยแลนด์ พลาซ่า  ผมไม่ได้ไปฟังเพราะเป็นวันพุธ อันเป็นวันปิดหนังสือพิมพ์เลยมีเสียงกระแหนะกระแหนออกมาว่า ไพสันติ์มันนกรู้  มันไม่มาเพราะมันเข้าข้างการบินไทย”  ผมได้ยินมาแล้วก็เฉยๆ เพราะไม่ได้ระคายเคืองอะไรผมสักนิด(คนพูดไม่รู้ว่าผมถือหุ้นการบินไทยอยู่เท่าไหร่  หากรู้แล้วจะหนาว)

 ความจริงแล้วผมส่งเดี่ยวมือหนึ่ง ของผมไปทำหน้าที่แทน  ผมต้องถอยออกมาเป็นเดี่ยวมือสองในด้านข่าว  เดี่ยวมือหนึ่งที่ผมเลือกแล้ว ตอนนี้ก็คือน้องแจ๊บหรือ สายธาร เดชาติวงศ์ฯ เป็นบรรณาธิการข่าวของ APAC News หนังสือฉบับนี้ถือนโยบายไม่ฟุ่มเฟือยครับ เพราะเรายังไม่ถึงขั้นเป็นหนังสือพิมพ์ระดับชาติ  เรายังเป็นหนังสือพิมพ์ภูธรฉบับธรรมดาๆ ใช้คนเท่าที่จำเป็น เราคงไม่ยกโขยงไปทั้งครอบครัวดอกครับ (เดี๋ยวคุณมดลุกขึ้นอภิปรายกลางวงหาว่าผมไปกินฟรี ผมกลัวจริงๆเรื่องนี้)  

ดังนั้นหากท่านเห็นน้องแจ๊บที่ไหนก็แสดงว่าเห็นผมที่นั่น และอย่าได้ถามเธอนะครับว่า ทำไมผมไม่มา( เพราะเมื่อท่านเห็นน้องแจ๊บอาจจะเห็นน้องจั๊มแห่ง Jump Photo ไปช่วยถ่ายรูปด้วย คือซื้อ 1 แถม 1 ครับ- ฮา)

อีกเรื่องมีท่านผู้รู้ทางกฎหมายบอกผมมาว่าที่แนะนำคุณศักดิ์ดา ธนะพัฒน์ ผู้ช่วยนายสถานีให้ทำเรื่องอุทธรณ์คำสั่งนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะบริษัทการบินไทยปลดพนักงานครั้งนี้ถือเป็นนโยบาย โดยไม่ได้ถือว่าพนักงานมีความผิด  การจะอุทธรณ์ได้นั้นจะต้องเป็นคำสั่งลงโทษถูกปลดด้วยเหตุผลนั้นเหตุผลนี้หรือมีความผิดทางวินัย ผู้ถูกปลดจึงจะอุทธรณ์คำสั่งได้   ผมก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้รู้มา ณ ที่นี้ ข้าฯน้อยก็ไม่ได้เป็นนักกฎหมาย

                สำหรับกรณีการบินไทยผมได้นำความชัดเจนในเรื่องนโยบายของบริษัทมาให้ได้อ่านกันดังนี้

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ชี้แจงกรณีการปรับลดพนักงานท้องถิ่นที่สำนักงานการบินไทยประจำนครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา

นายวสิงห์ กิตติกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า บริษัทฯ มีนโยบายในการปรับโครงสร้างและปรับระบบการทำงาน ให้เหมาะสมกับเที่ยวบินของการบินไทยที่ทำการบินในเส้นทาง กรุงเทพฯ - ลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งขณะนี้ทำการบินเส้นทางไป-กลับ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ประกอบกับบริษัทฯ มีมาตรการควบคุมรายจ่ายของบริษัทฯ โดยเฉพาะจากวิกฤตการณ์น้ำมันในปัจจุบัน ดังนั้น คณะกรรมการของบริษัทฯ จึงมีมติให้ฝ่ายการพาณิชย์ปรับลดพนักงานท้องถิ่น (Local Staff) ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศในสำนักงานการบินไทยประจำเมืองลอสแองเจลิส ประกอบด้วยพนักงานฝ่ายการพาณิชย์และฝ่ายบริการภาคพื้นดิน ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ปรึกษาที่ปรึกษากฏหมายของบริษัทฯ แล้ว โดยบริษัทฯ จะทำการจ่ายเงินชดเชยให้พนักงานทุกคนและบริษัทฯ จะดำเนินการจ้างพนักงานเป็นลักษณะ Outsource แทน

อนึ่ง สำหรับจุดบินลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัทฯ จะปรับลดพนักงานลง 50 % จากจำนวน 53 คน ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับจุดบินของประเทศอื่นๆ ที่บริษัทฯ ทำการบินทุกวันแล้ว ยังมีพนักงานน้อยกว่าสำนักงานการบินไทยที่นครลอสแองเจลิส

ผมคิดว่าคำประกาศนโยบายนี้น่าจะชัดเจนคือ 1.คณะกรรมการบริษัทประชุมกันออกนโยบายแล้วสั่งการลงมา  2.นายวสิงห์ กิตติกุล รองผอ.ใหญ่ฝ่ายการพาณิชย์รับนโยบายบริษัทมาดำเนินการ 3.นายมานิตย์ ไชยสุกุมาร ผู้จัดการการบินไทยภูมิภาคอเมริกา รับนโยบายมาอีกทอดหนึ่งแล้วสั่งการตามที่เห็นสมควรว่าทำยังไงจะลดพนักงานในแอล.เอ.ลงไปได้ 50 % ของ 53 คน

 คุณมานิตย์ก็จัดการกับสถานี LAX ด้วยการปลดยกทีม 5 คน เพราะจะไปปลดคนใดคนหนึ่งอาจถูกหาว่าเลือกปฏิบัติและอาจถูกฟ้องร้องได้   การปลดพนักงานการบินไทยคงจะตามมาอีกเป็นระลอกเพื่อให้ครบ 50 % ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมายนโยบายมาให้จัดทำ โดยเฉพาะในฝ่าย Reservation/Ticketing  

ในโลกนี้บริษัทนายจ้างมีสิทธิ์ที่จะปลดพนักงานได้ตลอดเวลา หากเห็นว่าบริษัทขาดทุน  และจะต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมายแรงงานนั่นคือจ่ายเงินชดเชย  กรณีการบินไทยทราบว่าจ่ายเงินชดเชย 6 เดือนและโบนัสอีก 6 สัปดาห์  สมมติว่าบุคคลผู้นั้นได้รับค่าจ้างเดือนละ 4,000 ดอลลาร์ ก็จะได้เงินไป 30,000 ดอลลาร์

 เมื่อปลดแล้วบริษัทก็จะไปจ้าง Outsource มาทำงานแทน  จริงๆแล้วเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องภายในของบริษัทการบินไทย แต่ที่มันโด่งดังขึ้นมาก็เพราะมีข่าวออกมาปรากฎในหน้าหนังสือพิมพ์ โดยเฉพาะคำว่า โวยเจ้าจำปี ถีบคนไทยไปโอ๋ฝรั่ง ก็เลยเป็นเรื่อง  เจ้าจำปีอย่างคุณมานิตย์ไม่ยอมจึงต้องออกมาแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียด - ทั้งหลายทั้งปวงก็มีด้วยประการฉะนี้นะคุณโยม(ฉบับที่ 238 ประจำวันที่ 25-31 สิงหาคม 2005 )....ÍèÒ¹µèÍ

 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy